หาทางสร้างโอกาสให้ตัวเองได้งานดีๆ ทำ

ก็ออกไปคุยกันพนักงานที่ Lunds Vägledningscentrum มาค่ะ คิดคำถามไปสัมภาษณ์เค้าด้วย ฮาาาา… คือว่า ไปถามข้อสงสัยต่างๆ น่ะค่ะ … ก็ถือว่าได้ประโยชน์สองต่อ … เพื่อตัวเองก่อน และก็เขียนเล่าเท่าที่จำได้ลงเวบ เล่าสู่กันฟังนี่ล่ะค่ะ เผื่อเป็นแนวทางสำหรับคนอื่นๆ ต่อไป

ก็ลองไปคุยดูค่ะ เผื่อมีไรดีๆ ตอนที่เรียนคอมวุกซ์จบก็ได้ที่นี่ช่วยหาตัวเลือกให้ชีวิต เลือกไปๆ มาๆ ก็ได้เรียนต่อมหาลัยนี่ล่ะค่ะ … ส่วนอารเบียตฯ เก็บไว้เป็นตัวเลือกสุดท้ายละกัน เคยไปใช้บริการมาแล้วเมื่อ 3 ปีก่อน ไม่ค่อยโอเคสำหรับคนเพิ่งจบใหม่ คิดว่าสำหรับคนที่เคยทำงานแล้ว และต่อมาคนตกงานนี่คงได้ประโยชน์หลายๆ อย่างจากที่อารเบียตฯ มากกว่า เช่น ตอนเจ้ยตกงาน เจ้ยก็ไปคุย ไปรายงานตัว พูดคุยเรื่องลู่ทางความช่วยเหลือต่างๆ จนได้เรียนทำสวน (หาอ่านเพิ่มเติมได้ที่ “ประสบการณ์ทำงานในสวีเดน”)

ระหว่างนี้ก็อย่างที่รู้กันว่า หางานทำอยู่ ค้นหาประกาศรับสมัครงานหลายๆ ที่ อ่านๆ และก็ประเมินว่าควรสมัครหรือไม่ ไปๆ มาๆ ก็เห็นว่า เรายังขาดความรู้บางอย่างในสายงานที่เราสนใจอยากทำมากที่สุด อยากทำมากสุด… งานที่อยากทำคืองานเกี่ยวกับสร้าง พัฒนา และดูแลเวบไซต์ค่ะ รองลงมาก็งานพวก IT support, systemadmin ทั้งหลาย… แต่ว่างานเกี่ยวกับเวบไซต์นี่ ยุ้ยยังขาดความรู้เกี่ยวกับภาษาที่ใช้เขียนเวบไซต์ในบางภาษา บางอย่างที่รู้แล้วก็ล้าสมัยไปหน่อย ต้องอัพเดทตัวเอง ก็เลยคิดหาเรียนเพิ่มเติม เพื่อจะได้เพิ่มโอกาสได้งานทำให้มากขึ้น

 

 

ที่จริงก็เรียนเพิ่มเติมเองทางเนตได้ค่ะ เพราะมีเวบไซต์สอนออนไลน์ทั้งฟรีและเสียเงินเยอะแยะ …แต่ก็นึกได้ว่า เคยลงเรียนทางไกลเกี่ยวกับ graphic และ web design ในรายวิชาที่ชื่อว่า Multimedia กับ NTI skolanก็เลยไปหาดูที่เวบไซต์เค้า เจอหลายตัวที่น่าเรียนมากๆ และเค้าเขียนบอกไว้ว่า ถ้าสนใจจะสมัครเรียนก็ติดต่อ Vägledningscentrum ประจำเมืองที่เราอยู่ ก็เลยปิ้งไอเดียว่า ไปคุยกับพนักงานที่ Vägledningscentrum ดีกว่า เผื่อเค้ามีอย่างอื่นแนะนำเพิ่มเติมด้วยอีก … จะได้ลงเรียนไป ง่ายดี ไม่ต้องมาหาเองว่าจะเรียนไรบ้างทางเนต อีกอย่างจะได้มีเกรดมาโชว์ตอนสมัครงานด้วย ที่สำคัญคือ ฟรีและใช้เวลาไม่นานค่ะ

อาจจสงสัยว่า ทำไมเรียนจบตรีที่สวีเดนแล้ว ยังขาดนั่นนี่ ของยุ้ยเน้นอีกแบบค่ะ เป็นพวกเกี่ยวกับออกแบบและพัฒนาระบบและโปรแกรมให้กับบริษัทต่างๆ ไรงี้ เป็นโปรแกรมที่ติดตั้งในคอมฯ ซะมากกว่า เรียนเกี่ยวกับเวบไซต์ด้วย แต่ไม่มากเท่าไหร่ และตอนเรียนครูเค้าก็สอนจิดเดียว บางอันก็ไม่ได้สอน เอามาโชว์และให้ไปเรียนเพิ่มเติมเอาเองตามความสนใจ ก็ไม่มีเวลาเรียนเพิ่มเองเลยค่ะ แค่งานที่มีก็ล้นมือแล้วล้นมืออีกอ่ะ… ตอนที่เรียนถ้าอะไรที่เกี่ยวกับการออกแบบโปรแกรมและเวบไซต์นี่ ยุ้ยจะได้คะแนนดีมากค่ะ เพราะสนใจอยู่แล้ว ตอนนี้ก็เลยอยากหางานทางด้านนี้ทำน่ะ

