The road to a Swedish driving licence – STR

สวัสดีค่ะ
นำมาฝากทุกๆ ท่านที่กำลังคิดจะทำใบขับขี่สวีเดน หรือกำลังทำใบขับขี่สวีเดนอยู่ค่ะ
เราคิดว่า อันนี้เป็นวิดีโอที่ดีมาก เพราะบอกภาพรวมทั้งหมด ตั้งแต่เริ่มจนถึงได้ใบขับขี่เลยทีเดียว
ลองไปดูกันค่ะ

The road to a Swedish driving licence: www.korkort.nu/new

STR, Swedish national association of driving schools, has created an instructional video as to how to acquire a Swedish licence. Here in this video you will learn all the requirements, rules and regulations when it comes to obtaining a Swedish driving licence.

 

ไหนๆ ก็พูดถึง STR แล้วก็ขอเพิ่มเติมว่า

นอกจากนี้ STR ก็ยังมีวิดีโอแนะนำเกี่ยวกับ Elevcentralen ซึ่งเป็นเวบไซต์สำหรับการเรียนรู้ต่างๆ ทางออนไลน์สำหรับการเตรียมตัวเพื่อสอบใบขับขี่สวีเดนค่ะ
(ถ้าเราสมัครเรียนกับโรงเรียนสอนขับรถ ทางโรงเรียนจะให้รหัสเพื่อเข้าไปฝึกทำแบบฝึกหัดเกี่ยวกับทฤษฎีการขับรถในสวีเดน นอกจากนี้ ในนี้ยังมีข้อมูลอื่นๆ
เกี่ยวกับว่า เราต้องเรียนอะไร เรียนถึงไหนแล้ว ทำอะไรผ่านไปแล้ว เป็นต้น คือเป็นเหมือนโปรไฟล์ของเราเอง)

 

ในสื่อการเรียนการสอนของ STR ก็จะมีวิดีโอประกอบในหัวข้อต่างๆ ซึ่งมีตัวอย่างแบบในวิดีโอนี้ค่ะ
เราก็แนะนำให้เปิดเข้าไปดูค่ะ จะได้เห็นภาพ และเข้าใจในเรื่องที่อ่านมากขึ้น

 

เราแนะนำว่า ถ้ามีอะไรสงสัยอย่างไร ก็สอบถามได้ที่โรงเรียนสอนขับรถ หรือครูที่สอนเราขับรถของโรงเรียนสอนขับรถ
เขาจะมีข้อมูลต่างๆ ที่จะไขข้อข้องใจ หรือแนะนำเราได้ดีค่ะ

 

โชคดีกันทุกๆ คนเลยนะคะ สู้ๆ


 

แวะไปพูดคุยสอบถามเกี่ยวกับเรื่อง ใบขับขี่สวีเดน ได้ที่ห้อง ใบขับขี่สวีเดน Körkort på thai ในเฟสบุ๊คค่ะ

 

 

การขับในวงเวียน – มะกรูด

magroodcirculationsplats

การขับในวงเวียน (Att köra i cirkulationsplats) มีกฎหลักๆ คือ

หากเราจะขับเข้าในวงเวียน เราต้องให้ทางรถที่อยู่ในวงเวียนก่อน เวลาให้ทางก็เหมือนกับกรณีทั่วๆ ไปคือ ให้ชะลอความเร็วลงแต่เนิ่นๆหรือหยุดหากจำเป็นต้องหยุด

 

ขณะที่จะขับเข้าวงเวียน
– กฎหมายไม่ได้บังคับว่าต้องเปิดไฟเลี้ยวเวลาที่จะขับเข้าวงเวียน แต่เราก็ควรที่จะเปิด เพื่อให้คนอื่นทราบว่าเราจะขับอย่างไร โดยหากจะเลี้ยวขวาก็เปิดไฟเลี้ยวขวา หากจะเลี้ยวซ้ายก็เปิดไฟเลี้ยวซ้าย และหากจะตรงไป ไม่ต้องเปิดไฟ
– หากมีหลายเลน ให้เลือกเลนที่เหมาะสมกับจุดหมายปลายทางของเรา (โดยทั่วไปจะเลือกเลนเหมือนกับสี่แยกทั่วๆ ไป ที่ไม่มีวงเวียน)
– หากมีป้ายจราจร หรือเครื่องหมายจราจรบนท้องถนนก็ให้ปฏิบัติตาม
– อย่าลืมว่า เวลาที่รถบรรทุกคันใหญ่ๆ หรือรถพ่วงขับในวงเวียน อาจจะมีการกินเลนมากกว่าหนึ่งเลน เราอาจจะโดนเบียดได้


ขณะที่อยู่ในวงเวียน
– เวลาเปลี่ยนเลน หรือเคลื่อนย้ายรถไปทางด้านข้าง ต้องให้สัญญาณ
– จะเปลี่ยนเลนได้เฉพาะกรณีที่ไม่ก่อให้เกิดอันตรายหรือกีดขวางรถคันอื่นๆ
– หากเห็นว่ารถคันอื่นกำลังจะเปลี่ยนเลน เราควรมีน้ำใจช่วยอำนวยความสะดวกให้เขา โดยการปรับความเร็วของเราให้เหมาะสม


