เค้กสตรอว์เบอร์รี่สด

แว้ปไปเก็บ 🍓สตรอว์เบอร์รี่🍓 มาอีกรอบค่ะ ลูกใหญ่ สด หอมหวาน ที่เดิม Norrevångs., Löddeköpinge

ครานี้ตั้งใจไปเก็บมาทำเค้ก🍓สตรอว์เบอร์รี่🍓สด นั่งรถเมล์ไปกับน้องๆ ในลุนด์

เดินทางไปไร่สตรอว์เบอร์รี่ด้วยรถเมล์ ก็รายละเอียดตามด้านล่างนี้เลย

🚍 จากในเมืองลุนด์ นั่งรถเมล์สาย 126 Löddeköpinge ไปลงป้าย Vikhögsvägen แล้วเดินย้อนไปทางโบสถ์ เดินผ่านบ้านไวกิ้งไปอีกนิดจะเห็นป้าย 🍓 Jordgubbar🍓ทางซ้ายมือตรงปากทางเข้าหมู่บ้าน Norrevång

🚍ถ้ามาจากใน Kävlinge Station ก็นั่งสาย 122 ไปลงที่ป้าย Fridsbo เดินย้อนมานิดเดียวก็เห็นป้าย 🍓Jordgubbar🍓

จากปากทางเดินเข้าไปตามถนน Norrevång จนเห็นป้าย 🍓Jordgubbar🍓 อีกป้ายก็เดินเลี้ยวเข้าในบ้านเจ้าของไร่ ไปขอกล่องใส่สตรอว์เบอร์รี่

ซัมเมอร์นี้วันไหนอากาศดีและว่างๆ ก็ไปเก็บสตอเบอร์รี่มาทำเค้กกันค่ะ

ด้านล่างนี่ก็เป็นวีดีโอที่เราถ่ายเมื่อตอนที่ชวนน้องๆ ไปทำเค้กกินกันที่บ้านค่ะ

เรื่องในครัวก็มั่วนิ่มตามเดิมค่ะ แต่ครั้งนี้เหมือนจะดูดีหน่อยเพราะเรามีแขกรับเชิญด้วยนะคะ
ลองไปชมกัน

VDO-link: https://youtu.be/Zu6u8vLcBsU

—-

ของที่ต้องเตรียม

  • สตอเบอรี่สด
  • วิบครีมธรรมดา ไขมัน 36 %
  • วิบครีม รสวนิลา
  • แผ่นเค้กสำเร็จ (หาซื้อได้ตามซุปเปอร์มาเก็ตทั่วๆ ไป)
  • แยมสตอเบอรี่แบบโฮมเมด
  • อัลมอนด์ที่เป็นชื้นบางๆ

DSCN3340

อุปกรณ์

  • กระดาษรองเค้ก
  • ถาดใส่เค้ก
  • ที่ตีวิบครีม
  • ที่ตัดเค้ก
  • กะทะ ชาม ช้อน มีด

 

เตรียมของ

  • ล้างทำความสะอาดสตอเบอรี่ ฝานแบ่งสี่ค่ะ ฝานเอาเนื้อสีขาวๆ ออกนิดหน่อยด้วย
  • คั่วอัลมอนด์ให้เหลืองหอม
  • ตีวิบครีมธรรมดาให้ตั้งยอด
  • ตีวิบครีมวนิลาให้ข้น
  • เตรียมกระดาษลองเค้ก ยุ้ยใช้กระดาษสำหรับลองเวลาอบขนมธรรมดานี่ล่ะ ตัดให้เป็นวงกลมๆ เอาเอง
  • ทำแยมสดเอง ก็เอาสตอเบอรี่สดมาหั่นให้เป็นชิ้นเล็กๆ จากนั้นตีๆ ด้วยที่ตีไข่ ผสมกับน้ำตาลนิดหน่อย … ตีให้เละๆ

 

เริ่มทำเค้ก

  • แผ่นเค้กสำเร็จจะมีทั้งหมด 3 แผ่น ก็นำแผ่นล่างสุดวางบนกระดาษไขในถาดรองเค้กก่อนเลยค่ะ
  • ทาแยมสตอเบอรี่ให้ทั่วแผ่นเค้ก
  • นำแผ่นเค้กอีกอันมาวางลงไปแล้วทาวิบครีมวนิลาให้ทั่ว ไม่ต้องหนามาก
  • แล้วก็วางแผ่นเค้กอันสุดท้ายลงไป
  • จากนั้นก็นำวิบครีมธรรมดามาปาดชะโลมปิดเค้กให้ทั่ว
  • แล้วก็ตกแต่งด้วยสตอเบอรี่ด้านบน อัลมอนด์คั่วโปะด้านข้าง ฝานกีวี่เขียวๆ วางลงไป
  • ก็ประดับประดาไปตามที่ชอบน่ะค่ะ จากนั้นก็นำเค้กไปแช่ไว้ในตู้เย็น

