“ความฝันโง่ๆ”

ข้อความดีๆจากหนังสือให้กำลังใจ

ชื่อ "ความฝันโง่ๆ" ของวินทร์ เลียววาริณ

ไม่มีความคิด ก็ไม่รู้คุณค่าของแสงตะวัน
ไม่มีความ หนาวเย็น ก็ไม่รู้คุณค่าของความอบอุ่น
ไม่ มีความสูญเสีย ก็ไม่รู้คุณค่าของการมี

เวลาเป็นสิ่งที่ผ่านแล้วผ่านเลย แต่น่าแปลกที่หลายคนชอบใช้เวลาไปกับการดู เวลา

ตะบองเพชรที่ยืนกลาง แดดแผดเผาชั่วนาตาปี ยังออกดอกงดงามได้
อุปสรรคจะเป็นอุปสรรคก็ต่อเมื่อเรามองมัน เป็นอุปสรรค

ความรู้เป็นคนละ เรื่องกับการเข้าโรงเรียน

ต้นหญ้าที่ถูกไฟป่าเผาผลาญ
ผลิใบใหม่ออกมาเสมอเมื่อมี โอกาส
เกิดเป็นคน กลัวอะไรกับอุปสรรค

มองโลกด้วยหัวใจ ไม่ใช่ด้วยสายตาอย่างเดียว

อุปสรรคเล็ก ๆ น้อย ๆ ระหว่างทาง ทำให้การเดินทางมีรสชาติมากขึ้น

เราแสดงความสุภาพต่อผู้ อื่น มิใช่เพราะมารยาทสังคม
หาก แต่เพราะเรามีคุณค่าพอที่จะทำสิ่งดี ๆ ในชีวิต

ทุกสิ่งมองได้สองด้านเสมอ

เวลาเป็นธรรมชาติที่รีไซ เคิลไม่ได้
ใช้เวลาปัจจุบันไปกับอดีตและ อนาคตเป็นการลงทุนที่สูญเปล่า
การเรียนรู้ที่สำคัญที่ สุด คือ ความสามารถที่จะรู้ว่า เราไม่รู้อะไร

เมื่อท้องอิ่ม เรารู้สึกว่าต้องการอะไร จากโลกน้อยลง

วุฒิภาวะมิใช่ได้มา จากการใช้จ่ายเงิน ซื้อมา แต่จากการใช้จ่ายชีวิต

จงรู้เท่าทันความทุกข์ที่เกาะใจเรา
รู้ครึ่ง ๆ กลาง ๆ อันตรายกว่าไม่รู้เลย

ไม่มีอะไรเลวร้ายที่สุด นรกของคนหนึ่งอาจเป็นสวรรค์ของอีกคนหนึ่ง
เรื่อง คอขาดบาดตายของคนหนึ่งอาจเป็นเรื่องธรรมดาของอีกคนหนึ่ง

ไม่มีอะไรในโลกที่ไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง

ความอ่อนไหวไม่ใช่เรื่องอ่อนแอ
ความ แข็งแกร่งก็ไม่ใช่ความเข้มแข็งเสมอไป
เพราะชีวิตที่ดีคือการรู้จักผ่อน หนักผ่อนเบา

รอยยิ้มก็เช่นแสงแดดในฤดูหนาวและลม เย็นในฤดูร้อน

การพูดจาสกปรกเท่ากับ การดูแคลนตัวเองอย่างหนึ่ง

การ รู้จักรับรู้ความงามในสิ่งที่ไม่น่าดูงาม เป็นกำไร ชีวิตอย่างหนึ่ง

คุณค่าของมนุษย์อยู่ ที่เนื้อใน
การปฏิเสธจุดอ่อนของตน ก็เหมือนการไม่ยอมรับว่ามี รูรั่วบนเรือที่กำลังแล่น

คุณค่าของการใช้ชีวิตในรั้ว มหาวิทยาลัย
อาจอยู่ที่การใช้ชีวิตนอกรั้วมหาวิทยาลัย

คุณค่าของคนก็เช่นคุณค่าของดอกไม้
มิ ได้อยู่ที่ระยะเวลาของความสด
แต่อยู่ที่ความทรงจำระหว่างที่มันยังสด

กฎระเบียบกับดักเป็นสองด้านของเหรียญเดียวกัน

ลองเดินหน้าสู่ความฝันโง่ ๆ ดีกว่าไม่ทำอะไร …

————————xxxxxx————————-

ขอบคุณหนังสือดี ๆ
วินทร์ เลียววาริณ.  ความฝันโง่ ๆ.  กรุงเทพฯ: 113, 2549.

Advertisements

คำขงเบ้ง

คำคมจาก ขงเบ้ง

ถ้าคุณคิดจะเป็นใหญ่ คุณก็จะได้เป็นใหญ่ 
ถ้าคุณคิดอยากเป็นอะไร คุณก็จะได้เป็นสิ่งนั้น 
เพราะแสวงหา มิใช่เพราะรอคอย 
เพราะเชี่ยวชาญ มิใช่เพราะโอกาส 
เพราะสามารถ มิใช่เพราะโชคช่วย 
ดังนี้แล้ว "ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะ ตน" 

นกทำรังให้ดูไม้ ข้าเลือกนายให้ดูน้ำใจ 
ผู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือ ผู้ที่ทำตนให้เล็กที่สุด 
ผู้ที่เล็กที่สุดก็จะกลายเป็นผู้ที่ใหญ่ที่สุด 
ผู้ที่มีเกียรติ คือ ผู้ที่ให้เกียรติผู้อื่น


ถ้าสติไม่มา ปัญญาก็ไม่มี 
ไม้คดใช้ทำขอ เหล็กงอใช้ทำเคียว แต่คนคดเคี้ยว ใช้ทำอะไรไม่ได้เลย 
เล่นหมากรุก อย่าเอาแต่บุกอย่างเดียว 
เดินหมากรุกยังต้องคิด เดินหมากชีวิต จะไม่คิดได้อย่างไร 
เมื่อใครสักคนหนึ่งทำผิด ท่านอย่าเพิ่งตำหนิหรือต่อว่าเขา 
เพราะถ้าท่านเป็นเขาและตกอยู่ในสภาพแวดล้อมเช่นเดียวกับเขา 
ท่านอาจจะตัดสินใจทำเช่นเดียวกับเขาก็ได้ 




Photobucket

การบริหารคือการทำงานให้สำเร็จโดยอาศัยมือผู้อื่น 
ผู้ปกครองระดับธรรมดาใช้ความสามารถของตนอย่างเต็มที่ ผู้ปกครองระดับกลาง ใช้กำลังของคนอื่นอย่างเต็มที่ 
ผู้ปกครองระดับสูง ใช้ปัญญาของคนอื่นอย่างเต็มที่ 
อ่านคนออก บอกคนได้ ใช้คนเป็น 