ขณะที่จะขับออกจากวงเวียน
– จะต้องให้สัญญาณโดยการเปิดไฟเลี้ยวขวา
– ปรับการขับขี่ให้เหมาะสม ทางที่ดีที่สุดควรจะอยู่ที่เลนขวาสุดในวงเวียนก่อน แล้วจึงเลี้ยวออกจากวงเวียนจากเลนนั้น (แต่หากเราจะเลือกขับในเลนซ้ายหลังจากออกจากวงเวียนไปแล้ว เพราะเลนซ้ายเหมาะกับจุดหมายปลายทางที่เราจะไปมากกว่า ก็สามารถขับออกจากวงเวียนตรงเลนซ้ายได้)
– หากต้องขับออกจากวงเวียนตรงเลนซ้าย ให้ระวังรถที่วิ่งบนเลนขวา เพราะเราไม่อาจทราบได้ว่าเขาจะขับวนไปวงเวียนต่อไป หรือจะออกจากวงเวียนพร้อมกันเรา

***เวลาจะเปลี่ยนเลน อย่าลืมมองมุมบอด***


ปรารถนาดี
มะกรูด


ดูภาพประกอบได้ที่ http://www.övningskörning.com/cirkulationsplats/

ดูวีดีโอประกอบ https://www.facebook.com/groups/489623741216735/


 

ติดตามอ่านเนื้อกฎจราจรได้ในหนังสือ Körkortsbok på thailändska

สั่งซื้อได้ที่ info@thaibok.se

korkortpathailandska2016

 

สุขสันต์วันคริสต์มาส 2016

🎊🎁 สุขสันต์วันคริสต์มาส ✨🎉

⭐️🛍 Merry Christmas! 💫🎀

💝🍰 God Jul! ❄️🎈

 

มีบรรยากาศเล็กๆ น้อยๆ ที่บ้านมาฝากค่ะ

แต่งตัวรอกิน

 

แกะของขวัญ…ป้าจะโค่นต้นอยู่เรื่อย

 

😸ดมๆ ถึงขนาดเลียซองเลยพ่อคุณ 555+

 

ป้าจะเอาซองไหนก่อนบอกเลยนะ แต่แบ่งกันกับบุญมานะ

 

แน่นมาก และทุกปีต้องมีส้มตำเป็นเครื่องเคียงไม่งั้นเลี่ยนแย่

กินเสร็จถามแฟนว่า อาหารคริสต์มาสชาติไหนมีส้มตำ? ฮ่าๆ ๆ

 


Yui in Lund, Sweden

แชร์ประสบการณ์การสอบใบขับขี่สวีเดน – มะกรูด

กระทู้แชร์ประสบการณ์การสอบ ใครมีเทคนิคอะไร มาแชร์กันนะคะ

magroodthaibok

ของมะกรูดคือ

๑. สอบทฤษฎี

มะกรูดทำแบบฝึกหัดเยอะมาก
เริ่มแรกทำของ korkortonline.se เพราะว่าเขาจะมีคำอธิบายว่าทำไมถึงตอบอย่างนั้น ทำให้เราเข้าใจที่มาที่ไป และแม่นเนื้อหามากขึ้น และอยากอุดหนุนเขา เพราะเขาให้ข้อมูลฟรีๆ เยอะมาก

แล้วก็ทำแบบฝึกหัดของโรงเรียน หัวข้อไหนผิดบ่อยมะกรูดก็จะค้นหาคำตอบ และเขียนสรุปย่อไว้ เช่นเรื่องความเร็วของรถที่ติดป้าย LGF โจทย์มันใช้ป้ายเดียวกัน แต่ไหงคำตอบไม่เหมือนกันสักที … พอไปค้น จึงถึงบางอ้อ

เรื่องความเร็วของรถประเภทต่างๆ มะกรูดจะจำเป็นตารางเลย โดยไล่ความเร็วลงมาจาก 120 มาถึง 20 หรือ 10 กม./ชม.
บางหัวข้อก็จำเอา เพราะคิดว่าถ้าจะคิดหาเหตุผลมันจะช้า เช่น เรื่อง Understyrd, Överstyrd
คือมะกรูดใช้เทคนิคไม่เหมือนกัน แล้วแต่ความเหมาะสมของประเภทข้อมูล
ส่วนเรื่องระยะหยุดรถ ก็อ่านให้เข้าใจ ไม่ว่าโจทย์จะพลิกแบบไหนก็ทำได้ และตรงนี้มีออกแทบทุกครั้ง… เรียนรู้ให้เข้าใจแล้วคุ้ม…
พอทำผ่านจนไม่ค่อยเจอข้อสอบใหม่ๆ แล้ว มะกรูดก็ไปทำข้อสอบของโรงเรียน ที่เป็น “ข้อสอบ” ไม่ใช่ “แบบฝึกหัด” เฉยๆ