DSCN3371

Yui in Lund

Advertisements

ทำลูกชิ้นเด้งๆ กินเอง

เราชอบกินลูกชิ้นมาก แฟนเราก็ชอบ ซื้อกินก็แพงมาก แถมแป้งเยอะอีกแน่ะ

ก็ไปได้สูตรมาจากพี่เพ็ญที่เป็นแอดมินเพจ บ้านดงไร่ ต.นาข่า พากิน พี่เค้าทำไว้ให้ดูและเขียนสูตรบอกไว้

เราก็ทำตามเด๊ะๆ ทุกขั้นตอน ออกมาอร่อย เด้ง ถูกใจมากๆ ค่ะ
ทำกินหลายรอบแล้ว และพาออกงานด้วย ไปชมวีดีโอกันว่าจะเป็นไงบ้างนะ มีทั้งหมด 2 ตอนค่ะ

 

ยุ้ยค่ะ

แซนวิชคันตาเรล

พอดีว่ามีคันตาเรลผัดไว้ เลยลองเอามาทำแซนวิชให้แฟนทานดู ง่ายๆ เลยค่ะ

**คันตาเรลผัด**
– คันตาเรล
– ฟาลูคอล์ฟ
– หัวหอมใหญ่แดง
– ดิล (สดหรือแห้ง)
– เกลือ
– พริกไทยดำป่น
– เนย

**วิธีผัด**
– ผัดคันตาเรลกับเนย ผัดจนแห้ง
– ใส่ฟาลูคอล์ฟและหัวหอมแดงลงไปผัด
– ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทยดำป่น และใส่ดิลลงไปผัดสักพัก
– ตักออก พักไว้

***แซนวิช***
– ตักคันตาเรลผัดวางๆ ลงบนขนมปัง และประกบด้วยขนมปังอีกแผ่น
– วางในเครื่องทำแซนวิช
– รอจนไฟเขียนขึ้น
– หยิบออกมาตัดแบ่ง

kantareller


* สูตรนี้เรื่อยเปื่อยไปเองนะคะ
* ทำไมใส่ฟาลูคอล์ฟ คือแฟนเอ่ยว่า อยากกิน ไม่รู้จะเอาไปทำไรให้กิน เลยผัดกับเห็ดซะเลย แกชอบฟาลูคอล์ฟค่ะ


นำเสนอเป็นไอเดียค่ะ จะเปลี่ยนไส้เป็นอะไรก็ได้ ก็ลองเอาไปทำกันดูค่ะ

แยมแบล๊กเบอร์รี่

แยมแบล๊กเบอร์รี่

ส่วนผสม
– ผลเบอร์รี่ 900 กรัม
– Syltsocker med pektin 400 กรัม
– น้ำ 1/2 dl (ครึ่ง dl)

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม
– โหลแก้วสำหรับใส่แยมขนาดเล็ก 4 ใบ
– ล้างโหลแก้วให้สะอาด วางในถาด และอบในเตาอบที่อุณหภูมิ 100 องศา หรือวิธีของเราเองคือ ต้มน้ำเดือดๆ แล้วปิดเตา และเอาโหลแก้วลงไปลวกๆ จุ่มๆ สักพัก แล้วคว่ำไว้ให้แห้ง

วิธีทำ
– ล้างเบอร์รี่ให้สะอาด ทิ้งไว้ให้สะเด็ดน้ำ
– เทเบอร์รี่และน้ำตาลลงในหม้อใบใหญ่ๆ
– ใส่น้ำลงไปครึ่ง dl
– ต้ม 5 นาที ต้มๆ ไปจะมีฟองๆ ขึ้นมา ก็ตักฟองทิ้งไป
– ปิดฝาหม้อทิ้งไว้ให้เย็นลงสักหน่อยก่อน
– ตักใส่โหลแก้วเก็บไว้กิน

bjönbärSylt


* ถ้าเอาโหลไหนมาเปิดออกกินแล้วควรเก็บไว้ในตู้เย็น (แต่ปกติ ถึงแม้ว่าจะยังไม่ได้เปิดกิน เราก็จะเก็บไว้ในตู้เย็นตลอดเลย)
* จะต้มนานกว่านี้ก็ได้ แล้วแต่ความพอใจของเรานะ (ต้มมาก น้ำก็ออกมามาก แยมก็จะเหลวๆ นะ)
* น้ำตาลทำแยมจะใส่เพิ่มก็ได้ถ้าชอบหวานๆ สูตรนี้จะออกหวานนิดๆ
* สูตรนี้แยมที่ได้ค่อนข้างเหลว ใครไม่ชอบแบบนี้ก็ไม่ควรทำตามนะคะ



เราเองชอบเอาไปทำแซนวิช ที่ใช้เครื่องทำน่ะ เอาแยมทาขนมปังแผ่นนึงแล้วเอาอีกแผ่นมาประกบและก็เข้าเครื่องสักพัก ขนมปังก็จะออกมากรอบๆ ร้อนๆ
แล้วก็เอาไปกินกับไอศครีม ราดบนไอติมวนิลาหรือไอติมนม อร่อยเหาะมากๆ เอาไปทำเป็นไส้เค้กผลไม้ก็อร่อยนะ