เมื่อนักการฑูตพูดว่า "ใช่ หรือ อาจจะ" เขามีความหมายว่า "อาจจะ" 
เมื่อนักการฑูตพูดว่า "อาจจะ" เขามีความหมายว่า "ไม่" 
เมื่อนักการฑูตพูดว่า "ไม่" เขาไม่ใช่นักการฑูต 
(เพราะนักการฑูตที่ดีจะไม่ปฏิเสธใคร) 

เมื่อสุภาพสตรีพูดว่า "ไม่" หล่อนมีความหมายว่า "อาจจะ" 
เมื่อสุภาพสตรีพูดว่า "อาจจะ" หล่อนมีความหมายว่า "ใช่ หรือ ได้" 
เมื่อสุภาพสตรีพูดว่า "ใช่ หรือ ได้" หล่อนไม่ใช่สุภาพสตรี 
(เพราะสุภาพสตรีจะไม่ตอบรับใครง่ายๆ) 


คิดทำการใหญ่ อย่าสนใจเรื่องเล็กน้อย 
ตาสามารถมองเห็นสิ่งที่ไกลได้ แต่ไม่สามารถมองเห็นคิ้วของตน 
คนส่วนใหญ่ใส่ใจกับผลได้ระยะสั้นเท่านั้น 
แต่คนฉลาดอย่างแท้จริงจะมองไปยังอนาคต
 

สูตรแห่งความสุข…ตำราชีวิตประจำวัน By สุทธิชัย หยุ่น

      ได้ฟอเวิร์ดเมล์มาอ่านแล้วชอบ อ่านแล้วใช่ อ่านแล้วโดน เลยอยากเอามาแปะไว้ตรงนี้เผื่อมีใครได้ผ่านมาอ่าน

     เนื้อหาก็ตามคำที่พระพุทธเจ้าเคยตรัสสอนไว้นั่นเอง …. อยู่อย่างพอเพียง, เดินทางสายกลาง, ไม่โลภ ไม่โกรธ ไม่หลง, มีสติอยู่เสมอ, ใช้ปัญญาเหนืออารมณ์, ตั้งอยู่ในศีล 5, อยู่ ณ กับปัจจุบัน, ทำสมาธิ …
 
     ก็ลองอ่านดู แล้วก็ลองทำตามดู ค่อยๆ เริ่มทีละอย่างสองอย่าง ตามสะดวกเรา อาจจะทำยากในเริ่มแรก แต่ทำไปบ่อยๆ เข้าก็จะดีกับตัวเอง ส่วนตัวแล้ว เคยทำ เคยรู้ เคยเห็นมากับตัวเองแล้ว เรื่องบางเรื่องมัน
ยากแสนยากที่จะทำ มันเป็นเรื่องของใจ บางทีรู้ทั้งรู้ว่าอะไรเป็นอะไร แต่ควบคุมใจตัวเองไม่ได้ Tongue out

    อ่ะ พร่ามมายาวลองอ่านดูค่ะ… ให้กำลังใจทุกคนค่ะ คุณพระคุ้มครอง…
Open-mouthed

Light bulbLight bulbLight bulbLight bulbLight bulb


สูตรแห่งความสุข…ตำราชีวิตประจำวัน

By สุทธิชัย หยุ่น

     พรรคพวกส่งจดหมายเวียนผ่านอีเมล์มาให้…บอกว่าเป็น “สูตรแห่งชีวิตประจำวัน” ที่ควรจะส่งต่อไปให้คนที่เรารัก, ห่วงใยและต้องการให้เขาหรือเธอมีความสุขทั้งกาย และใจ…

     ทำนองเดียวกันที่ชาวชีวจิตมีความห่วงหาอาทรต่อกันอย่างไม่ลดละ  เพื่อนเรียกสูตรนี้ว่าเป็น Lifebook หรือเป็น “ตำราแห่งชีวิต” ซึ่งผมคิดว่าเหมาะ เจาะกับเนื้อหา และคำแนะนำที่น่าสนใจยิ่ง ทั้งง่ายและตรงไปตรงมา, ใครจะทำก็ได้, ไม่ทำก็ได้, เป็นสิทธิ์ส่วนบุคคล, ไม่บังคับยัดเยียดกัน, ไม่ต่อว่าต่อขานกัน, แต่ถ้าหากมีความมุ่งมั่นจะทำอะไรให้กับชีวิตของตนเอง, ก็ถือว่าเป็นเรื่องน่าส่งเสริมสนับสนุน สมควรที่จะให้กำลังใจแก่กันและกันอย่างยิ่ง

    สูตรที่ว่านี้มีง่าย ๆ อย่างนี้

    ๑. ดื่มน้ำให้มาก

    ๒. กินอาหารเช้าเหมือนราชา, รับประทานอาหารเที่ยงเหมือนเจ้าชายและเมื่อถึงอาหารเย็น,  ให้วาดภาพว่าตัวเองเป็นแค่ขอทาน (แปลว่ากินมือหนักที่สุดตอนเช้า, และกลาง ๆ ตอนเที่ยง และตกเย็นแล้ว, ทำตัวเป็นยาจก, ไม่มีอะไรจะกิน…สุขภาพจะเป็นอย่าง เทวดาทีเดียวเชียวแหละ)

    ๓.กินอาหารที่โตบนต้นและบนดิน, พยายามหลีกเลี่ยงอาหารที่ผลิตจากโรงงาน

    ๔.ใช้ชีวิตบนหลักการ 3 E…นั่นคือ energy หรือพลังงาน, enthusiasm หรือกระตือตือร้น และ empathy คือเอาใจเขามาใส่ใจเราให้มาก ๆ

   ๕. หาเวลาทำสมาธิหรือสวดมนต์เสมอ
 
   ๖. เล่นเกมสนุก ๆ เสียบ้าง, อย่าเครียดกันนักเลย

   ๗. อ่านหนังสือให้มากขึ้น…ตั้งเป้าว่าปีนี้จะอ่านมากกว่าปีที่ผ่านมา

   ๘. นั่งเงียบ ๆ อยู่กับตัวเองสักวันละ 10 นาทีให้ได้

   ๙. นอนวันละ 7 ชั่วโมง

   ๑๐.เดินสักวันละ 10 ถึง 30 นาที, แล้วแต่จะสะดวก, ไม่ต้องเครียดกับมัน, ก็อย่าหงุดหงิดกับมัน

