ป้ายจราจรนอกเมือง – ทางหลวง 2

#ป้ายจราจรนอกเมือง_ทางหลวง

มาดูกันต่อเลยค่ะ

ข้อแนะนำ… อ่านคำถามและดูภาพประกอบ แล้วลองตอบเองก่อนนะคะ แล้วค่อยอ่านดูแนวคำตอบที่เราลงไว้ให้ค่ะ

คำถาม 08: เสาสีส้มๆ นี้ ปักไว้ข้างทาง เพื่ออะไรคะ?

คำตอบ:
เสานี้มีชื่อเรียกว่า plogpinne เป็นหลักสีส้มมีรีเฟลกซ์ติดอยู่ด้วย ใช้เป็นเครื่องหมายสำหรับบอกขอบเขตถนน จะมีมาปักไว้ในฤดูหนาว เพราะเวลาหิมะตกมากๆ เราจะได้ทราบว่า ขอบถนนอยู่ตรงไหน ส่วนรีเฟลกซ์บนเสาช่วยให้เรามองเห็นเสานี้ได้ในเวลากลางคืน ซึ่ง plogpinne ช่วยลดความเสี่ยงในการขับออกนอกเส้นทางหรือขับเลยขอบถนนออกไปซึ่งอาจจะทำให้เกิดอันตรายได้

ถนนในบางเส้นนั้นพื้นที่ถนนกับพื้นที่โดยรอบอยู่ในระดับเดียวกัน ในกรณีที่มีหิมะตกเยอะๆ ปกคลุมขาวไปทั่วก็จะมองยากมากว่าตรงไหนคือทางสำหรับรถวิ่งค่ะ


คำถาม 9 :
จากภาพ ป้ายต่างๆ บอกอะไรเราบ้างคะ?
แล้วเราขับแซงรถคันหน้าได้หรือไม่? เพราะเหตุใด?

คำตอบ:
– ป้ายบอกว่า ด้านหน้านี้มีกล้องตรวจจับความเร็ว ซึ่งถนนนี้วิ่งได้ด้วยความเร็วไม่เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (ถ้าขับเกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กล้องก็จะถ่ายรูปแล้วจะมีใบสั่งพร้อมรูปถ่ายของคนขับมาที่บ้าน)
– ป้ายบอกว่า ถึงเขตที่ชื่อ Gullarp
– ณ ตรงนี้เป็นเนินซึ่งทำให้ไม่สามารถมองเห็นรถที่สวนมาและเส้นบนถนนฝั่งที่เราขับมานี้เป็นเส้นทึบ (heldragen linje) จึงขับแซงไม่ได้ เพราะเสี่ยงต่ออันตรายค่ะ

** เพิ่มเติม – สำหรับเวลาหัดขับรถ **

– ที่ครูเคยสอนมาเวลาขับจริงต้องมองมากกว่านี้นะ มองรถคันหน้าด้วย มองกระจกหลังด้วยว่ามีรถตามมาใกล้หรือไกลอย่างไร เพราะด้านหน้าทางขวามือมีป้าย STOP มีทางแยก พอใกล้ๆ กับทางแยกรถคันนี้อาจจะตีไฟเลี้ยวขวา แล้วเบรกลดความเร็วลงเพื่อเลี้ยวเข้าหมู่บ้าน ซึ่งเราก็ต้องพร้อมที่จะเบรกลดความเร็วลงด้วยถ้าจำเป็น และควรทิ้งระยะห่างจากรถคันหน้าให้เหมาะสม (ตามที่ในหนังสือได้แนะนำไว้ค่ะ) ไม่ควรขับใกล้รถคันหน้าจนเกินไป เพราะถ้าใกล้เกินไป ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกระทันหันเราจะเบรกไม่ทันและอาจเกิดอุบัติเหตุได้