Vägledningscentrum ที่ลุนด์อยู่ในห้องสมุดประจำเมืองค่ะ (stadsbiblioteket) … ก็ให้คำปรึกษาเรื่องเรียน และวางแผนอนาคตว่าจะทำงานอันนี้ ชอบแบบนี้ๆ ฝันอยากเป็นอันนั้นอันนี้ จะต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง เรียนอะไร ที่ไหน อย่างไร นานเท่าไหร่ … เค้ามีให้เมล์ไปจองเวลาด้วย เค้าระบุว่า จะให้เวลาสำหรับคนที่จองไว้ก่อน แต่ถ้าจะเดินเข้าไปคุยกับเค้าโดยตรง ไม่ต้องจองก่อนล่วงหน้าก็ได้ หรือจะโทรไปปรึกษาก็ได้ค่ะ … เรื่องเวลาทำการ หรือ เวลาปรึกษาทางโทรศัพท์ของเมืองต่างๆ ก็ลองค้นหาในกูเกิ้ลดูค่ะ … สำหรับที่ลุนด์ดูได้ในลิ้งนี้ค่ะ ….. Lunds Vägledningscentrum – Kontakt och Öppettider

Vägledningscentrum ก็จะอยู่ด้านหลังเค้าเตอร์ยืมหนังสือค่ะ ไปถึงก็หยิบบัตรคิวนั่งรอไป ตรงที่นั่งรอก็มีหนังสือหลากหลายให้อ่าน ส่วนใหญ่เป็นหนังสือเกี่ยวกับหลักสูตรการเรียนในที่ต่างๆ ค่ะ … พอถึงคิวเราก็เริ่มเล่าสถานการณ์ให้เค้าฟังเลยค่ะ ว่าเราต้องการอะไร … เค้าบอกว่า ยุ้ยลงเรียนกับของ NTI skolan ไม่ได้ เพราะเป็นระดับ ม. ปลาย เราเรียนจบมหาลัยของสวีเดนแล้ว คอมมูนไม่อนุญาตให้มาลงเรียนวิชาของ ม.ปลาย แป่วๆ ๆ … อดเล้ยยยยย… เค้าบอกว่า ต้องหาเรียนในระดับสูงกว่า ม.ปลาย คือระดับอุดมศึกษาเท่านั้น

 

 

ก็บอกเค้าไปว่า อยากเรียนคอร์สแบบไหน เรียนทางไกล ใช้เวลาไม่นาน … เค้าก็หาให้ได้ที่นึงคือที่ Malmö högskolan เรียนทางไกล 25% ใช้เวลา 6 เดือนจบ … โอย ไม่เอาอ่ะ นานเกิน ให้ความรู้สึกว่าเหมือนจะเริ่มเรียนใหม่ไงก็ไม่รู้ เพิ่งจบมาสดๆ ร้อนๆ … แต่เนื้อหาวิชาก็โอเคนะ แต่ไม่ดีฝ่า … เค้าก็แนะนำให้ไปเรียนกับ Folk universitet ที่นั่นก็มีคอร์สหลากหลาย ข้อเสียคือ ต้องเสียตังค์เรียนอ่ะ ม่ะมีงบประมาณไปเรียนหรอก … อ๊ะ แต่ก็น่าลองดู ถ้ามีคอร์สน่าสนก็จะลง … เจ้าหน้าที่เค้าก็เปิดหาในเวบของ Folk universitet ดูไปๆ มาๆ ก็ไม่มีไรน่าสน ที่มีเราก็เป็นหมดแล้ว เหอๆ … พนักงานบอกว่า เธอก็เป็นหลายอย่างแล้วนี่ ไม่รู้จะหาให้ยังไงแล้ว ไอ้ที่เธออยากได้มันจำเพาะเจาะจงเกินไปหน่อย

ก็นั่งงงๆ งึมงัมๆ แล้วก็บอกว่า โอเค งั้นชั้นไปหาเรียนทางอินเตอร์เนตเองก็ได้ แล้วก็จ่ายตังค์เพื่อสอบออนไลน์เพื่อเอาใบประกาศ … ยุ้ยก็จะเรียนในเวบนี้ก่อนค่ะ http://www.w3schools.com/ และก็จะหาอ่านจากเวบอื่นๆ ที่มีในสต๊อกด้วย และก็จะหายืมหนังสือในห้องสมุดไปอ่านเสริมด้วย … อยากอ่านหนังสือภาษาสวีเดนที่เกี่ยวกับเรื่องที่จะเรียนเองน่ะ เพราะจะได้รู้ไว้ว่า ภาษาสวีเดนเค้าเรียกอะไรยังไง เวลาไปทำงานจริงๆ จะได้ไปสื่อสารกับเค้าได้อย่างสบายแฮร์ ไม่อยากใช้อังกฤษคำสวีดิชคำน่ะ

จากนั้นก็ถามเค้าว่า ถ้าอยากลงคอร์สเกี่ยวกับ การเขียนจดหมายสมัครงาน การสัมภาษณ์งาน และอื่นๆ ราวๆ นี้ล่ะ มีให้ป่าว? เค้าก็บอกว่า ไปอารเบียตฯ เลย ที่นั่นเค้ามีให้ ที่ Vägledningscentrum ไม่มีให้นะ และก็ถามเค้าไปอีกว่า เธอคิดว่าไงที่เค้าว่ากันว่า ชาวต่างชาติหางานทำในสวีเดนยาก? เค้าก็ตอบได้แบบนางงามจักรวาลว่า อันนี้ก็แล้วแต่ความรู้ความสามารถของแต่ละคนนะ และก็แต่ละสาขาอาชีพก็หางานยากง่ายไม่เหมือนกันน่ะ

ก็ถามไปเท่านี้ ลืมถามเรื่องสถานการณ์ตลาดแรงงานตอนนี้ว่า ดีขึ้น หรือว่า แย่ลงน่ะ มัวแต่ประทับใจนางงามอยู่ … เค้าก็ปริ้นท์หลักสูตรของ Malmö högskolan มาให้ … แง่มๆ ก็บอกว่า ไปต้อง หาอ่านเองได้ นอกจากนี้ก็จะปริ้นท์ข้อมูลติดต่อกับครูที่ดูแลหลักสูตรให้เราด้วยแน่ะ ก็อ้ำๆ อึ้งๆ ปฏิเสธไป ขอคิดดูก่อน ถ้าสนใจเดี๋ยวหาข้อมูลในอินเตอร์เนตเองละกัน … ก็ขอบคุณเค้าไปที่ช่วยไขข้อสงสัย และทำให้รู้ว่า อะไรที่ทำได้หรือไม่ได้ หรือเราควรทำอะไรต่อไป … แล้วก็รีบปั่นจักรยานมุ่งหน้าไปอารเบียตฯ ค่ะ
// ยุ้ย