   ๑๑.ระหว่างเดิน, อย่าลืมยิ้ม นั่นเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสุขภาพกายและใจที่ผสมปนเปกันได้เสมอ, หากทำเป็นกิจวัตร , ชีวิตก็จะแจ่มใส,แต่อย่าทำให้ตัวเองเครียดด้วยการรู้สึกผิดถ้าหากวันไหนทำไม่ได้ตามที่ วางกำหนดเวลา ของตนเอาไว้ วันนี้ทำไม่ได้, พรุ่งนี้ทำก็ได้ แต่การไม่เอาจริงเอาจังกับตัวเองเกินไปไม่ได้หมายถึงการผลัดวันประกันพรุ่ง, ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน

Left hugRed heartRight hug


    สูตรเกี่ยวกับบุคลิกของตัวเองที่ควรไปจะคู่กับสูตรสุขภาพมีอย่างนี้ครับ

    ๑. อย่าเปรียบเทียบชีวิตของตัวเองกับคนอื่น คุณไม่รู้หรอกว่า คนที่คุณอิจฉานั้นเขามีความทุกข์ยิ่งกว่าคุณอย่างไรบ้าง

    ๒. อย่าคิดทางลบเกี่ยวกับเรื่องที่คุณควบคุมหรือกำหนดไม่ได้ แทนที่จะมองโลกในแง่ร้าย, ก็ทุ่มเทกำลังและพลังงานให้กับความคิดทางบวก ณ ปัจจุบันเสีย

    ๓. อย่าทำอะไรเกินกว่าที่ตัวเองทำได้…รู้ว่าขีดจำกัดของตัวเองอยู่ที่ไหน

    ๔. อย่าเอาจริงเอาจังกับตัวเองนัก เพราะคนอื่นเขาไม่ได้ซีเรียสกับคุณเท่าไหร่หรอก

    ๕. อย่าเสียเวลาและพลังงานอันมีค่าของคุณกับเรื่องหยุมหยิมหรือเรื่องซุบซิบ….นอกเสียจากว่ามันจะทำให้คุณผ่อนคลายได้อย่างจริงจัง

    ๖. จงฝันตอนตื่นมากกว่าตอนหลับ

    ๗. ความรู้สึกอิจฉาริษยาเป็นเรื่องเสียเวลาเปล่า ๆ ปลี้ ๆ…คิดให้ดีก็จะรู้ว่า คุณมีทุกอย่างที่คุณจำเป็นต้องมีแล้ว

    ๘. ลืมเรื่องขัดแย้งในอดีตเสีย และอย่าได้เตือนสามีหรือภรรยาคุณเกี่ยวกับความผิดพลาดในอดีตของ อีกฝ่ายหนึ่งเลย เพราะมันจะทำลายความสุขปัจจุบันของคุณ

    ๙. ชีวิตนี้สั้นเกินกว่าที่เราจะไปโกรธเกลียดใคร…จงอย่าเกลียดคนอื่น

    ๑๐.ประกาศสงบศึกกับอดีตให้สิ้น, จะได้ไม่ทำลายปัจจุบันของคุณ

    ๑๑.ไม่มีใครกำหนดความสุขของคุณได้นอกจากคุณเอง

    ๑๒.จงเข้าใจเสียว่าชีวิตก็คือโรงเรียน คุณมาเพื่อเรียนรู้ และปัญหาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของหลักสูตรซึ่งมาแล้วก็หายไป…เหมือนโจทย์วิชาพีชคณิต…แต่สิ่งที่คุณเรียนรู้นั้นอยู่กับคุณตลอดชีวิต

     ๑๓. จงยิ้มและหัวเราะมากขึ้น

     ๑๔. คุณไม่จำเป็นต้องชนะทุกครั้งที่ถกแถลงกับคนอื่นหรอก…..บางครั้งก็ยอมรับว่า เราเห็นแตกต่างกันได้…เห็นพ้องที่จะเห็นต่างก็ไม่เห็นเสียหาไร

Island with a palm treeBoyGirlIsland with a palm tree


     แล้วเราควรจะมีทัศนคติอย่างไรต่อชุมชนและคนรอบข้างเราล่ะ?

     ๑. อย่าลืมโทรฯหาครอบครัวบ่อย ๆ

     ๒. จงหาอะไรดี ๆ ให้คนอื่นทุกวัน

     ๓. จงให้อภัยทุกคนสำหรับทุกอย่าง

     ๔. จงหาเวลาอยู่กับคนอายุเกิน 70 และต่ำกว่า 6 ขวบ

     ๕. พยายามทำให้อย่างน้อย 3 คนยิ้มได้ทุกวัน

     ๖. คนอื่นเขาคิดอย่างไรกับคุณไม่ใช่เรื่องของคุณสัก หน่อย

     ๗. งานของคุณไม่ดูแลคุณตอนคุณป่วยหรอก แต่ครอบครัวและเพื่อนคุณต่างหากเล่าที่จะดูแลคุณในยามคุณมีปัญหาสุขภาพ ดังนั้น, อย่าได้ห่างเหินกับคนใกล้ชิดเป็นอันขาด

     และถ้าหากสามารถดำรงชีวิตให้มีความหมายได้, ก็ควรจะทำดังต่อไปนี้

     ๑. ทำสิ่งที่ควรทำ

     ๒. อะไรที่ไม่เป็นประโยชน์, ไม่สวย, ไม่น่ารื่นรมย์, จงทิ้งไปเสีย…เก็บไว้ทำไม?

     ๓. เวลาและพระเจ้าย่อมรักษาแผลทุกอย่างได้

     ๔. ไม่ว่าสถานการณ์จะดีหรือเลวปานใด, เดี๋ยวมันก็เปลี่ยน

     ๕. ไม่ว่าคุณจะรู้สึกอย่างไรในตอนเช้าของทุกวัน, จงลุกจากเตียง, แต่งตัวและปรากฎตัวต่อหน้า คนที่เราร่วมงานด้วย…get up, dress up and show up.

     ๖. สิ่งที่ดีที่สุดยังมาไม่ถึง

     ๗. ถ้าคุณยังลุกขึ้นตอนเช้าได้, อย่าลืมขอบคุณพระเจ้า หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุณนับถือเสียด้วย

     ๘. เชื่อเถอะว่าส่วนลึก ๆ ในใจของคุณนั้นมีความสุขเสมอ…ดังนั้น, ส่วนนอกของคุณทุกข์โศกไปทำไมเล่า ?