มะกรูดมองว่า ให้เราเน้น #ฝึกส่วนที่เราอ่อน ให้มากๆ
ของมะกรูดจะถนัดทฤษฎี มะกรูดก็จะฝึกขับเยอะมากกกกก
ปัญหาของมะกรูดคือ #มีความรู้ท่วมหัวแต่เอาตัวไม่รอด…ไม่สามารถเอาความรู้ในหัวไปใส่ที่เท้าหรือมือ ให้ขับได้ง่ายๆ เหมือนคนอื่นๆ…
ตอนฝึกขับเคยเครียดมากถึงกับปวดหัวใจ ต้องฉีดยาใต้ลิ้นครั้งนึง
บางครั้งก็ขอครูว่า ขอจอดพักก่อน ดื่มน้ำหวานก่อน แก้เครียด
บางครั้งร้องได้ก็มี
และที่หนักสุดคือ ตั้งฉายาใหม่ให้ตัวเองว่า “ตูนี่มันควายชัดๆ”
เกิดมาไม่เคยคิดว่าตัวเองโง่เหมือนควาย ก็ได้มาลิ้มรสชาติความเป็นควายตอนฝึกขับรถนี่แหละค่ะ …

ก่อนจะไปสอบ โรงเรียนเขาให้ทดสอบกับครูคนอื่นที่ไม่ได้สอนเรา
สอบกับครูคนแรก ไม่ผ่าน
สอบกับครูคนที่สองก็ไม่ผ่าน
ทีนี้ก็ไม่มีครูให้เราไปสอบด้วยแล้วสิ เพราะทั้งโรงเรียนเขามีครูแค่ ๓ คน อิอิ
คือ ของมะกรูดนี่โรงเรียนเขาไม่ยอมส่งไปสอบนะคะ เพราะส่งไปก็จะเสียชื่อเสียงของเขาเปล่าๆ
มะกรูดก็บอกให้เขาส่งไปสอบแบบส่วนตัว เพราะโรงเรียนไม่กล้าส่งเข้าประกวด
แต่มะกรูดเช่ารถของโรงเรียนไป เพราะคุ้นเคยมากกว่า
ครั้งแรกขอให้ครูผู้สอน (คนใหม่) คนที่ให้กำลังใจเรามากกว่าคนแรก … ให้ครูนั่งไปด้วย
สอบไม่ผ่าน
ครูบอกว่า “ฉันไม่อยากนั่งไปด้วยเลย นั่งแล้วฉันเครียด”
555 สงสัยครูจะกลัวฝีเท้าของนักเรียนมากกว่า
พอไปสอบครั้งที่สอง มะกรูดก็เกรงใจครู ไม่อยากบังคับเขาให้เขาต้องนั่งไปด้วย
ก็เลยขับคนเดียวกับผู้คุมสอบ
พอสอบเสร็จ ลงมาเจอครูๆ ถามว่าเป็นไง
พอบอกว่าผ่านแล้ว ครูถึงบอกว่า “ฉันเครียดแทนเธอมากเลย เพราะผู้คุมคนนี้โหดที่สุดในอุปซอล่า”
555

 

ปัญหาคือว่า มะกรูดตื่นเต้นมาก จนพอกลับมาบ้านแล้วไม่แน่ใจว่าตัวเองสอบผ่านไหม …เพราะจำไม่ได้ว่าผู้คุมเขาว่ายังไง …
เพื่อความแน่ใจเลยทำฟอร์มโทรไปถามหน่วยงานที่รับผิดชอบว่า “เพื่อนฉันชื่อ….เพิ่งไปสอบมาเมื่อกี้นี้ ไม่รู้ว่าเขาผ่านไหม”
จึงได้คำตอบที่แน่ชัดอีกรอบว่า “ผ่านแล้วคร้า”
555
๒. เคล็ดลับก่อนสอบขับคือ

มะกรูดฟังเสียงบรรยายคลายเครียด
เขาแนะนำว่าให้หลับตาจินนาการถึงการสอบว่า เป็นไปอย่างราบรื่นๆ ง่ายๆ สบายๆ เราทักทายผู้คุมด้วยรอยยิ้ม เขาก็ยิ้มให้เราอย่างอบอุ่น เป็นกันเอง ฯลฯ
เราเริ่มการตรวจสอบเพื่อความปลอดภัยอย่างสวยงาม ไม่ติดขัด
ขับไปแยกแรก เราทำได้ดี ถูกต้องทุกประการ
คือสรุปง่ายๆ จำรายละเอียดที่เราเคยเรียนมา มาสร้างเป็นละครในหัวของเรา ว่าทำทำผ่านทุกหัวข้อ
และคิดเหมือนว่าเราขับรถพาเพื่อนเที่ยว

ตอนนั้นมะกรูดจินตนาการว่า พาเพื่อนขับไปวัด
ขอให้โชคดีค่ะ
มาแชร์ประสบการณ์กันนะคะ
มะกรูด

 


ติดตามอ่านเนื้อกฎจราจรได้ในหนังสือ Körkortsbok på thailändska

สั่งซื้อได้ที่ info@thaibok.se

Facebook: https://www.facebook.com/Thaibok/

korkortpathailandska2016

สอบขับอย่างไรให้ผ่าน – มะกรูด

uppkorningenmartin

 

ข้อแนะนำ ๑๕ ข้อสำหรับวันสำคัญ

๑. นำบัตรประจำตัวประชาชนไปด้วย เพราะถ้าไม่มีบัตรก็ไม่มีสิทธิ์สอบ

๒. ไปให้ตรงเวลา ถ้าไปสายเจ้าหน้าที่จะไม่ให้สอบ ซึ่งกรมการจราจรจะเข้มงวดเกี่ยวกับเรื่องนี้