 

11 มิ.ย. 2555

 

 

พาบุญมาไปฉีดวัคซีน

ได้ฤกษ์พาบุญมาไปฉีดวัคซีนประจำปีค่ะ ก็ไปฉีดที่ djursjukhuset ในลุนด์ อยู่ใกล้ๆ โรงเรียนคอมวุกซ์ของลุนด์น่ะค่ะ … ที่เลือกที่นี่เพราะว่า ถูกกว่าที่อื่นๆ น่ะ พอใกล้ๆ ครบกำหนดฉีดวัคซีน ทาง รพ. เค้าก็จะส่งใบมาแจ้งว่า ราวๆ วันที่นี้นะครบกำหนดฉีดวัคซีน ให้โทรไปจองเวลาฉีด นอกจากฉีดวัคซีนแล้ว เค้าก็มีตรวจสุขภาพขึ้นพื้นฐานด้วย เพื่อดูว่ามีความเสี่ยงต่อโรคอะไรหรือป่าว? แต่ถ้าจะตรวจอย่างอื่นเพิ่มเติมจากปกติก็ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ด้วย

 

 

ก็จองเวลาได้วันนี้ค่ะ ตอน ๑๑ โมง ก็เชคตารางรถเมล์ไว้ตั้งแต่เมื่อวานแล้วแหละ วางแผนการเดินทาง เพราะว่าช่วงซัมเมอร์รถเมล์ที่ผ่านแถวบ้าน คือสาย ๕ มีน้อย ครึ่งชมต่อหนึ่งเที่ยว โชคดีค่ะ นั่งสาย ๕ สายเดียว ก็ไปถึง รพ. เลย วันนี้อากาศดีด้วย ฟ้าเป็นใจให้บุญมา

วันนี้บุญมาตื่นสายน่ะ ปลุกเท่าไหร่ก็ไม่ตื่น เราจัดแจงจะเรียบร้อยแล้ว บุญมาก็ยังหลับสบายอยู่เล้ยยยย… ก็ไปลากออกมา แล้วก็ให้กินอาหารกระป๋องอร่อยๆ ซะหน่อย ตาคงสว่างล่ะค่ะ กินใหญ่เลย ของโปรด สองสามวันได้กินที… ระหว่างรอรถเจ้าบุญมาก็แง้วๆ ตะกายจะออกมาจากกล่องให้ได้ เพราะเจ้าตัวดีเคยเดินเล่นข้างนอกนิ ก็เลยไปหาเด็ดต้นหญ้ามาให้กัดเล่น เอาหญ้ามาเขี่ยๆ เล่นกับบุญมา

 

 

คนบนรถเมล์เยอะจอแจมาก เจ้าตัวดีก็ร้องแง้วๆ ก็เลยต้องคุยด้วย เอาหญ้าที่เก็บมาเขี่ยๆ เล่นด้วย ก็เงียบไป พอเราเหม่อๆ มองข้างทางไม่สนใจก็แง้วๆ สรุปว่า เหมือนคนบ้าแมวมากๆ คือนั่งคุยกับเจ้าบุญมาเรื่อยๆ ตลอดทางจนถึง รพ. เลยทีเดียว

ก็ถ่ายรูปเล่นๆ ไปตามทางเรื่อยๆ … พักไปในตัว เพราะบุญมาหนักอ่ะ ราวๆ ๕ โล หิ้วกล่องตัวเอียงเลย อุ้มบ้าง บุญมาไม่ได้อ้วน กำลังพอดี แต่ว่า แขนขายาว ตัวยาว สูง เลยหนักอ่ะ แดดก็ร้อนนนนนนนน….

 

 

พอไปถึงด้านใน รพ. ก็หยิบบัตรคิว รอพนักงานเรียก พอเค้าเรียกชื่อ บุญมา ก็ไปคุยกับเค้าที่เค้าเตอร์ แล้วเค้าปริ้นท์บัตรประจำตัวของบุญมามาให้ แล้วบอกว่า เอาบัตรนี้ไปรูดที่เครื่องนั้นเพื่อลงทะเบียนว่ามาถึงแล้ว แล้วก็นั่งรอ โอวว…ไฮโซมากๆ … เราก็เอาบัตรไปรูด แล้วเค้าก็มีให้ตรวจสอบข้อมูลด้วย มันก็ขึ้นที่อยู่เก่าก็เปลี่ยนไป เอามือจิ้มๆ หน้าจอ สนุกเลยเรา … หันไปบุญมาก็มีเพื่อนเล่นซะแล้ว สาวน้อยมากับแม่ เค้าพาหมามา

จากนั้นเค้าก็เรียกบุญมาเค้าไป ตอนไปครั้งแรกสุดโน่นเลยคิดว่า เค้าจะเรียกชื่อเรา พอเค้าเรียกบุญมา เราก็งงๆ ฝรั่งออกเสี่ยงไม่ค่อยจะโอเคเท่าไหร่ตามประสาเค้าน่ะ พอเค้าเรียกบุญมาอีกรอบ ก็จ้าๆ อยู่นี่ แอบขำในใจ แหม่ เรียกชื่อคุณบุญมาด้วยวุ้ย ไม่เคยค่ะ ที่เมืองไทย มีแต่โทรเรียกหมอมารักษาที่บ้าน ไม่เคยพาไปอะไรแบบนี้

 

 