     และสุดท้ายที่สำคัญที่สุดส่งบทความที่ต่อไปให้คนที่คุณรักและห่วงหาอาทรด้วย

StarStarStarStarStar


ปล. – ขอบคุณเพื่อนๆ ที่ฟอเวิร์ดข้อความดีๆ มาให้

      – ขอบคุณ คุณสุทธิชัย หยุ่น ที่หยิบยกเรื่องดีๆ มาแบ่งปันกันค่ะ และขออนุญาตเผยแพร่ข้อความดีๆ จรรโลงสังคม ณ เวบนี้นะคะ

❤・゚’゚ เพื่อนที่ดี ゚’゚・❤

ความคิดสมัย ป.1
เพื่อนที่ดี คือ คนที่ไปห้องน้ำเป็นเพื่อนคุณ
แล้วก็จับมือคุณระหว่างเดินผ่านห้องโถงที่น่ากลัว

 

ความคิดสมัย ป.2
เพื่อนที่ดี คือ คนที่ทำให้คุณเข้าเรียนคลาสที่ไม่อยากเรียน (มั้ง)

 

ความคิดสมัย ป.3
เพื่อนที่ดี คือ คนที่แบ่งอาหารกลางวันให้คุณ เมื่อคุณลืมกล่องข้าวไว้ที่บ้าน !?!

 

ความคิดสมัย ป.4
เพื่อนที่ดี คือ คนที่ยอมเปลี่ยนคู่เต้นในวิชาลีลาศ
เมื่อคุณไม่อยากจับคู่เต้นอยู่กับนายกาจจอมลามกหรือยัยหน่อยกลิ่นแรง

 

ความคิดสมัย ป.5
เพื่อนที่ดี คือ คนที่เผื่อที่นั่งให้คุณเมื่อถึงมื้อเที่ยง

 

ความคิดสมัย ป.6
เพื่อนที่ดี คือ คนที่พาคุณไปหาคนที่คุณตกหลุมรัก
เพื่อขอให้เค้ามาเต้นรำกับคุณ เผื่อว่าเค้าปฏิเสธคุณจะได้ไม่ต้องอายไง

 

ความคิดสมัย ม.1
เพื่อนที่ดี คือ คนที่ให้คุณลอกรายงานสังคม

 

ความคิดสมัย ม.2
เพื่อนที่ดี คือ คนที่ช่วยคุณทำรายงานกลุ่มและไม่เคยนินทาคุณลับหลัง

 

ความคิดสมัย ม.3
เพื่อนที่ดี คือ คนที่เป็นที่ปรึกษาปัญหาหัวใจให้คุณ และอินกับคุณในทุกๆ อารมณ์

 

ความคิดสมัย ม.4
เพื่อนที่ดี คือ คนที่ยอมเปลี่ยนวิชาเรียนเพื่อที่คุณจะได้มีเพื่อนนั่งกินข้าว

 

ความคิดสมัย ม.5
เพื่อนที่ดี คือ คนที่ยอมให้คุณขับรถใหม่ของเค้า
ช่วยคุยกะพ่อแม่ของคุณเวลาคุณมีปัญหา
แล้วก็คอยปลอบคุณตอนที่คุณเลิกกับแฟน

 

ความคิดตอน ม.6
เพื่อนที่ดี คือ คนที่ช่วยคุณเลือกมหาวิทยาลัยที่จะเข้า
แถมยังช่วยคุยกับพ่อแม่ให้ยอมให้คุณไปเรียนมหาลัยนั้นอีกด้วย
ในงานจบการศึกษา เพื่อนที่ดีของคุณ คือ คนที่ร้องไห้เงียบๆ ในใจ
แล้วก็แบ่งปันรอยยิ้มกว้างๆ ให้คุณ

 

หน้าร้อนหลังจบ ม.6
เพื่อนที่ดี คือ คนที่ช่วยคุณล้างขวดหลังงานปาร์ตี้
ช่วยคุณแอบย่องออกจากบ้านตอนที่คุณตกลงกับพ่อแม่ไม่ได้
ทำให้คุณกับแฟนกลับมาคบกันอีก
ช่วยคุณเก็บของเพื่อย้ายไปมหาลัย
แล้วก็กอดคุณอย่างเงียบๆ มองคุณด้วยแววตาที่ขุ่นมัวพร้อมกับความทรงจำ

 

18 ปีที่ผ่านมา……
ให้กำลังใจคุณในทางที่คุณเลือกเดินเหมือน 18 ปีที่ผ่านมา
และตอนนี้ เพื่อนที่ดี …. ยังคงเป็นคนที่ให้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคุณ
จับมือของคุณเมื่อคุณกลัว

ช่วยคุณต่อสู้กับสิ่งที่พยายามเอาเปรียบคุณ

 

คิดถึงคุณตลอดเวลาที่คุณไม่อยู่ เตือนคุณในสิ่งที่คุณลืม
ช่วยคุณผ่านอดีตแต่ก็เข้าใจเมื่อคุณอยากอยู่กับอดีตอีกซักนิด
อยู่กับคุณเพื่อให้คุณมีความมั่นใจ
หรือไปไกลๆ คุณซักพักเพื่อให้คุณได้มีเวลากับตัวเอง



ช่วยคุณแก้ไขความผิดพลาด
ช่วยคุณจัดการกับความกดดันทั้งหลาย
ยิ้มให้คุณเมื่อยามคุณเศร้า

ช่วยให้คุณเป็นคนที่ดีขึ้น …แล้วคุณล่ะเจอเพื่อนที่ดีหรือยัง

 

*(¯`•._.•° I am in love°•._.•´¯)*

“It’s not too hard to find some love

but it’s also not easy to make that love to be forever.”

อันความรักไม่ใช่เรื่องยากที่จะได้มา และมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ที่จะรักษาความรักนั้นให้อยู่เป็นนิรันดร์

“Life is beautiful with people like you in it.”

ชีวิตช่างงดงามนัก เมื่อมีคนอย่างคุณอยู่ด้วย

“Thoughts of you brighten up my day.”

การได้คิดถึงคุณ ทำให้วันของฉัน..สว่างไสว

“To LOVE is to GIVE.”

ความรักคือการให้

“When you love someone, say it. Say it loud. Say it right away,
or the moment…just passes you by.”

เมื่อไหร่ที่คุณรักใครสักคน จงบอกเขา บอกไปเลยดังๆ ว่า คุณรักเขามากมายแค่ไหน
อย่าปล่อยจนถึงวันที่เขาไม่อยู่ให้คุณบอกรัก

“Love is composed of a single soul inhabiting two bodies.”

ความรักคือ การรวมจิตวิญญาณของคนสองคนให้เป็นหนึ่ง

 

“If you love something…let it go, if it comes back to you it was truly meant to be.”

ถ้าคุณรักในใครซักคน จงปล่อยให้เขาเป็นอิสระ เพราะถ้าคู่กันแล้ว ยังไงซะเขาก็เป็นของคุณ

“It’s easy to say ‘I LOVE YOU’. But only ‘I DO’

says you’re really one, for always…”


คําว่ารักใครก็พูดได้ แต่สิ่งสําคัญกว่านั้นคือรักที่รักจริงๆ จากหัวใจ

“Love can make you happy but often times it hurts,
but love is only special when you give it to who its worth.”