๓. ถ้าเป็นไปได้คุณควรจะฝึกขับกับโรงเรียนสอนขับรถบ้าง ขับแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็ได้ เพื่อที่จะได้ทดสอบความรู้ก่อนสอบ และครูสอนขับรถก็จะได้บอกคุณ ว่าคุณขับได้ดีเพียงพอที่จะไปสอบแล้วหรือยัง นอกจากนี้ครูยังให้คำแนะนำได้อีกด้วย ว่าควรจะฝึกส่วนไหนเพิ่มเติม

๔. เวลาฝึกกับครูฝึกส่วนตัว ให้ลองสมมุติว่าคุณกำลังสอบขับ โดยให้ครูฝึกส่วนตัวทำท่าเป็นผู้คุมสอบ และให้คุณขับเองเป็นเวลา ๔๐ นาที โดยไม่ให้ครูฝึกพูดอะไรเลย เสร็จแล้วจึงค่อยคุยกันเรื่องรายละเอียดเกี่ยวกับผลการทดสอบ
แต่ทั้งนี้ หากครูฝึกเห็นว่าสถานการณ์เริ่มที่จะเป็นอันตราย ก็ต้องหยุดทำตัวเป็นผู้คุมสอบ และกลับมาพูดกับคุณตามปกติ

๕. ฝึกขับใกล้ๆ กับที่ทำการของกรมการจราจร เพราะการคุ้นเคยกับสถานที่สอบ จะทำให้คุณมีความได้เปรียบมากขึ้น

๖. บางครั้งพอสอบเสร็จแล้วผู้คุมสอบอาจจะถามคำถาม โดยยกสถานการณ์ที่เพิ่งขับผ่านมาขึ้นมาพูด แล้วถามว่าทำไมคุณจึงขับแบบนั้น ให้คุณพยายามคิดทบทวนให้ดี แล้วอธิบายให้ผู้คุมฟังว่า ในสถานการณ์ที่ผู้คุมยกมา คุณควรจะปรับปรุงตรงไหน อย่างไร … อย่าโต้เถียงกับผู้คุม

๗. ให้เรียนรู้เรื่องการตรวจสอบเพื่อความปลอดภัยให้แม่นยำก่อนไปสอบ เพราะเรื่องนี้เป็นเพียงหนึ่งในไม่กี่หัวข้อที่คุณรู้อยู่แล้วว่าคุณต้องเจอแน่ๆ
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องการตรวจสอบเพื่อความปลอดภัยได้ที่นี่ (มะกรูด: ลิงก์มันชนกัน ขออนุญาตตัดออกก่อน แล้วค่อยแปลมาส่งนะคะ)

๘. พยายามมองเรื่องการสอบขับให้เป็นเรื่องเล็ก
เพราะแม้คุณจะสอบไม่ผ่าน ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะพาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์ให้เป็นข่าวใหญ่โตเสียเมื่อไหร่ และการที่คุณสอบไม่ผ่าน ก็ไม่ได้ทำให้โลกหยุดหมุนด้วย
ยิ่งคุณทำเรื่องสอบให้เป็นเรื่องใหญ่เท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งรู้สึกตื่นเต้นเท่านั้น แล้วผลสอบก็คงจะออกมาอย่างน่าลุ้นระทึกเหมือนความรู้สึกของคุณ
อ่านเกี่ยวกับประสบการณ์ตอนที่ผมสอบขับได้ที่ลิงก์นี้ (มะกรูด: ลิงก์มันชนกัน ขออนุญาตตัดออกก่อน แล้วค่อยแปลมาส่งนะคะ)

๙. เช็คดูว่ากรมการจราจรใช้รถรุ่นไหนสอบ
แล้วถามคนรู้จักว่ามีใครที่มีรถรุ่นนั้น และขอยืมรถเขาฝึกขับได้ไหม เพราะถ้าคุณรู้สึกคุ้นเคยกับรถ มันก็จะรู้สึกง่ายขึ้น โดยปกติแล้วถ้าทางโรงเรียนสอนขับรถเป็นคนจองเวลาสอบให้คุณ เวลาสอบเขามักจะให้คุณใช้รถของโรงเรียน

๑๐. มักจะมีคนล้อเลียนว่ากรมการจราจรคือ “โรงเรียนสอนขับรถที่ใหญ่ที่สุดของสวีเดน”
ดังนั้น หากคุณไม่มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าคุณจะสอบผ่าน ก็อย่าจองเวลาสอบเลย หลายคนจองเวลาไปสอบเพื่อที่จะได้รู้ว่าต้องฝึกฝนเพิ่มเติมในส่วนไหน ถ้าจะทำอย่างนั้น ไปเรียนขับรถกับทางโรงเรียนจะถูกกว่า และนอกจากนี้ครูผู้สอนยังให้คำแนะนำเกี่ยวกับการขับของคุณได้มากกว่าผู้คุมสอบด้วย

๑๑. อย่านั่งรถเมล์ไปสอบ
ให้ขับรถไปกับครูฝึกส่วนตัว เพื่อเป็นการอุ่นเครื่องก่อนสอบ