หมอเค้าก็ฟังหัวใจ ฟังตรงท้อง ตรงนั้นตรงนี้ เอาที่หมอเค้าใช้ฟังน่ะ เรียกไรไม่รู้ล่ะ แล้วก็ตรวจฟัน ดูนั่นนี่ ดูหู … แล้วหมอก็บอกว่า โอเคนะ เค้าสุขภาพดี เป็นแมวที่สุขภาพดีจ๊ะ … หมอก็ถามว่า มีไรผิดปกติเกี่ยวกับบุญมามั๊ย? เราก็บอกว่า ไม่มีนะ

หมอถามว่ามีประกันป่าว? เราบอกว่า ไม่มีน่ะ เคยจะทำแต่พออ่านแล้ว แพงจัง ไม่ไหว เพราะยังไม่มีงานทำ เลยเอาไว้ก่อน … เลยถามหมอว่า ทำตอนอายุเท่าไหร่ก็ได้ใช่ป่าว? เค้าจำกัดมั๊ย? หมอตอบว่า ไม่จำกัด ทำตอนไหนก็ได้ ควรทำไว้นะ เพราะว่าถ้าป่วยมามันจะแพง ประกันช่วยได้เยอะ … จ๊ะ ทราบอยู่ ติดที่ตังค์ที่ล่ะ หมอก็บอกว่า ไม่แพงนะ เด๋วเอาแผ่นพับประกันของบริษัทต่างๆ มาให้ดูก็แล้วกัน … ค่ะๆ ขอบคุณ

จากนั้นหมอก็หายตัวไปแป๊บ แล้วกลับมาพร้อมกับวีคซีน เจ้าบุญมาไม่ยอมให้ใครจับเลย แปลกที่ ดูกลัวๆ เราก็จับไม่อยู่ ฉีดวัคซีนไม่ได้ซิ หมอก็เลยไปตามผู้ช่วยมา พาพร้อมกับลำโพงอันเล็กๆ น่ารักใส่ไปในหัว กันไม่ให้บุญมาแว้งกัดคนจับ เอาผ้าขนหนูมาคลุมแล้วยก เค้าบอกว่า บุญมาขายาวมาก ผ้าแทบคลุมไม่หมด … อืม ก็เพิ่งรู้ว่าแมวตัวเอง แขนขายาว ตัวโตก็วันนี้ล่ะ คิดมาตลอดเลยว่า แมวตัวเองตัวเล็กกว่าแมวชาวบ้านเค้า พอมาสังเกตุดีๆ ที่จริงแมวแถวบ้านที่ดูตัวโต เพราะอ้วนลงพุงน่ะ ตัวนี้กลมกันเชียว

 

 

พอหมอจะแทงเข็มก็แทงไม่เข้าอีก หนังเหนียวริงๆ เจ้าบุญมาก็ดิ้นใหญ่ ใจไม่ดีเลยค่ะอารมณ์นั้นสงสาร บุญมาร้องใหญ่ หมอก็เพิ่มแรงจิ้ม แง้วววว… โอยย เจ็บแทน แล้วหมอก็ต้องค่อยๆ ใจเย็นๆ ฉีดยาเข้าไป บุญมาก็แง้วๆ … ใจเย็นๆ ไว้บุญมา เพื่อสุขภาพลูก เค้าหวังดีไม่ต้องร้อง … คุยกับแมวอีกแล้ว ฮ่าๆ ๆ

จากนั้นก็ถามหมอว่า ฉีดวัคซีนประจำปีทำไมนี่? ไม่รู้น่ะ เห็นเค้าบอกให้ทำกันก็ทำ ฮาาาา… วันนี้เลยอยากถาม หมอก็บอกว่า ฉีดกันไวรัสสองตัว ชื่อไรจำไม่ได้อ่ะ แล้วหมอก็บอกว่า นี่ครั้งสุดท้ายที่ฉีดกันสองตัว (บุญมา ๓ ขวบ) ปีหน้าบุญมาก็ฉีดกันไวรัสตัวเดียว

เรียบร้อยแล้วก็ออกไปรอคิวจ่ายตังค์ ค่าเสียหายก็ ๓๕๐ โครนค่ะ ก็ได้ใบเสร็จมาด้วย อ่อ พอหมอฉีดวัคซีนเสร็จหมอก็จะเซ็นต์ชื่อ และก็ลงว่าฉีดอะไรวันไหนลงไปในบัตรประจำตัวของบุญมาด้วย … เค้าบันทึกทุกอย่างที่ไปทำที่ รพ.นั้นน่ะ ไฮโซชะมัดเลยแมวหมาเมืองนอกเนี่ย

จากนั้นก็ไปนั่งตากแดดรอรถเมล์ตั้งครึ่ง ชม. ร้อนตับจะแตกเอาเสื้อมาคลุมตัวคลุมหัวเลย เหอๆ บุญมานอนสบายในกล่อง เราอ่อนแรงเลย แพ้แดด แล้วต้องอุ้มบุญมากลับบ้านอีก แทบจะล้มพับกลางทางเลย เหอๆ … แต่และแล้วก็กลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพค่ะ

 
// ยุ้ย

18 มิถุนายน 2555

 

** อ่านเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนแมว ได้ที่ Vaccination katt

 

 

มารู้จัก IKEA กัน

สวัสดีค่ะ พอดียุ้ยไปเจอรายงานไทยรายการนึงที่ชื่อว่า “มองเรามองโลก” ทางเนชั่นแชแนลไปทำสารคดีเกี่ยวกับ IKEA (อีเกีย) ซึ่งเป็นร้านขายเฟอร์นิเจอร์ของสวีเดนที่ใหญ่ติดอันดับโลก และก็ไปเปิดร้านที่เมืองไทยด้วย ก็เลยเก็บมาฝากกันค่ะ ไปดูกันเล้ย…

 

VDO-link: http://youtu.be/sGPHHDqugrg

 

VDO-link: http://youtu.be/IjNfW7PQR98

 

VDO-link: http://youtu.be/sMtD3s7cjf0

 

VDO-link: http://youtu.be/-C2H6KKSzKU

 