ความรักรังสรรค์ความสุข แต่บ่อยครั้งก็สร้างความเจ็บปวด
ทว่า..เมื่อคุณให้ความรักแก่คนที่สมควรได้รับ..ความรักนั้นจะมากค่า

“Love has no control and neither does one’s mind when they are in love.”

ความรักไม่มีกฎเกณฑ์บังคับ ไฉนเราจะบังคับคนที่กำลังมีความรักได้

“True love lasts forever.”

ความรักที่แท้จริงเป็นอมตะ

“Absence does for love what the wind does for a flame:

it extinguishes the weak, and feeds the strong.”

ความรักไม่มีตัวตน เสมือนกับลมที่ทำให้เปลวไฟติดหรือดับได้

รักก็สามารถทำให้คนอ่อนแอหรือเข้มแข็งได้เช่นกัน

“Some people think that it’s holding on that makes one strong,
Sometimes it’s letting go.”

บางคนคิดว่า การได้ครอบครองในสิ่งที่รัก จะทำให้รู้สึกมั่นคงในรัก

แต่บางทีการให้อิสระ อาจจะมีค่ามากกว่านั้น

“Love..like fine sand. Grasp it and it will quickly slip through your fingers.
Cup it gently and it will fill the voids of your soul – –
as sand seeks to fill the spaces in your hands.”

ความรักก็เหมือนเม็ดทราย เมื่อใดที่รีบคว้ามันไว้ เม็ดทรายนั้นจะไหลออกทางร่องนิ้ว
แต่เมื่อค่อยๆ ประคองมันไว้ มันก็จะอยู่ในมือของคุณ และถ้าคุณถนุถนอมความรัก

มันก็อยู่ในทุกช่องว่างในหัวใจ เช่นเดียวกับเม็ดทรายที่อยู่ในกำมือ

“In real love you want the other’s person good.
In romantic love you want the other person.”

คุณต้องการความดีของอีกฝ่ายสำหรับความรักที่แท้จริง

แต่คุณต้องการเพียงตัวของเขาในความรักที่ลุ่มหลง

“Where the relation is one of love, words are of no use.”

คำพูดใดๆ ก็ไม่จำเป็นในที่ที่ความสัมพันธ์เกิดจากความรัก

“Love conquers everything.”

ความรักชนะทุกสิ่ง

“As I gaze upon your beauty, I think to myself,
never have I seen an angel fly so low.”

ในขณะที่ฉันจ้องมองคุณ ฉันคิดกับตัวเองเสมอว่า ทำไมนางฟ้าถึงได้บินลงมาใกล้ถึงเพียงนี้

“Love can be sunshine and love can be blind ..
but only you could really know .. define your love.”

ความรักเป็นทั้งแสงสว่างและความมืด แต่สิ่งเดียวที่คุณรู้…คือนิยามความรักของตัวเอง

“When love meets happiness begins.”

เมื่อความรักมาบรรจบ ความสุขก็เริ่มต้น

“Don’t go find LOVE, Let LOVE finds you.”

จงอย่าไขว่คว้าหารัก จงให้รักตามหาคุณ

“Love is just a four letter word with so many meanings behind it.”

คำว่ารักเป็นอักษรเพียง 4 ตัว ที่เรียงร้อยขึ้นมา ด้วยความหมายที่มากมายในคำนั้น

“Love has its ways.”

ความรักมีหนทางของมัน

 

“Love is like an hourglass with the heart filling up as the brain empties.”
ความรักเปรียบเสมือนนาฬิกาทราย ที่เติมเต็มไปด้วยความรัก และมีแค่รักเท่านั้น

“Love sees not with the eyes but with the Mind.”
ความรักไม่สามารถเห็นได้ด้วยด้วยตา แต่สัมผัสได้ด้วยใจ

“Where’s ever you go, go with all your heart.”
ไม่ว่าคุณจะไปที่ไหน จงไปพร้อมใจทั้งหมดของคุณ

❤‧:❉:‧ฝรั่ง มองไทย‧:❉:‧ ❤

•·.·´¯`·.·• หัวข้อสนทนาคนไทยในมุมมองของฝรั่ง•·.·´¯`·.·•

ตัดตอนจากข้อเขียนของ ดร. วรภัทร์ ภู่เจริญ
จากวารสาร Quality ปีที่ 6 ฉบับที่ 33


ตอนนี้เมืองไทยกลายเป็นเป้ามองหลาย ๆ ชาติญ เพราะประเทศไทยของเรามีทั้งเรื่องดีและเรื่องร้ายๆกัน เช่น ฟองสบู่แตก เมื่อ 2 กรกฎาคม 2540 มาตรฐานของมหาวิทยาลัยไทยตกต่ำลงทุกปีหรือเรื่องที่วารสาร Newsweek บอกว่าเมืองไทยมีดีแค่ 2 อย่างคือ กอล์ฟ กับ เรื่องบริการทางเพศฯลฯ
ผมอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง ชื่อ Thais Mean Business โดย นาย Robert Cooper เป็นคู่มือ สำหรับนักธุรกิจที่คิดจะมาลงทุนหรือหากินในเมืองไทย ผมได้ตัดต่อ ดัดแปลง ย่นย่อ มาให้ท่านอ่านเล่น ๆ อย่าคิดมาก อย่าเชื่อมากน (แต่ก็น่าจะต้องมีเค้ามูลความจริงบ้าง ไม่มากก็น้อย) ผมไปซื้อหนังสือเล่มนี้ มาจากสิงคโปร์ สิ่งที่เขา (นายคูเปอร์) แซวเราัด จะเขียนในเครื่องหมาย “…” นอกนั้นเป็นสำนวนของผมเสริมเอง การทำธุรกิจกับคนไทย ต้องเข้าใจเรื่องดังต่อไปนี้คือ