๑๒. อย่าฟังคำคนนินทาผู้คุมสอบ
ณ จุดๆ นี้ คุณคงจะเคยได้ยินคนรู้จักพูดจาว่าร้ายผู้คุมสอบมาบ้างแล้ว คำถามก็คือว่า … คนที่บ่นว่าผู้คุมสอบนั้น เขาสอบตกหรือสอบผ่าน คาดว่าเขาคงจะเป็นประเภทสอบไม่ผ่านแน่นอน เพราะคนเรามักจะไม่ยอมรับว่าตัวเองทำผิด แต่จะโทษคนอื่นมากกว่า

๑๓. ถ้าระหว่างที่กำลังสอบขับอยู่ คุณรู้สึกว่าทำอะไรพลาดไป ไม่ต้องไปสนใจข้อผิดพลาดตรงนั้น เพราะไม่แน่ ผู้คุมสอบเขาอาจจะไม่เห็นก็ได้
ถ้าคุณมัวแต่คิดถึงสิ่งที่คุณทำพลาดไป คุณก็จะเสียสมาธิได้ง่ายๆ และจากที่พลาดแค่จุดเดียวมันก็จะกลายเป็นสองจุด แล้วจากสองก็จะกลายเป็นสี่ ฯลฯ หรือจะพูดง่ายๆ ก็คือ ความผิดพลาดมันแผ่ขยายได้เร็ว แล้วท้ายที่สุด ก็เลยจะทำให้สอบตกจริงๆ

๑๔. อย่าเสแสร้ง
ให้ขับตามปกติอย่างที่คุณเคยขับ ข้อผิดพลาดพื้นๆ ที่คนส่วนใหญ่มักจะทำกันก็คือ อยากแสดงให้ผู้คุมเห็นว่าตัวเองขับอย่างสบายๆ และขับช้าเกินจำเป็น ก็เลยสอบไม่ผ่าน เพราะว่าขับช้าเกินไปทำให้กีดขวางการจราจร
นอกจากนี้แล้วผู้คุมสอบที่เชี่ยวชาญ จะจับได้ว่าคุณไม่ได้ขับเหมือนที่คุณเคยขับตามปกติ ดังนั้นขอย้ำว่า “ให้ขับอย่างที่คุณเคยขับตามปกติ”

๑๕. สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด ผมอยากบอกว่า การสอบขับไม่ใช่การแสดงกายกรรม ที่คุณจะต้องทำทุกอย่างให้ถูกต้องอย่างไม่มีที่ติ เพราะหลักใหญ่ใจความของการสอบ เขาต้องการดูว่าคุณสามารถขับรถได้อย่างปลอดภัย และไม่ฝ่าฝืนกฎจราจรเท่านั้น นั่นหมายความว่า การทำผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร ไม่ต้องกลัว

ขอให้โชคดีคว้าใบขับขี่มาครองกันให้ได้นะครับ
:::
มะกรูดได้ขออนุญาตคุณมาร์ติน ครูและเจ้าของโรงเรียนสอนขับรถ เจ้าของเว็บ www. övningskörning. com ซึ่งเป็นเว็บที่เป็นที่นิยมในหมู่ผู้ทำใบขับขี่ที่ถนัดภาษาสวีเดน เพื่อนำบทความที่น่าสนใจที่คุณมาร์ตินได้เขียนไว้มาถอดความและถ่ายทอดต่อเป็นภาษาไทยแบบสบายๆ ตามสไตล์มะกรูด ซึ่งคุณมาร์ตินก็อนุญาตมาแล้วอย่างเป็นทางการ
เชิญสำราญเลยค่ะ
ปรารถนาดี
มะกรูด
ที่มาของบทความภาษาสวีเดน:

 


ติดตามอ่านเนื้อกฎจราจรได้ในหนังสือ Körkortsbok på thailändska

สั่งซื้อได้ที่ info@thaibok.se

Facebook: https://www.facebook.com/Thaibok/

korkortpathailandska2016

ต่างๆ ภายนอกและภายในรถยนต์ ตอน 2

lagljusodimljus-fram

จากภาพ
1 สัญลักษณ์ทั้งสองสีนี้คืออะไรบ้าง?
2 เปิดใช้พร้อมกันได้หรือไม่? เพราะอะไร?

1 ไฟอันแรก คือ ไปตัดหมอกด้านหน้า ไฟอันสอง คือ ไฟต่ำ
2 ตามกฏห้ามใช้คู่กัน เพราะอันใดอันหนึ่งก็พอแล้ว เปิดสองอันก็เยอะไป แสงจ้าเกิน รบกวนรถคันหน้าและคันที่สวนมา
ใครมีไรเสริมมาค่ะ แบ่งปันเราด้วย

 


hogtemp

ถ้าเกิดขับรถอยู่แล้วไฟสัญลักษณ์นี้สว่างขึ้นมา
1 สาเหตุเกิดจากอะไร?
2 จะต้องทำอย่างไร?

1 อุณหภูมิเครื่องยนต์สูงมากเกินไป
2 จอดรถ ดับรถ เชคระดับ Kylarvätska น้ำยาหล่อเย็น ถ้าต่ำว่าระดับ min ก็เติม แต่ต้องเติมตอนเครื่องเย็น
แต่รถหลายรุ่นจะมีเข็มบอกระดับความร้อน ถ้าเห็นว่าเกือบถึงขึดสูงสุด ควรหยุดรถ ดับเครื่อง และเชคระดับน้ำยาหล่อเย็นของรถ

 


batteriet

ถ้าเกิดขับรถอยู่แล้วไฟสัญลักษณ์นี้สว่างขึ้นมา
1 สาเหตุเกิดจากอะไร?
2 จะต้องทำอย่างไร?