เคยหัดขับกับผู้มีประสบการณ์ … ตอนเราขับใหม่ๆ เขาจะถามว่าตอนนี้เรามองตรงไหนอยู่บ้าง? เราก็มองไม่ไกล เช่นจากภาพนี้ นอกจากมองด้านหน้า มองกระจกหลัง ประคองรถ เราก็มองเห็นแค่ป้ายความเร็ว ป้ายกล้อง และป้ายชื่อหมู่บ้าน แต่คนที่ขับมานานเขามองไปถึง ป้าย STOP ตัวกล้อง และป้ายที่บอกว่า ระวังหมูป่าวิ่งตัดถนน โน่นแล้ว และที่ป้าย STOP เป็นทางแยกเขาก็มองไปว่า มีรถมาจอดหรือป่าว พร้อมกับมองกระจกหลังว่ามีรถมาด้านหลังหรือป่าว ถ้ามีรถจอดอยู่ตรงทางแยกนั้นก็ต้องระวังเพราะบางคันอาจจะพุ่งออกมาก็ได้ ซึ่งเราต้องพร้อมเบรกเพื่อลดความเร็ว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตราาย และถ้ามีรถมาด้านหลังเรา เราควรเบรกมากน้อยแค่ไหนเพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ คือเขามีแผนพร้อมรับกับสถานการณ์ต่างๆ ไว้ในหัวแล้ว เขาบอกว่า ต้องอาศัยจินตนาการช่วยด้วย ซึ่งช่วยทำให้เราแก้สถานการณ์หรือตัดสินใจได้ดีขึ้นมาก ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุได้ดีมากขึ้น … ตอนหัดขับใหม่ๆ เราก็ โห…ขนาดนั้นเลยหรือ แต่เราก็ค่อยๆ ฝึกไปค่ะ ซึ่งต่อมาเป็นประโยชน์มากในท้องถนนจริงๆ ค่ะ

– ข้อดีของการมองไกลๆ คือ เราจะได้เห็นทางข้างหน้าว่าเป็นอย่างไร จะได้วางแผนล่วงหน้าในการขับได้ดี ถ้ามีอะไรผิดสังเกตุเกิดขึ้นด้านหน้า เราจะได้ตั้งตัวทันและรู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของเราเองและเพื่อนร่วมทาง

– ข้อดีของการมองกระจกหลังบ่อยๆ ….. ที่โรงเรียนสอนให้มองทุก 7 วินาที (เราเองคิดว่าบ่อยไปป่าว? เวียนหัวตาลายเลยตอนแรก เพราะไหนจะมองทาง ประคองรถ ตัดสินใจ เปลี่ยนเกียร์ นั่นนี่) ก็พยายามฝึกไปเรื่อยๆ หลังๆ มาก็จะชินเอง …. การมองกระจกหลังบ่อยๆ ช่วยในการวางแผนหรือตัดสินใจของเราได้เป็นอย่างดี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ หรือเวลารถฉุกเฉินมาไกลๆ เขาแค่เปิดไฟให้สัญญาณ เราจะไม่ได้ยิน ถ้าเรามองกระจกบ่อยๆ เราจะเห็นแต่เนิ่นๆ และสามารถวางแผนเพื่อให้ทางได้ทันเวลาและอย่างปลอดภัยค่ะ


คำถาม 10:
ขับมาถึงตรงนี้ ป้ายบอกอะไรเราบ้าง? เราต้องทำอย่างไร? และระวังอะไรบ้าง? (มีรถบรรทุกคันโตมาข้างหน้าด้วยนะคะ ขาวๆ น่ะค่ะ)

คำตอบ:
ป้ายเตือนให้ระวังว่า ข้างหน้ามีทางโค้งขวา
ถนนเส้นนี้จำกัดความเร็วไม่เกิน 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
มีรถบรรทุกคันโตสวนทางมาข้างหน้า ให้ขับเข้าโค้งอย่างระมัดระวังและควรขับชิดขวาไว้จะดีกว่า
ตอนเข้าโค้งก็ปล่อยคันเร่ง แล้วประคองรถไปตามโค้ง พอตอนกำลังจะออกจากโค้งก็เริ่มเหยียบคันเร่งอีกครั้งแล้วขับต่อไป