VDO-link: http://youtu.be/6hyo-yIYUSY

 

VDO-link: http://youtu.be/JHHzRHodrgQ

 

ดูแล้วประทับใจมากมายมหาศาลค่ะ “สร้างวิกฤตให้เป็นโอกาส จนก้าวสู่ความสำเร็จระดับโลก” 

ถ้าใครสนใจเกี่ยวกับความเป็นมาและเป็นไปของอีเกียในเมืองไทยก็ตามไปดูได้ที่เพลย์ลิสต์นี้นะคะ

** IKEA in Thailand – VDO ที่ 1-6

 

 

รายงานความคืบหน้า “สวนผักหลังบ้าน”

สวัสดีค่ะ แวะมารายงานความคืบหน้าสถานการณ์ สวนหลังบ้าน ค่ะ ตอนนี้ก็ว่างๆ เรื่อยๆ ค่ะ ก็ไม่มีเรียนแล้ว ส่งงานไปหมดแล้ว แต่ว่าผลคะแนนยังออกไม่หมด ครูบอกว่าจะประกาศผลทั้งหมดให้เสร็จภายในวันนี้แหละ… อยู่ระหว่างร่อนจดหมายหางานทำ ระหว่างนี้ก็ออกไปอารเบียตฯ เพื่อใช้บริการต่างๆ เกี่ยวกับการหางานบ้าง เล่นกับบุญมาบ้าง เขียนเรื่องต่างๆ และทำวีดีโอเก็บไว้เป็นสต๊อกบ้าง และที่ขาดไม่ได้คือ เยี่ยมชมสวนหลังบ้านทุกเช้าเย็นค่ะ

 

มาดูน้อง “สตอเบอร์รี่” กันก่อนเลยค่ะ ออกดอกมาเรื่อยๆ ลูกดกมากๆ ปลูกกะเค้าไม่เป็นหรอก ได้แต่รดน้ำแล้วแอบมองไปวันๆ ตอนนี้บางส่วนเริ่มแดงแล้ว พอเห็นมันเริ่มแดงๆ ก็อยากจะเด็ดใจจะขาด อยากชิม เห่อค่ะ ปลูกเองกะมือครั้งแรก แต่ก็ยังไม่ได้เด็ด รอให้แดงทั่วลูกก่อน

 

 

ผักสลัดกระบะโตที่ปลูกไว้ก็เก็บทำสลัดให้ซานต้ากินหลายทีแล้ว เก็บไปแจกเพื่อนพี่ด้วย ยุ้ยไม่ได้ถอนรากออกมา ใช้กรรไกรตัดใบออกมา มันก็แตกออกมาเรื่อย ๆ ตัดแล้วรอสองสามวันก็พรึบเต็มอีก … ผักสดหวานอร่อยค่ะ เอามากินกับน้ำพริกไทยๆ เราก็อร่อยสะใจนะ … หลงรักผักนี้ค่ะ ปลูกง่าย คิดว่าคงจะปลูกทุกปีแหละ

 

 

สะระแหน่ค่ะ มีสองแบบ แบบที่ใบเข้มๆ (รูปซ้ายบน) นี่ซื้อมาผิด รีบไปหน่อย คิดว่าเป็นใบโหระพาเลยหยิบมา พอถึงบ้านแล้วสังเกตุดีๆ อ้าว แง้วๆๆ… เผ็ดอ่ะค่ะ ไม่ชอบ แรงกว่าอันใบสีเขียวอ่อน … งามมากเลยค่ะ เด็ดแล้วเด็ดอีก เด็ดแจกด้วย เด๋วจะเอาไปแบ่งให้พี่ที่รู้จักกันสักกระถาง

 

 

ต่อมา แรดดิช ซานต้าชอบกิน เลยปลูกเล่นๆ แต่ได้กินจริงๆ น่ะ ลูกโตใบงามมากๆ เอาไปใส่สลัดให้ซานต้ากิน … ตอนอยู่บ้านหลังก่อน ปลูกได้ลูกนิดนึงเอง สงสัยบ้านใหม่แดดส่องทั้งวัน เค้าก็เลยงามมากน่ะ

 

 

ผักกวางตุ้ง ซื้อเมล็ดมาเมื่อสองปีก่อน จำได้ว่าเมล็ดกวางตุ้งนี้ซื้อมาจากร้านขายต้นไม้ในเมืองลุนด์ แพงมาก ตัดสินใจตั้งนานกว่าจะซื้อมา แต่ปลูกแล้วก็ติดใจ ปลูกง่าย อร่อย ก็ตามเคยว่า จะไม่ถอนรากถอนโคนกิน ตอนเด็ดมากินก็เหลือใบด้านล่างสุดไว้สัก 1 คู่ แล้วเค้าก็จะแตกยอดมาให้กินอีกไม่อั้น … คุ้มกับที่จ่ายไปค่ะ ตอนนั้นพอปลูกแล้วไม่ได้เคลียร์ทิ้ง เพราะไม่ว่าง ปล่อยไว้ตามยถากรรม เค้าเลยออกดอกออกเมล็ด ก็เลยเก็บไว้ … ปีนี้ลองเอาเมล็ดที่เก็บไว้เองมาปลูก เค้าก็ขึ้นงามดีจริงๆ เลยค่ะ …

 

 

ผักชี เริ่มแรกได้เมล็ดมาจากป้าที่วัด ปลูกไปเกือบหมดแล้ว เหลือนิดหน่อยก็เอามาปลูก เมล็ดเก่าแล้วก็ยังปลูกขึ้น ดีจัง … และตอนโน้นก็ปล่อยทิ้งไว้สองสามต้นมั้งให้เค้าออกดอก ออกเม็ด แล้วก็ตากแห้งไว้ เอามาปลูกปีนี้ก็ขึ้นงามดีค่ะ ผักชีนี่ถ้าตอนหนาวๆ นี่ไม่โตเลย พอแดดออกหน่อยก็โตเอาๆ … ตอนปลูกแรกๆ อากาศเย็น ก็ใช้ผ้าคลุมด้วยถึงจะขึ้นน่ะ