1 ตรวจเชคแบตแตอรี่ค่ะ
2 เชคระดับน้ำกลั่น หรือบางรุ่นต้องเปลี่ยนใหม่เลยค่ะ

 


handbroms

จากภาพถ้าสัญลักษณ์นี้สว่างขึ้นมา
1 สาเหตุเกิดจากอะไร?
2 เราจะขับรถต่อไปได้หรือไม่? อย่างไร?

– ไฟนี้ขึ้นตอนที่เรายังใส่เบรกมืออยู่ บางทีปลดเบรกมือไม่หมด ขับๆ ไปไฟจะยังคงขึ้นอยู่ รถบางรุ่นจะมีเสียงเตือนดังขึ้นมาด้วย
– แต่ถ้าขับๆ ไปแล้วมันสว่างขึ้นมา และเชคแล้วว่าเบรกมือลงหมดแล้ว ตามตำราบอกว่า อาจจะมีปัญหาอะไรสักอย่างเกี่ยวกับระบบเบรก น้ำมันเบรกอาจจะต่ำกว่าระดับน้อยสุดที่กำหนด ก็ตรวจเชคดูค่ะ

จำเป็นต้องหยุดรถทันทีหรือไม่

ไม่จำเป็นต้องทันทีทันใดแบบฉุกเฉิน แต่ควรหาที่จอดที่ปลอดภัยและอันดับแรกเชคระดับน้ำมันเบรก ถ้าต่ำกว่าขีด min ก็ต้องเติมเพิ่ม แต่ถ้าเชคแล้วระดับน้ำมันเบรกปกติก็อาจเกิดจากสาเหตุอื่น ก็ควรนำรถเข้าอู่ซ่อมรถหรือศูนย์เพื่อตรวจเชคหาปัญหาที่แท้จริง ถ้าต้องขับไกลเพื่อเอารถเข้าศูนย์ก็ไม่ควรเสี่ยง ให้เค้ามายกรถไปดีกว่า

ข้อแนะนำคือ เกิดไฟอะไรสว่างขึ้นมาก็รีบหาอ่านในคู่มือของรถแต่ละคันว่า เขาแนะนำให้ทำอะไร อย่างไร คู่มือรถช่วยได้ดีมากค่ะ มีบอกว่า อันแรกทำอะไร แล้วถ้าทำแล้วจะเป็นอย่างไร ถ้าทำแล้วไฟที่ขึ้นมาไม่หายไปเราต้องทำอย่างไร

เพราะฉะนั้นคู่มือรถต้องมีติดรถตลอดเวลา แม้แต่ช่างที่จะซ่อมให้เราเค้าก็ยังต้องเปิดดูในบางเรื่อง รถแต่ละคันแต่ละรุ่นอาจต่างกันออกไปค่ะ

 


ljus

จากภาพ เราเปิดไฟอะไรบ้าง?
– สีเขียว ไฟตัดหมอกด้านหน้า
สีแดงๆ ส้มๆ นี่ ไฟตัดหมอกด้านหลัง

 


helljus

สัญลักษณ์สีฟ้าคืออะไร?
– ไฟสูง

 


olja

ถ้าเกิดขับรถอยู่แล้วไฟสัญลักษณ์นี้สว่างขึ้นมา
1 สาเหตุเกิดจากอะไร?
2 จะต้องทำอย่างไร?

น้ำมันเครื่องมีน้อยกว่าที่ควรจะเป็น
หยุดรถทันที ไม่ควรขับต่อไป

 


halvljus

สัญลักษณ์สีเขียวคืออะไร?
– ไฟต่ำ

 

 

ต่างๆ ภายนอกและภายในรถยนต์ ตอน 1

ratten

ควรนั่งห่างจากพวงมาลัยรถยอย่างน้อยกี่เซ็นต์ติเมตร?  เพราะอะไร?
– อย่างน้อย 25 cm ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้ได้รับอันตราย/บาดเจ็บจากถุงลมนิรภัยที่จะพุ่งออกมาในตอนที่เกิดอุบัติเหตุ

 


bak

สัญลักษณ์นี้หมายถึงอะไร?
– ละลายฝ้ากระจกหลังค่ะ

 


bakdimljus

ปุ่มที่เราวงกลมสีแดงๆไว้คืออะไร? ใช้เมื่อใด?
– ไฟตัดหมอกหลังคะ ใช้ในกรณี ฝนตกหนักมาก หมอกลงจัด หิมะตกหนักมองไม่เห็นทาง จะเปิดให้คันที่มาทางหลังได้มองเห็นว่ามีรถเราขับอยู่ข้างหน้าคะ และเราจะปิดทันที ถ้ารู้ว่าคันข้างหลังมองเห็นเราแล้ว เพราะไฟตัดหมอกรถเราอาจไปแยงตาคันข้างหลังที่ขับตามเรามาได้คะ

 


vindrutan

สัญลักษณ์ในวงกลมสีแดงๆ คืออะไรคะ?
– avfuktning av vindrutan
– få bort imma från vindruta
กำจัดไอน้ำบนกระจกหน้ารถ