มัฟฟิ่นแบล็กเบอร์รี่

เอ่อ คือ นี่ไม่ใช่เพจแนะนำการทำอาหารนะคะ
แต่ว่าช่วงนี้มีเบอร์รี่ฟรีเยอะ และคิดว่ามีหลายคนที่เหมือนเรา คือ ทำอาหารไม่ค่อยเก่ง แต่อยากหัดทำดูบ้าง ก็เลยหาอะไรง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก และผ่านการชิม+ติชมจากคนอื่นแล้วว่า สูตรนี้อร่อย/ผ่าน บอกต่อคนอื่นได้ วันนี้ก็มานำเสนอ…

“มัฟฟิ่นแบล็กเบอร์รี่”
(สูตรนี้ได้มัฟฟิ่นราวๆ 15 อัน และหวานน้อย)

¤¤ ส่วนผสม ¤¤
– แบล็กเบอร์รี่ 5 dl (หรือมากน้อยตามใจชอบ)
– เนย 250 กรัม (smör/margarin)
– น้ำตาลทราย 5 dl
– เกลือ 1 ช้อนชา
– ไข่ 4 ฟอง
– โยเกิร์ตรสธรรมชาติ (Naturell yoghurt) 2 dl
– ผงฟู (bakpulver) 4 ช้อนชา (tsk)
– แป้งสาลี (vetemjöl) 10 dl
– น้ำตาลวนิลา (vaniljsocker) 4 ช้อนชา

¤¤ อุปกรณ์ ¤¤
– กระดาษลองมัฟฟิ่น
– ถาดหลุมสำหรับอบมัฟฟิ่น

¤¤ วิธีทำ ¤¤
– เปิดเตาอบที่ 200 องศาทิ้งไว้
– ละลายเนย (ตัดเนยใส่หม้อใบเล็กๆ ตั้งเตาไฟอ่อนๆ คนๆ สักพัก )
– ผสมเนย กับ น้ำตาลทราย น้ำตาลวนิลา และเกลือคนๆ ให้เข้ากัน
– ใส่ไข่และโยเกิร์ตลงไป คนให้ทั่วๆ พักไว้ก่อน
– ผสมแป้งสาลีกับผงฟูให้เข้ากันก่อน แล้วค่อยๆ เทลงไปในส่วนผสมของเนย น้ำตาล ไข่ โยเกิร์ตที่ได้เมื่อกี้
– ใส่แบล็กเบอร์รี่ลงไป คนเบาๆ
– นำกระดาษมัฟฟิ่นวางลงในถาดหลุม
– ตักส่วนผสมที่ได้ข้างต้นใส่ลงไปในกระดาษฟอร์ม (ใส่ให้เกินครึ่งมานิด อย่าใส่เต็มเพราะขนมจะฟูขึ้นมาอีก)
– เอาเข้าเตาอบ อบราวๆ 25-30 นาที หรือเหลืองสวยตามที่ชอบ
– เสิร์ฟพร้อมกับชาหรือกาแฟ หรือกับเครื่องดื่มที่ชื่นชอบ

blackberryMuffin

* จากรูปไม่มีไข่ เพราะไข่หมด เราเลยทดสอบการทำมัฟฟิ่นโดยไม่ใส่ไข่ซะเลย แต่เพิ่มโยเกิร์ตลงไปเท่าตัว (แทนไข่) ผลออกมาก็โอเคนะ อร่อยตามเดิมนะ

* สูตรจริงเค้าใส่ “นม” แต่ทำตามแล้วมัฟฟิ่นออกมาแห้งๆ ไม่ชุ่มช่ำเหนียวนุ่มเหมือนที่เคยกินตามร้าน ไปสืบทราบมาว่าเค้าใส่ “โยเกิร์ต” กันเลยได้ออกมาน่ากินอย่างที่เราชอบ

* จากสูตรนี้ มัฟฟิ่นจะออกมาไม่หวานนะคะ ถ้าใครชอบหวานควรเพิ่มน้ำตาลอีก

* ถ้าทำเยอะเก็บใส่ตู้เย็น หรือตู้แช่แข็งไว้ก็ได้ เวลาจะกินก็ใส่ไมโครเวฟสักแป๊บ ก็ร้อนหอมกรุ่นเหมือนออกจากเตาใหม่ๆ นะ อย่าเวฟนานนะ ไม่งั้นจะไหม้ เวฟสักครึ่งนาทีถ้าแช่ไว้ในตู้เย็น ถ้าออกจากตู้แช่แข็งก็สักนาทีนะเราว่า

ปล. มือใหม่หัดทำก็ใจกล้าๆ ไว้ค่ะ ทำตามที่เค้าบอกเป๊ะๆ ไปก็จะดีเอง เราก็กางสูตรทำตามทุกขั้นตอนเลย ก็ออกมาดีนะ ภูมิใจนำเสนอ ถ้าอันไหนออกมาไม่ดีก็ช่าง ถือว่าเป็นการทดลอง ไม่ลองก็ไม่รู้น่ะ ถ้าใครกลัวเสียของมาก ก็ลองลดส่วนผสมต่างๆ ลงครึ่งนึงก่อน ลองๆ ก่อนน่ะค่ะ โชคดีๆ ค่ะ