1. ” ไม่มีอะไรที่จะเจรจาได้บนโต๊ะ ” ฝรั่ง (นายคูเปอร์) เขามองเราว่าเป็นคนโกง คนไม่มี
ระเบียบ
2. ความไม่มีระเบียบคือระบบ ไม่ว่าคุณ (ฝรั่งที่มาทำงานในเมืองไทย) จะไปพักร้อนหรือกลับบ้าน(เมืองนอก)ไปนานกี่ปี เมื่อกลับมาองค์กรไทยๆ ก็ยังเหมือนเดิม คือ “ไม่มีระบบที่ดี”
3. ” เป้าหมายสูงสุดของคนไทยคือ อยู่สบาย ๆ ไม่ต้องทำอะไร “
4. ” ไม่เข้าใจนิสัยคนไทย ทำมาหากินกับคนไทยไม่ได้ “
5. ” ไม่มีคำว่า ยุติธรรมในการทำธุรกิจในประเทศไทย “
6. ” อย่าโวยวาย คนไทยไม่ชอบ ต้องเงียบ ๆ และยอม ๆ ซะ”
7. ” การไม่ทำอะไร คือการแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุด “
8. ” อย่าดูถูกเรื่องการไหว้ ยิ่งไหว้สวยยิ่งก้าวหน้า ” ผลงานไม่สำคัญ อ่อนน้อมไว้ก่อน พ่อสอนไว้่
9. “อย่าพยายามทำตัวให้เดือดร้อนด้วยการเปลี่ยนคนไทยให้มีความคิดส ร้างสรรค์และคิดเป็น อิสระ”
10. ” ชีวิตจะปลอดภัย ถ้าไม่วิจารณ์ใคร “
11. ” ต้องหัดรู้จักภาษาอังกฤษของไทย…??? ” พูดด้วยก็บุญแล้ว ธรรมดาหลบไปนานแล้ว
12. ” ต้องหัดรู้จักไทยมุง ” นี่คือความสามัคคีครับ
13. ” อยากรู้เรื่องอะไรต้องแอบไปคุยส่วนตัว อย่านึกว่าคนไทยจะพูดในที่ประชุม ” โธ่ ขืนพูด ตรงๆ ต่อหน้าคนอื่นโดนตื้บคาเท้าแน่ ๆ ฝรั่งอย่างท่านมาแล้วก็จากไปธ่เ พวกผมต้องอยู่ด้วยกันอีกนาน
14. ” จะไล่คนไทยออกจากงานให้คิดดี ๆ ” กระสุนนัดละ 14 บาทครับ.
15. ” อย่าตกใจ ลูกน้องไทยจะทำงานแย่แค่ไหน แต่ปีใหม่คุณจะได้ของขวัญจากเขามากมาย “
16. ” อย่านึกว่าทฤษฎีการให้รางวัลจะใช้ได้กับคนไทย สูญเปล่าไปก็เยอะ” โธ่ ตำราไหน ก็ใช้กับคนไทยไม่ได้หรอก ขอให้สนุกเถอะเรื่องเงินว่ากันทีหลัง
17. ” การแนะนำตัวสำคัญมาก พวกเขาเน้นลำดับความสำคัญก่อนหลัง พลาดเรื่องนี้เรื่องอื่น พังหมด” ดีมากที่หัดรู้จักคนไทย เราเน้นพิธีการา เรื่องงานว่ากันทีหลัง่น
18. ” เวลาประชุมกับคนไทย หรือคนไทยด้วยกันเองประชุมกัน เจ้านายจะพูดลูกน้องจะจด อย่าหวังว่าจะได้เห็นการระดมสมองเลย”
19. ” คนไทยชอบให้เรียกชื่อต้น ไม่ใช่ชื่อ-นามสกุลุม ถ้าเรียกชื่อเล่นของลูกน้องได้ก็ดี แต่อย่าเรียกชื่อเล่นเจ้านาย “
20. ” การแต่งตั้งคนทำงานในตำแหน่งต่าง ๆ เน้นความเป็นญาติมากกว่าความสามารถ “
21. ” วันหยุดมากมาย วันลามากมาย่ง การเรี่ยไรมากมายจนคุณเตรียมตัวเตรียมของขวัญไม่ทัน”
22. ” อย่าแสดงความเห็นขัดกับใคร “
23. ” การแก้ไขปัญหามักเน้นการกระจายว (นินทา)ให้ทุกคนรับทราบและใช้เหตุผลทางจิตวิทยา มาแก้ และก็แก้ไม่ได้บ่นกันต่อ ๆ ไป “
24. ” เจอเจ้านายอย่าพูดเสียงดัง ฟัง ๆ ๆ ๆ ” นี่เป็นหลักการ สงบสยบเคลื่อนไหวของลูกน้องไทย
25. ” คนไทยเน้นศาสนาพุทธมากแต่พอถามลึก ๆ ตอบเกี่ยวกับศาสนาไม่ค่อยได้”
26. ” คนไทยไม่กลัวความเครียด เพราะมีภูมิต้านทานความเครียดดี ” รถติดทุกวัน ทำงานเสร็จทันเวลา ส่งดอกเบี้ยไม่ทัน รีบขึ้นรถ ลงเรือ ฯลฯ เราฝึกจนชิน เรามียาวิเศษคือยาบ้า พวกชาวเขาจึงรวยเอา รวยเอา ผลิตแทบไม่ทัน
27. ” โทรศัพท์ ๆ ๆ ๆ กันทั้งวันทั้งคืน ” เราเหงาครับ มือถือ ความเท่ห์ แสดงหน้าตาอย่างหนึ่งและเด็กของเราตอนเล็ก ๆ อยู่บ้านถูกพ่อแม่แย่งพูด ไปโรงเรียนครูก็ห้ามพูด ดังนั้นถ้าว่างต้องพูด ๆู่ต่างชาติถึงจะเข้ามาซื้อองค์การโทรศัพท์เพราะรายได้มหาศาล ขึ้นราคาได้ จะแพงที่สุดในโลกแล้วื้
28. ” อย่าเรียกคำนำหน้าคนไทยผิด ต้องตรวจสอบยศ ตำแหน่ง อายุ รายได้ใครหนุนหลังฯลฯอ “
29. ” ชายต่างชาติอย่าโดนตัวผู้หญิงไทย ” ที่เขาให้โดนตัวมีุ แต่ต้องจ่ายเงินเป็นชั่วโมงิง
30. ” อยากให้ลูกน้องคนไทยชื่นชมต้องกินเหล้าเก่ง ๆ เท่ห์มาก ๆ เลย ” เราฝึกการละศีลข้อที่ 5นี้กันตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว จะเท่ห์มาก ๆ ยิ่งกินในวัดาก กินงานศพ ถ้าให้ดีต้องกินวันงานปีใหม่ในโรงงานให้เจ้านายต่างชาติดูท่าเต้นไส้เดือนสะดุ้งไฟ แล้วเมาตีกันในงานเท่ห์มาก ๆลฯอ ต่างชาติเขาก็ส่ายหน้าน่าสมเพช
31. ” หัดไหว้ให้ถูกต้อง ” ดีมากเพราะคนไทยเราไหว้ไม่เป็นเท่าไรนัก
32. ” คนไทยชอบฝรั่ง ” เราชอบฝรั่งมาก ๆ หญิงไทยย้อมผมกันแดงโลด ดารานักร้องของเราก็ลูกครึ่ง
33. “เวลาจะเสนอแนวคิดใหม่ๆให้คนไทยต้องคิดให้ดีๆเพราะนอกจากจะไม่ฟ ังแล้วอาจจะโดนด้วยนายคูเปอร์นี่เป็นคนอังกฤษ จบปริญญาเอกห้ มีภรรยาคนไทยทำงานอยู่ทางภาคเหนือของไทยซึ่งเราต้องขอบคุณเขาที่ให้แนวคิดมา ผิดถูกอย่างไรใช้ปัญญาคิดเอาเอง ส่วนที่ผมก็มองหาต้นตอ สาเหตุทั้งหลายทั้งปวง้วย ก็ยังฟันธงไปที่ ” การเลี้ยงลูกของคนไทย เป็นการเลี้ยงลูกที่ไม่มีมาตรฐาน ” ผมอยากให้อ่านหนังสือเรื่อง รอให้ถึงอนุบาลก็สายเสียแล้ว กันมาก ๆ หน่อยน หรืออ่านตำราการเลี้ยงลูกกันมาก ๆ 

