ความรู้เกี่ยวกับเห็ดพิษ

เกาะกระแสเห็ดกันต่อไปค่ะ

 

เห็ด ถ้าเก็บเป็นเก็บถูกก็อร่อยค่ะ ถ้าเก็บผิดเก็บไม่เป็นก็อาจถึงแก่ชีวิตได้ สำหรับคนที่ไม่เก่งภาษาอังกฤษหรือสวีเดน เราก็รวบรวมตัวอย่างส่วนหนึ่งที่เป็น “ภาษาไทย” มาฝากกัน จะได้รับทราบถึงอันตรายของเห็ดพิษ รู้ไว้ใช่ว่าค่ะ เพื่อความปลอดภัยของตนเอง

 

เห็ดพิษ2

 

 

คลิกที่ลิ้งค์เพื่ออ่านทั้งหมดได้เลยค่ะ ข้อความที่เราเอามาโพสต์ใต้ลิ้งค์นี้ เป็นแค่ไฮไลท์ ที่น่าสนใจส่วนหนึ่งเท่านั้นนะคะ

ความรู้เกี่ยวกับเห็ดพิษ – ศูนย์ข้อมูลพิษวิทยา
http://webdb.dmsc.moph.go.th/ifc_toxic/a_tx_1_001c.asp?info_id=321

 

3. การนำมาทดสอบพิษด้วยการต้มรวมกับข้าวสาร ช้อนเงิน หรือหัวหอม เป็นวิธีที่ถูกต้องหรือไม่
        ไม่ถูกต้องนัก เนื่องจากวิธีดังกล่าวไม่สามารถทดสอบกับเห็ดบางชนิด เช่น เห็ดพิษสกุล Amanita

 

การจำแนกเห็ดรา – คณะผลิตกรรมการเกษตร ม. แม้โจ้
http://www.agric-prod.mju.ac.th/web-veg/mushroom/chapter3.pdf

 

วงจรชีวิตเห็ดทุกชนิดมีลักษณะคล้ายคลึงกัน เริ่มจากสปอร์ซึ่งเมื่อตกไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมจะงอกเป็นใยราและกลุ่มใยรา (mycelium) แล้วรวมเป็นกลุ่มก้อนเกิดเป็นดอกเห็ด เมื่อดอกเห็ดเจริญเติบโตขึ้นจะสร้างสปอร์ซึ่งจะปลิวหรือหลุดไปงอกเป็นใยราได้อีกหมุนเวียนเช่นนี้เรื่อยไป รูปร่างเป็นดอกเห็ดที่เรารู้จักกัน ลักษณะต่างๆ ที่มองเห็นได้จากภายนอกแตกต่างกันออกไป

 

เห็ดพิษ – คณะผลิตกรรมการเกษตร ม. แม้โจ้
http://www.agric-prod.mju.ac.th/web-veg/mushroom/chapter11.pdf

 

เห็ดพิษหรือเห็ดเมา สามารถจําแนกระดับความเป็นพิษที่เกิดขึ้นได้เป็น 3 ระดับ
1. มีพิษรุนแรง ทําให้เสียชีวิตได้
2. มีพิษรุนแรง ไม่ถึงกับเสียชีวิต
3. เป็นพิษระดับอ่อน หรือเป็นเห็ดเมา

 

ข้อแนะนําก่อนบริโภคเห็ดป่า หรือ เห็ดธรรมชาติ

1. ต้องรู้แหล่งที่มาของเห็ดว่าเก็บมาจากบริเวณที่เคยมีเห็ดพิษเกิดขึ้นหรือไม่ ในการเก็บต้องมีผู้มีประสบการณ์อยู่ร่วมด้วยเสมอ
2. ควรสอบถามดูว่า เคยมีผู้บริโภคเห็ดนั้นมาก้อนหรือไม่ ไม่ควรลองกินโดยไม่มีข้อมูล
3. ไม่ควรปรุงอาหารโดยใช้เห็ดป่าหลายชนิดรวมกัน ควรแยกออกเสียก่อนการปรุงบทที่ 11 เห็ดพิษ
4. หากไม่แน่ใจ ไม่มีข้อมูลเพียงพอ ไม่ควรบริโภคเป็นอันขาด และไม่ควรบริโภคเห็ดธรรมชาติสดๆ หรือเห็ดที่ทําไม้สุก เห็ดบางชนิดเมื่อถูกความร้อนพิษบางอย่างสลายไป
5. ไม่ควรนําเห็ดธรรมชาติไปปรุงอาหารจนหมด ควรเก็บดอกอ่อนและดอกแก่ไว้อย่างละ 1 ดอก เพื่อนําส่งแพทย์เพื่อใช้วิเคราะห์ในกรณีเกิดความผิดพลาด
6. การใช้ช้อนเงิน งาช้าง ข้าวสาร หัวหอม หรือร่องรอยการทําลายจากหนอนแมลงและสัตว์ เพื่อพิสูจน์พิษเห็ดไม่ได้ เพราะสารพิษในเห็ดมีหลากหลายไม่เหมือนสารพิษสังเคราะห์ที่มีธาตุโลหะหนักทั่วไป
7. ไม่ควรเก็บเห็ดในบริเวณที่มีสารพิษตกค้างมารับประทาน

 

 

อาการเมื่อกินเห็ดพิษ
https://ascannotdo.wordpress.com/tag/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B9%87%E0%B8%94%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A9/

 

สำหรับคำแนะนำ หากพบผู้ได้รับพิษจากการกินเห็ด เช่น คลื่นไส้ อาเจียน หน้ามืด ตาลาย ใจสั่น อ่อนเพลีย ปวดท้อง เวียนศีรษะ การช่วยเหลือเบื้องต้น ที่สำคัญที่สุดคือทำให้อาเจียนออกมาให้หมด โดยการล้วงคอ หรือกรอกไข่ขาว แล้วรีบไปพบแพทย์หรือนำส่งสถานพยาบาลใกล้บ้านทันที เพื่อรับการรักษาต่อไป

 

ด้วยความปรารถนาดีค่ะ