 

 

ดิล หรือ ผักชีลาว เจ้านี่ขึ้นยากจัง สงสัยชอบร้อนๆ น่ะ ตอนนี้อากาศอุ่นขึ้นแล้วถึงได้มาขนาดนี้ ปลูกพร้อมกับผักอื่นๆ นั่นล่ะ โรยไปตั้งเยอะ หายไปไหนหมด ขึ้นมาเป็นหย่อมๆ เอง

 

 

และก็ปลูกต้นหอมต้นเล็กๆ ที่เค้าเอาไว้กินกับมันฝรั่งกับครีมตอนมิดซัมเมอร์ด้วยน่ะค่ะ … นอกจากนี้สวนที่บ้านก็ได้ว่าจ้าง ยามรักษาการ ดูแลความสงบเรียบร้อยมาไว้ด้วย คอยสอดส่องไม่ให้ผู้ใดเข้ามาในพื้นที่

 

 

แมวตัวไหน หรืออะไรหลงเข้ามา ยามบุญมาก็วิ่งเข้าใส่ทันที จะกัดเค้าซะให้ได้ เลยต้องล่ามไว้อย่างที่เห็น อยากจะปล่อยให้เค้าเดินสบายๆ แต่คงไม่ปลอดภัย มียามดุค่ะ มียามหน้าเหมือนแมวแต่นิสัยคล้ายๆ หมาอ่ะ ฮาาา…

 

 

อ๊ะ ซูมให้ดูกันใกล้ๆ ยังขาดอีกส่วนนะนี่ … ส่วนเจ้าโหระพา กับ แมงลัก ปลูกไว้นานแล้วเพิ่งขึ้นมาได้นิด ปลูกไว้ใน 3 กระถางน้อยที่เห็นโล่งๆ ในรูปนั่นล่ะ พออากาศเย็นก็หยุดโต พอร้อนหน่อยก็โตขึ้นนิด หุหุ จะได้กินป่าวไม่รู้นิ

 

 

อากาศที่ลุนด์ก็เด๋วเย็นๆ ร้อนๆ ค่ะ งงๆ ฝนตกนิดๆ หน่อยๆ ครึ้มๆ แปลกๆ ผักก็โตๆ หยุดๆ … นี่กะว่าอันไหนเก็บกินหมดแล้ว พอกระถางว่างก็จะลองปลูกล๊อตต่อไปดู เมล็ดผักมีเยอะค่ะ ซื้อมาสะสมไว้ ฮาาาา… อยากปลูกเพิ่มอีก แต่ก็นะ ขอผันเงินไปช้อปบ้าง ซื้อรองเท้าซัมเมอร์ใหม่ให้ตัวเองซะหน่อย จะบอกว่าไปเหมา 3 จ่าย 2 มาเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ก็ยังใส่อยู่จนถึงทุกวันนี้เลยค่ะ เพราะว่า ที่สวีเดนร้อนจริงไม่กี่เดือนเอง ถ้าไม่ร้อนจริงก็ไม่ใส่ เพราะยุ้ยไม่ชอบให้เท้าเย็นน่ะ

 

 

อ๊ะ เท่านี้ก่อนเด้อค่า

 

// ยุ้ย

 

 

เรื่องเล่าระหว่างหางานทำ

เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. นี่ก็เพิ่งเขียนรายงานชิ้นสุดท้ายส่งไปค่ะ โล่งและ หมดกันซะที เหลือแต่รอผลคะแนน ถ้าผ่านหมด ก็เป็นอันว่าเรียนจบค่ะ

ระหว่างนี้ก็ขอพักบ้าง เที่ยวบ้าง(ไปวัด อิอิ) เคลียร์บ้านช่องให้เรียบร้อย ชื่นชมผักผลไม้ที่ปลูกไว้เองหลังบ้าน ทำไรอร่อยๆ กิน เดินเล่นกับบุญมาบ้าง เยี่ยมเยียนเพื่อนฝูง… อารมณ์ดีๆ ก็หางานสมัครงานเพิ่ม … งานก็มีมาใหม่เรื่อยๆ ค่ะ มีทั้งที่ส่งตรงมาที่เมล์เราจากเวบที่ไปสมัครไว้ กับที่ต้องเข้าไปหาเอง ไปหาตามบริษัทดังๆ หรือที่เรารู้จักเกี่ยวกับสายงานเรา บางบริษัทเค้าจะมีบอกตำแหน่งงานที่ว่างของบริษัทเค้า ก็สมัครไป ตรงกับตัวเองบ้าง ไม่ตรงแต่อยากทำบ้าง เสี่ยงไปเรื่อย หว่านแห ฮาาา…

เพิ่งจบก็งี้แหละค่ะ เรื่อยๆ เพราะยังเหนื่อยอยู่ อยากพักยกนิดๆ แต่ไม่ขอพักนานล่ะค่ะ หุหุ …

สมัครงานไปก็มีการพัฒนาซีวี และจดหมายไป เห็นข้อบกพร่องตรงนั้นตรงนี้ เอ… เราน่าจะปรับตรงนั้นตรงนี้ให้ดูน่าสนใจมากขึ้น อีกอย่างได้ทบทวนชีวิตตัวเองมาด้วยว่าเคยเรียนอะไร ยังไง เมื่อไหร่ จำได้แต่ว่าเรียนวิชาไรมา แต่จำไม่ได้ว่าเนื้อหาโดยสรุปเป็นยังไง และเรียนมาเมื่อปีไหน … เคยลงคอร์สอะไร ที่ไหน ยังไง ก็จำไม่ค่อยได้เท่าไหรนัก … ขี้ลืมค่ะ อิอิ … ไปสมัครหลายๆ เวบเค้าก็ถามเหมือนบ้าง แตกต่างไปบ้าง บางทีก็ถามละเอียดมาก เน้นในส่วนที่เค้าสนใจ บางที่ก็ให้กรอกแค่ข้อมูลพื้นๆ ก็ต้องมานั่งทบทวนสรุปสั้นๆ ให้ได้ใจความมากที่สุด เพราะว่าเค้าจำกัดคำที่จะเขียนบรรยายอ่ะ … เวบไหนที่ให้เขียนเยอะๆ แล้วเรามีเขียนก็นะ แหม่ ต้องสู้กะเค้าได้บ้างแหละน้า เวบไหนให้กรอกแค่พื้นๆ แง่มๆ แล้วเค้าจะรู้จักเราได้ไงว่าเคยทำไรอย่างอื่นมาบ้างอ่ะ