ระบบการศึกษาไทยล้มเหลวู จนทำลายชาติอย่างย่อยยับ ตั้งแต่นักการศึกษาไทยเอาระบบตัดเกรดมาใช้ โดยไม่พิจารณาให้รอบคอบเอาระบบข้อสอบปรนัยมาใช้กับประเทศด้อยพั ฒนา กดขี่หลักสูตรของโรงเรียนต่าง ๆ เน้นปริมาณเด็กจบมาก ๆ ไว้ก่อนไม่เน้นคุณภาพง้วย ขืนยังเป็นอย่างนี้ต่อไปอุตสาหกรรมไทย ธุรกิจไทยพัง มีแต่คนโง่ เห็นแก่ตัวมากมายป เต็มองค์กรไปหมด และระบบต่าง ๆ ก็จะพังตามกันไปเรื่อย ๆ แผ่นดินนี้คนไทยยึดครองมานานกว่า 700 กว่าปี ถ้าเป็นแบบนี้อีกไม่เกิน 100 ปีจะเป็นของต่างชาติหมด เผ่าพันธุ์ไทยก็จะถูกกลืนกลายเป็นคนชั้นสอง ศาสนาพุทธก็จะได้รับการบำรุงรักษาโดยคนชาติอื่น เพราะเราไม่มีปัญญาจะรักษาไว้ความเห็นของผมครับ จริงในหลายๆ ส่วนนะเพื่อนๆ คิดว่าคนส่วนมากหรือส่วนน้อยเป็นอย่างที่เขาว่าล่ะ


 

☆ 。 ° 。 ● when you’re in love with someone ● 。 ° 。☆

 

 

 

when you’re in love
with someone 

When you’re in love…life is like a romance novel that you never want to end.
เมื่อคุณอยู่ในห้วงแห่งรัก

..ชีวิตก็เหมือนดั่งนิยายที่คุณอ่านไม่จบ

When you love someone…you’ll do anything to reach the heart of the one you love.
เมื่อคุณรักใครสักคน…คุณจะทำทุกอย่างเพื่อชนะใจเขา

When you feel true love

you follow the way of the heart.
เมื่อมีรักแท้…คุณก็พร้อมที่จะไปตามเสียงเรียกร้องของหัวใจ

When love is in your heart…life is so good it’s like a dream.
เมื่อมีรักในใจ..ชีวิตก็งดงามดุจความฝัน

When you’re in love it has a strange affect on everything you do.
เมื่อคุณอยู่ในห้วงแห่งความรัก รักนั้นดูเหมือนจะมีอิทธิพลกับทุกสิ่งที่คุณทำอย่างประหลาด

When you love someone…

everything around you can feel

the warmth of your love.
เมื่อคุณรักใคร…ทุกสิ่งรอบๆ ตัวคุณดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นแห่งรักนั้น

When you’re in love your only aim is for the heart of the one you love.
เมื่อคุณอยู่ในห้วงแห่งรัก…

สิ่งเดียวที่คุณปราถนาคือ หัวใจรักตอบแทน

When love is in your heart ..

it inspires you to be the best you can be.
เมื่อใจคุณมีรัก…รักนั้นจะบันดาลให้คุณทำทุกสิ่งได้ดีเยี่ยม

When you love someone…

the seeds you plant grow into love.
เมื่อคุณรักใคร…เมล็ดพันธุ์ที่คุณปลูกก็งอกงามเป็นความรัก

When you’re in love you have love to share with everything around you.
เมื่อคุณมีรัก…คุณก็อยากแบ่งปันรักนั้นกับทุกสิ่งรอบๆ ตัว

When love is in your heart you’re happy doing the simple chores of life.
เมื่อคุณมีรักในหัวใจ…แม้เรื่องธรรมดาประจำวัน

ก็ดูจะทำให้คุณมีความสุขได้

When you love someone no matter how you add it up,the answer remains the same.
เมื่อคุณรักใครสักคน…ไม่ว่าคุณจะคิดไปทางใด

คำตอบก็ดูจะออกมาเหมือนเดิมเสมอ

When you’re in love the treasure you seek is true and endless love.
เมื่อคุณตกอยู่ในห้วงแห่งรัก…สมบัติล้ำค่าสิ่งเดียว

ที่คุณแสวงหา ก็คือรักแท้อันเป็นนิรันดร์

When you’re bound with love

you’re a happy prisoner…
เมื่อคุณถูกพันธนาการด้วยรัก…

คุณก็คือนักโทษที่มีความสุขที่สุด

When you love someone …

you just can’t keep it to yourself.
เมื่อคุณรักใครสักคน…

ก็ดูเหมือนว่าคุณจะเก็บรักนั้นไว้ในใจคนเดียวไม่ได้

When you’re in love you feel like your heart can life you to a higher place

and put you on top of the world…
เมื่อคุณอยู่ในห้วงแห่งรัก … คุณจะรู้สึกราวกับว่า

หัวใจพาตัวคุณล่องลอยสู่ความสุขเหนือคนทั้งโลก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

✿.。.・ღ.。Love poetry.。.・ღ.。✿

 

"It’s not too hard to find some love
but it’s also not easy to make that love to be forever."
อันความรักไม่ใช่เรื่องยากที่จะได้มา และมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ที่จะรักษาความรักนั้นให้อยู่เป็นนิรันดร์
 

 

"Life is beautiful with people like you in it."
ชีวิตช่างงดงามนัก เมื่อมีคนอย่างคุณอยู่ด้วย

"The only abnormality is the incapacity to love."
ได้มีรักและสูญเสียมันไป ยังดีเสียกว่า ไม่รู้จักความรักเลย

 

 

"Thoughts of you brighten up my day."
การได้คิดถึงคุณ ทำให้วันของฉัน..สว่างไสว

 

 

"To LOVE is to GIVE."
ความรักคือการให้

 

"When you love someone, say it. Say it loud.