 


balt

จะทดสอบอย่างไรว่าเข็มขัดนิรภัยใช้ได้ไม่มีปัญหา?
– กระตุกแรงๆค่ะถ้าเข็มขัดล็อคค้างทันทีแสดงว่าปลอดภัย

 


tuta

แตรรถยนต์ ควรใช้ในกรณีใด? จงยกตัวอย่างกรณีที่ไม่ควรใช้
1 ใช้แตรรถ ในขณะที่จำเป็น เผื่อเตือนให้ อีกฝ่ายได้รู้ตัว ว่าอาจเกิดอุบัติเหตุ ระยะใกล้ตัว
2 ไม่ควรใช้แตรรถ รถในขณะทีขับผ่าน คนขี่ม้า เพราะจะทำให้ม้าตกใจค่ะ ไม่บีบแตรเพื่อต้องการทักทายคนที่รู้จัก เป็นต้น

 


lagljus

1 เราเปิดไฟอะไร?
2 ไฟนี้ใช้ตอนไหนได้บ้าง?

1 ไปต่ำ
2 ควรใช้ไฟต่ำตอนไหนบ้าง?
– หมอกลง หิมะตก หรือหิมะฟุ้งกระจาย ฝนตกหนัก จะเห็นทางตรงหน้าเราได้ชัดกว่า
– สวนทางกับรถอื่น รถราง รถไฟ เรือ หรือคนปั่นจักรยาน
– เมื่อขับตามหลังรถอื่น
– ในพื้นที่ทีมีไฟถนนส่องสว่างเพียงพอ

 


parkeringsljus

1 เราเปิดไฟอะไร?
2 ไฟนี้ใช้ตอนไหน?

1 เป็นไฟ perkeringsljus
2 ใช้เมื่อเราจอดรถ

 


broms

เราจะทดสอบการทำงานของระบบเบรกอย่างไร? (Bromsservon)
ผลที่ได้เป็นอย่างไรบ้าง?
—-
ให้ทดสอบโดยการเหยียบไปที่แป้นเบรคสักสามสี่ครั้ง ในขณะที่ยังไม่สตาร์ทเครื่อง ยิ่งเหยียบไปหลายครั้งเท่าไหร่เบรคก็จะหนักขึ้น ๆ จนเหยียบไม่ลง
เราจะสตาร์ทเครื่องแล้วแป้นเบรกเคลื่อนตัวลงไปที่พื้น
แต่ถ้าเราเหยียบในขณะที่เครื่องยังไม่สตาร์ทแล้วแป้นเบรกเคลื่อนตัวลงไปถึงพื้นเลย นั่นหมายถึง ต้องนำรถไปตรวจสอบแล้วค่ะว่ามีอะไรผิดปกติรึเปล่า

 


styrservon

เราจะทดสอบว่าพวงมาลัยอย่างไร? (Styrservon)
ผลที่ได้เป็นอย่างไร?

– หมุนพวงมาลัย เช่นไปทางซ้าย และค้างไว้
(เครื่องดับอยู่ พวงมาลัยจะแข็งหมุนไม่ไปหรอก)
– สตาร์ทเครื่องยนต์ พวงมาลัยจะเบาหวิวและหมุนไปทางด้านนั้นๆ เช่น ด้านซ้าย

 


varningblinkers

สามเหลี่ยมแดงๆ ในภาพ มีชื่อว่าอะไร? กดแล้วเกิดอะไรขึ้น?
เราใช้ได้ตอนไหนบ้าง? อย่างไร? จงอธิบายเยอะๆ เกี่ยวกับปุ่มนี้ค่ะ

ไฟฉุกเฉินใช้ในการหยุดรถเมื่อรถมีปัญหาหรือว่าไม่สามารถขับต่อหรือใช้งานได้ต่ออีก ใช้เปิดเพื่อสงสัณญานให้รถที่ตามมาข้างหลังได้เห็นว่ารถมีปัญหาหรือหยุดจอดแบบกะทันหันเพื่อรถคันหลังจะได้รับรู้ค่ะ

Varningsblinkers
Varningsblinkers ska användas vid nödstopp och liknande. Varningsblinkersen använder oftast samma lampor som de vanliga blinkersen. Skillnaden är att alla lampor blinkar samtidigt.
Under bogsering får varningsblinkers användas på bilen som blir bogserad, med det är inget krav. Tänk dock på att det kan skapa förvirring i samband med sväng. En lösning kan vara att tillfälligt slå av varningsblinkers i samband med korsningar.