เคยมีซีวีออนไลน์ที่ไหน หรือ Profile online เช่น LinkedIn, Google+ ก็แวะไปอัพเดทให้สวยงาม ปรับปรุงแก้ไขให้ทันสมัยมากที่สุด … เคยสมัครไว้นานหลายปีแล้ว แต่จดพาสเวิร์ดไว้ เลยไม่ต้องไปเริ่มกรอกให้ แค่อัพเดทเพิ่มเติมโน่นนี่นั่นตามสมควร

 

 

งานบางงานเค้าก็ให้ส่งเมล์ไปสมัครโดยตรง เราก็เซฟซีวีและจดหมายเป็น .pdf ส่งไป บางที่ก็ผ่านเวบของบริษัทโดยตรง บางที่ก็ผ่านบริษัทจัดหางานที่เค้าลิงค์กันไว้ ซึ่งตรงนี้ก็ทำให้เราต้องสมัครโน่น กรอกนี่ใหม่เกือบทุกที ใช้เวลานานมากๆ ๆ ๆ กรอกซ้ำๆ ๆ อยู่นั่นล่ะ เหนื่อยเลยอ่ะ วันๆ นึงเจอแบบนี้สมัครได้ไม่กี่งานก็พักค่ะ เอาแต่พอดี สงสารร่างกายที่ต้องนั่งหน้าคอมฯ นานๆ น่ะค่ะ … คิดอีกทางนึงก็ดี จะได้จำประวัติตัวเองได้แม่นๆ ว่าปีไหนไปทำไรมา จำได้แต่ว่าทำไรมาบ้าง แต่จำปีไม่ค่อยได้น่ะ คนสวีเดนเวลาเค้าคุยกัน เค้าจะชอบบอกว่า ปีนั้นปีนี้ทำอันนั้นอันนี้ เราก็ต้องเตรียมไว้ เค้าจะถามไม่ถามก็อีกเรื่อง… สมัครงานของบางที่ก็ดีหน่อยแค่โหลดซีวีกับจดหมายที่เรามีแล้วและก็คลิกส่ง จบ ชอบแบบนี้ ง่าย สะดวกดี … แต่ยังไม่เคยเจองานไหนที่ต้องปริ้นท์ออกมา แล้วจ่าหน้าซองติดสแตมป์เดินไปหย่อนจดหมายที่ตู้ไปรษณีย์เหมือนสมัยยังสาวนะ คะ สมัครผ่านทางอินเตอร์เนตหมดแล้วสมัยนี้ ก็ดีค่ะ ประหยัดค่าใช้จ่ายและกระดาษแอนด์หมีกพิมพ์ ฮาาา… ส่วนตัวนี่คิดว่า การสมัครงานนี่ถือเป็นงานเต็มเวลาได้เลยนะคะ …

แรกๆ ก็เขียนในจดหมายแนะนำตัวหรือที่เค้าเรียกว่าจดหมายปะหน้าอะไรนั่นซะหวือหวา เปลี่ยนคำโน้มน้าวใจที่ว่าทำไมเราถึงสมัครงานนี้เรื่อยๆ … หลังๆ บางทีก็ขี้เกียจเลยแอบเขียนจดหมายที่เป็นกลางๆ แก้ไขนิดหน่อยแล้วก็ส่ง หุหุ ก็ตำแหน่งงานก็คล้ายๆ กัน แต่คนละบริษัท ตัวเราเองก็คนๆ เดียวกัน มันจะต่างไรกันนิ… อันนี้ไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่างค่ะ ฮาาา

ก็ส่งไปหลายสิบงานแล้ว หว่านแหไปเรื่อย ยังไม่ได้ปลาสักตัวอ่ะ… ซานต้าบอกว่า ถ้ายังไม่หมอเขตรับสมัครเค้าก็ยังไม่ทำไรหรอก … อันไหนที่หมดเขตรับสมัครแล้ว ก็ได้รับจดหมายปฏิเสธราวๆ ว่าเสียใจด้วยนะ ตอนนี้เราได้เลือกคนอื่นเพื่อทำการสัมภาษณ์หรือเข้าสู่กระบวนการต่อไปแล้ว … หรือเสียใจด้วย เราไม่ได้เลือกคุณ หรือ คุณไม่ได้ไปต่อ ไรทำนองนี้ … เฉยๆ ค่ะ อ่านๆ แล้วก็ปิด ฮาาา ชิน เพราะก่อนโน้น เคยสมัครงานก็ได้แบบนี้ … แต่ตอนที่ได้ เมล์ปฏิเสธครั้งแรกก็รู้สึกแป่วๆ นะ แต่มันนานมาแล้ว จำอารมณ์นั้นไม่ได้แล้ว เหอๆ…

ที่เล่าไปก่อนว่า สมัครงานไหน ก็เซฟข้อมูลงานนั้นไว้ดูนี่ พอตำแหน่งไหนได้จดหมายปฏิเสธก็แยกออกไปต่างหาก หรือก็ลบออกไปเลย … ซานต้าบอกว่า บางตำแหน่งมันจะวนกลับมาอีก เพราะเค้าไม่ได้คนที่เค้าต้องการ ก็ให้เราสมัครไปใหม่ เผื่อได้ อ๊ะ เชื่อพ่อๆ