 Say it right away,
or the moment…just passes you by."
เมื่อไหร่ที่คุณรักใครสักคน จงบอกเขา บอกไปเลยดังๆ ว่า

คุณรักเขามากมายแค่ไหน
อย่าปล่อยจนถึงวันที่เขาไม่อยู่ให้คุณบอกรัก

 


 

"Love is composed of a single soul

inhabiting two bodies."
ความรักคือ การรวมจิตวิญญาณของคนสองคนให้เป็นหนึ่ง

 

 

"If I can stop one heart from breaking,

I shall not live in vain."
ถ้าฉันสามารถหยุดหัวใจเพียงหนึ่งเดียวนี้ไม่ให้แตกสลายได้ ฉันคงไม่อยู่อย่างเปล่าไร้เช่นนี้


 

"If you love something…let it go,

if it comes back to you it was truly meant to be."
ถ้าคุณรักในใครซักคน จงปล่อยให้เขาเป็นอิสระ เพราะถ้าคู่กันแล้ว ยังไงซะเขาก็เป็นของคุณ


 

"It’s easy to say ‘I LOVE YOU’.

But only ‘I DO’ says you’re really one, for always…"
คําว่ารักใครก็พูดได้ แต่สิ่งสําคัญกว่านั้นคือรักที่รักจริงๆ จากหัวใจ


 

"Love can make you happy but often times it hurts,
but love is only special hen you give it to who its worth."
-ความรักรังสรรค์ความสุข แต่บ่อยครั้งก็สร้างความเจ็บปวด
ทว่า..เมื่อคุณให้ความรักแก่คนที่สมควรได้รับ..ความรักนั้นจะมากค่า

 

"Love has no control and neither does one’s mind

 when they are in love."
ความรักไม่มีกฎเกณฑ์บังคับ ไฉนเราจะบังคับคนที่กำลังมีความรักได้


 

"True love lasts forever."
ความรักที่แท้จริงเป็นอมตะ


 
"Absence does for love what the wind does for a flame:

 it extinguishes the weak,
and feeds the strong."
ความรักไม่มีตัวตน เสมือนกับลมที่ทำให้เปลวไฟติดหรือดับได้ รักก็สามารถทำให้คนอ่อนแอหรือเข้มแข็งได้เช่นกัน


 

"Some people think that it’s holding on

that makes one strong,
Sometimes it’s letting go."
บางคนคิดว่า การได้ครอบครองในสิ่งที่รัก จะทำให้รู้สึกมั่นคงในรัก แต่บางทีการให้อิสระ อาจจะมีค่ามากกว่านั้น


 

"Love..like fine sand. Grasp it and

it will quickly slip through your fingers.
Cup it gently and it will fill the voids of your soul – –
as sand seeks to fill the spaces in your hands."
ความรักก็เหมือนเม็ดทราย เมื่อใดที่รีบคว้ามันไว้

เม็ดทรายนั้นจะไหลออกทางร่องนิ้ว
แต่เมื่อค่อยๆ ประคองมันไว้ มันก็จะอยู่ในมือของคุณ

และถ้าคุณถนุถนอมความรัก มันก็อยู่ในทุกช่องว่างในหัวใจ

เช่นเดียวกับเม็ดทรายที่อยู่ในกำมือ


 

"In real love you want the other’s person good.
In romantic love you want the other person."
คุณต้องการความดีของอีกฝ่ายสำหรับความรักที่แท้จริง

 แต่คุณต้องการเพียงตัวของเขาในความรักที่ลุ่มหลง


 

"Where the relation is one of love, words are of no use."
คำพูดใดๆ ก็ไม่จำเป็นในที่ที่ความสัมพันธ์เกิดจากความรัก

 

"Love conquers everything."
ความรักชนะทุกสิ่ง


 

"As I gaze upon your beauty, I think to myself,
never have I seen an angel fly so low."
ในขณะที่ฉันจ้องมองคุณ ฉันคิดกับตัวเองเสมอว่า

ทำไมนางฟ้าถึงได้บินลงมาใกล้ถึงเพียงนี้


 

"Love can be sunshine and love can be blind ..
but only you could really know .. define your love."
ความรักเป็นทั้งแสงสว่างและความมืด

แต่สิ่งเดียวที่คุณรู้…คือนิยามความรักของตัวเอง


 

"When love meets happiness begins."
เมื่อความรักมาบรรจบ ความสุขก็เริ่มต้น


 

"Don’t go find LOVE, Let LOVE finds you."
จงอย่าไขว่คว้าหารัก จงให้รักตามหาคุณ

 

"Love is just a four letter word with

so many meanings behind it."
คำว่ารักเป็นอักษรเพียง 4 ตัว ที่เรียงร้อยขึ้นมา ด้วยความหมายที่มากมายในคำนั้น


 

"Love has its ways."
ความรักมีหนทางของมัน


"When one door of happiness closes, another opens;
but often we look so long at the closed door
that we do not see the one

which has been opened for us."
เมื่อประตูแห่งความรักบานใดบานหนึ่งได้ปิดลง

อีกบานก็เปิดขึ้นมา แต่เรามัวแต่มุ่งความสนใจไปที่บานที่ปิดลงนั้นมากจนเกินกว่าจะได้เห็นประตูใหม่ที่เปิดขึ้น


 

"If you never get your heart broken,

you’ll never learn to love."
ถ้าหากคุณไม่เคยอกหัก คุณก็ยังไม่รู้จักความรัก


 

"Love is like an hourglass with the heart filling up

 as the brain empties."
ความรักเปรียบเสมือนนาฬิกาทราย ที่เติมเต็มไปด้วยความรัก และมีแค่รักเท่านั้น


 

"Love sees not with the eyes but with the Mind."
ความรักไม่สามารถเห็นได้ด้วยด้วยตา แต่สัมผัสได้ด้วยใจ

 

"Where’s ever you go, go with all your heart." 
ไม่ว่าคุณจะไปที่ไหน จงไปพร้อมใจทั้งหมดของคุณ 



Miss You So

กายไกลไกลเกินสายตาจะแลเห็น
ดูมันเป็นความเหงาเหงาเหลือจะกล่าว
เหม่อมอง…เราอยู่ร่วมแผ่นฟ้าและแพรดาว
ฝากสั่งกระซิบเสียงแผ่วผ่าว…คิดถึงจัง
 
 
 
 

 
Far beyond words is my loneliness;
Far beyond sight are our bodies;
At the vast blue vault
of heaven I gaze.
Under the same blankets of sky and stars dwell we.
Stars, please take to my beloved my soft whisper:
I miss you so.