จาก https://korkortonline.se/teori/lysen/

 

เทคนิคการขับที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและเพื่อการประหยัดน้ำมัน

ecodriving

 

เทคนิคสำหรับการขับแบบ Ecodriving มีอะไรบ้างคะ?
(เทคนิคการขับที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและเพื่อการประหยัดน้ำมัน)

คำตอบรวบรวมมาจากที่สมาชิกหลายๆ ท่านได้ตอบไว้ค่ะ

– ไม่ติดเครื่องทิ้งไว้
– พยายามหลีกเลี่ยงการใช้เบรค
– ปลดกล่องหลังคารถถ้าเลิกใช้แล้ว
– ตรวจลมยางอย่างสม่ำเสมอ
– ตรวจเช็คสภาพรถยนตร์ตามเวลาที่กำหนด
วางแผนการเดินทาง,ใช้เกียร์ให้สัมพันธ์กับความเร็ว , ไม่เร่งเครื่องยนต์มากจนเกินไปค่ะ

ขับรถตามระยะที่ป้ายกำหนด อย่าใช้เบรคมากเกินไป
พยายามใช้เกียร์สูง อย่าบรรทุกของเกินจำเป็น
วางแผนก่อนการเดินทาง
เช็คลมยาง ตรวจสอบเครื่องยนต์หมั่นดูแลทำความสะอาดรถทั้งภายในและภายนอกค่ะ

พยายามเข้าเกียร์ให้เหมาะสมกับสภาพถนนขึ้นเนิน
ลงเนิน หรือทางโค้งทางเเยกและการใช้ เอ็นจิ้นเบรกช่วย (Motorbroms)

ข้ามเกีย 2 ไป 4, 3 ไป 5, 4 ไป 6

ไม่เบิ้ลเครื่องยนต์ เปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า หรือรถที่ขับเคลื่อนโดยใช้ไบโอดีเซล หรือรถที่มีแหล่งเชื้อเพลิงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ปล่อยคันเร่ง ให้รถไหลไป แต่ด้วยแรงเสียดทานของเครื่องยนต์ในรถทำให้ความเร็วลดลง พอความเร็วลดเราก็ต้องเปลี่ยนเกียร์ให้เหมาะสมกับความเร็วในขณะนั้นค่ะ

ไม่ใช้เบรคบ่อยเกินไปเพราะทำให้เปลืองน้ำมันค่ะ

พยายามขับด้วยความเร็วสม่ำเสมอ (รักษาระดับความเร็ว)
รอบเครื่องยนต์ควรต่ำกว่า 3000 รอบต่อนาที
เลี่ยงเกียร์ต่ำ ออกตัวรถแล้วก็เร่งเครื่อง แล้วเปลี่ยนไปเกียร์สูง ข้ามเกียร์ เช่น 3 ไป 5 เลย (ถ้าทำได้)


นำมาจากที่เรารวบรวมจากหลายๆ ท่านที่มาร่วมแบ่งปันไว้ในห้องใบขับขี่สวีเดนค่ะ

การให้ทาง – Väjningsplikt

vajningsplikt

 

แบ่งปันความรู้เกี่ยวกับเรื่อง “การให้ทาง” ค่ะ
(เช่นว่า มีผลบังคับใช้ตรงไหน? เห็นป้ายนี้แล้วต้องทำอย่างไร? กรณีไหนขับอย่างไร? และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องค่ะ)

– ป้ายนี้จะติดตั่งใว้ก่อนบริเวณก่อนถึงทางออกสู่ถนนอีกเส้น หรือ ทางเข้าสู่วงเวียน
– ทางออกสู่ถนนอีกเส้น …. เมื่อเห็นป้ายนี้ เรามีหน้าที่ให้ทางรถทุกคันไปก่อน เราจะต้องแสดงให้กับผู้ใช้รถบนท้องถนนรู้ว่า เราตั้งใจหยุดให้ทาง ต้องหยุดตรงสามเหลี่ยมสีขาวที่พื้นถนน หรือหยุดบริเวณที่สามารถเห็นทางได้ดี ในกรณีที่ไม่มีรถมาก็สามารถขับต่อไปได้โดยไม่ต้องหยุด
– ทางเข้าสู่วงเวียน …. เรามีหน้าที่ให้ทางรถทุกคันในวงเวียนไปก่อน


ป้ายให้ทางแต่ต้องหยุดกรณีไหนบ้างคะ?


= จะต้องหยุดในกรณีที่คิดว่ามันเสี่ยงอันตรายอุบัติเหตุ
ควรหยุดก่อนเพื่อดูทางทั้งสองด้านกรณีที่ทัศนวิสัยทั้งไม่ดี เช่น ตรงทางออกที่มีป่าบัง มีตึกหรือรั้วบัง ทำให้เราไม่เห็นว่ามีรถมาฝั่งไหนบ้าง

การขับเปลี่ยนเลน (Körfältsbyte)

korfaltsbyte

 

เราขับๆ รถไปแล้วต้องการจะเปลี่ยนเลน

ขั้นตอนโดยทั่วๆ ไปใน การเปลี่ยนเลนขับรถ (Körfältsbyte) มีอะไรบ้าง?

1 มองสภาพการจราจรด้านหน้า
2 มองกระจกหลัง
3 มองกระจกด้านข้างซ้าย-และขวา (มองพลาดไหล่เพิ่มถ้ามีรถตามหลังมาใกล้ๆ เยอะ)
4 ให้สัญญาณไฟ
5 มองดูรถรอบๆ ก่อนว่าเป็นอย่างไร
6 มองพลาดไหล่
7 เปลี่ยนเลน (เพิ่มความเร็วหน่อย ถ้ามีรถหลังตามมาไม่ไกล)

เวลาเปลี่ยนเลนควรขับแบบโฉบเข้า ไม่ควรหักพวงมาลัยแบบกะทันหัน เมื่อเปลี่ยนเลนได้แล้ว ควรปรับระดับความเร็วไม่ให้กีดขวางรถคันอื่นที่วิ่งอยู่ก่อน