เพิ่มเติม
สาเหตุที่ควรขับชิดขวาก็คือ จะได้ไม่พลาดไปเบียดรถบรรทุก เช่น ในกรณีถนนลื่น เราขับมาเร็วแล้วลดความเร็วลงไม่เหมาะสมในตอนเข้าโค้งรถอาจเหวี่ยงไถลไป หรือโดนรถบรรทุกเบียดถ้าเขาเกิดใช้พื้นที่บนถนนเยอะหรือเขาเลี้ยวแล้วกินทางมาฝั่งเราค่ะ

สาเหตุที่ต้องปล่อยคันเร่ง เพราะเวลาเข้าโค้งเราควรลดความเร็วลงหน่อย เพื่อให้สามารถประคองรถไปตามโค้งได้ง่ายขึ้น(โดยเฉพาะมือใหม่หัดขับ) รถจะได้ไม่เหวี่ยงไถลไปอีกฝั่งถ้าถนนลื่น


คำถาม 11 : ป้ายบอกอะไรคะ? ขับมาถึงตรงนี้แล้ว จะต้องระวังอะไร? ทำอย่างไรบ้าง?

คำตอบ : ป้ายเตือนว่า ระยะทางอีกประมาณ 150-200 เมตรข้างหน้ามีทางข้ามทางรถไฟแบบมีที่กั้น แต่ถึงแม้ว่าจะมีที่กั้นบางทีมันอาจจะไม่ทำงานก็ได้ ฉะนั้น เราต้องขับข้ามทางรถไฟไปอย่างระมัดระวังเสมอ โดยการที่มองซ้ายขวาให้ดีก่อนที่จะขับข้ามทางรถไฟไป


คำถาม 12: กรณีไหนที่เราจะจอดรถและหันล้อรถแบบนี้? เพื่ออะไร?

คำตอบ: จอดรถบนทางลงจากเนิน (Nedförsbacke) เผื่อมีอะไรผิดพลาดรถก็จะไหลเข้าหาขอบถนน ไม่ไหลไปใส่รถคนอื่น


คำถาม 14 : เครื่องยนต์รถดับบนทางรถไฟ เราทำอย่างไรได้บ้าง?
1. รถเกียร์กระปุก
2. รถเกียร์ออโต้

คำตอบ :

ถ้าเครื่องยนต์รถดับบนทางรถไฟ เราต้องย้ายรถออกจากทางรถไฟโดยเร็วที่สุด

ถ้ารถยังสามารถสตาร์ทได้ ก็รีบสตาร์ทรถแล้วขับต่อไป

แต่ถ้า ณ ตอนนั้นรถดับและติดอยู่ในแผงกั้น ให้ขับชนแผงกั้นออกมา เพราะแผงกั้นนั้นออกแบบและทำด้วยวัสดุที่ทำให้เราขับผ่าออกมาได้

ถ้ารถสตาร์ทไม่ติด ควรทำดังนี้
1. รถเกียร์กระปุก ให้ใช้ “มอเตอร์สตาร์ท” … ใส่เกียร์ 1 ปล่อยคลัช บิดกุญแจสตาร์ทเครื่องค้างไว้ รถจะกระตุกไปข้างหน้า (วิธีอาจจะใช้ไม่ได้กับรถทุกคันนะคะ)
2. รถเกียร์ออโต้ ให้ลงจากรถมาดันย้ายรถออกไป … ใส่เกียร์ว่าง แล้วออกมาดันรถออกจากทางรถไฟ

* ถ้าย้ายรถออกจากทางรถไฟไม่ได้ ให้รีบโทรแจ้งที่เบอร์ฉุกเฉิน 112 เพื่อแจ้งว่า เครื่องดับอยู่ตรงไหน อย่างไรค่ะ ทางเจ้าหน้าที่จะได้ติดต่อประสานงานเพื่อแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่รถไฟต่อไป


รวบรวมไว้โดย

Yui in Lund, Sweden

 

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s