 

 

บางที่ว่างจัด คุณสมบัติตรงไม่ตรงก็ส่งไป เสี่ยงเล่น ไม่มีไรจะเสียอยู่แล้ว ฮ่าๆ ๆ ไอ้ที่ไม่ตรงก็เค้าบอกว่าต้องมีประสบการณ์ 3-5 ปีบ้าง เค้าระบุว่าต้องรู้เรื่องนี้ๆ เราไม่ครบตรงเป๊ะบ้าง ขาดไปสัก 3-4 อย่างบ้าง แหม่ จะสมัครแต่ที่ตรงเป๊ะ ก็นะ เสี่ยงไปก่อน ไงเราก็มีพื้นฐาน เผื่อได้ ฮาาา มองโลกในแง่ดีตลอดเรา … บางที่เค้ามีสแกนสะกัดดาวรุ่งด้วยคำถามว่า เคยทำงานในเครือของเค้าป่าว? เคยทำอันนี้ที่อื่นมาก่อนมั๊ย? เรียนอันนั้นอันนี้มามั๊ย? อันไหนตอบได้ก็ตอบไป และก็ส่งไป … อันไหนไม่ได้ก็ไม่ตอบ พอไม่ตอบก็คลิกส่งใบสมัครไม่ได้ ก็ไม่ส่ง … ก็ซื่อสัตย์กับเค้าและกับตัวเอง

ระหว่างนี้ก็อ่านเกี่ยวกับตำแหน่งงานว่างเรื่อยๆ ก็ดีนะ ได้อ่านภาษาสวีเดนทุกวัน ทบทวนไปจะได้ไม่ลืม ได้เรียนรู้เพิ่มเติมโน่นนี่ด้วย อย่างเช่น สายงานเรามีบริษัทไหนบ้าง อยู่ที่ไหน เค้าทำอะไรยังไง ศึกษาไว้เผื่อเอาไว้ไปทำงานกะเค้าและขยับขยายในอนาคต น่ะคิดไปนั่น อิอิ

นอกจากนี้ก็ได้รู้ว่าตำแหน่งงานที่ตัวเองสนใจมากๆ เนี่ย เค้าต้องการคุณสมบัติไรบ้าง บางอย่างเราก็มีไม่ครบ เพราะหลักสูตรเราเค้าไม่ได้สอน บางอย่างเป็นแล้ว แต่ก็มีอะไรใหม่ๆ มาเพิ่มอีกที่เรายังไม่รู้ … นี่ก็วางแผนหาเรียนเพิ่มเติมด้วยตัวเองตามอินเตอร์เนต ฟรี เยอะแยะ ที่เค้ามีตัวอย่าง Tutorial ให้ฝึกทำตาม มีทั้งเนื้อหาให้อ่าน แบบฝึกหัด ข้อสอบเล็กๆ ชอบเลยแบบไม่เสียตังค์เนี่ย ฮาาา… ถ้าอยากได้ใบรับรองเค้าก็มีให้เสียตังค์ไปสอบ หรือเรียนออนไลน์ … ก็กะว่าเรียนเองก่อน แล้วค่อยไปสอบเอาใบรับรอง เอาไว้ไปอวดเค้าโก้ๆ อิอิ

นี่ก็พักมาได้อาทิตย์แล้ว ถึงตอนนี้ก็วางแผนจัดการชีวิตเรียบร้อยแล้วว่า ระหว่างรองานจะทำไรบ้าง ที่แน่ๆ ก็อยู่อย่างเจียมเนื้อเจียมตัว ประหยัดหน่อย เพราะซีเอสเอ็นไม่ได้เลี้ยงดูแล้ว ส่วนเรื่องที่ที่ค้างไว้ก็เคลียร์ตัวเองเรียบร้อย รู้สึกโล่งสบายตัวไงก็ไม่รู้ แบบว่า พร้อมลุยงานแล้ว เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น อิอิ
// ยุ้ย

8 มิถุนายน 2555

 

 

ไปหาหมอที่สวีเดน

จะไปหาหมอที่สวีเดนไม่ง่ายอย่างที่เมืองไทยเรานะคะ อะไรที่ดูแลตัวเองได้ หายเองได้ก็ทำไป … อะไรที่หนักแล้ว ทำไงก็ไม่หายถึงจะได้มีโอกาสพบหมอกะเค้าล่ะ ถ้าได้พบแพทย์แล้วรักษาหายก็โชคดีไปค่ะ แต่ถ้าต้องส่งต่อแพทย์เฉพาะทาง หรือเอ๊กซเรย์ หรือผ่าตัด หรือรักษาแบบพิเศษๆ อื่นๆ ไรพวกนั้น ก็รอคิวกันไป บางกรณีก็รอกันจนหายอยากเลยค่ะพี่น้องทั้งหลาย

ขอเล่าตามประสบการณ์ส่วนตัวและที่ได้พบเจอกรณีของซานต้านะคะว่า

 

เวลาเป็นอะไรขึ้นมา ถ้าไม่ปัจจุบันทันด่วนหรือรุนแรง
แรกๆ จะไปที่ร้านขายยาก่อน ไปเล่าให้พนักงานที่ร้านเค้าฟังว่า เป็นแบบนี้ๆ จะทำยังไง มียาอะไรตัวไหนที่ไม่ต้องมีใบสั่งยาจากหมอให้ใช้บรรเทาอาการหรือป่าว? ถ้ามีก็ซื้อมาใช้ ถามมาด้วยว่า นอกจากใช้ยาแล้ว ควรดูแลตัวเองยังไงเพิ่มเติมอีก และสมมติว่า ถ้าใช้แล้วตามที่ระบุ ถ้าภายกี่วันไม่หายหรืออาการไม่ดีขึ้นเลยต้องทำไงต่อ?

 

ถ้าดูแลรักษาตัวเองสักระยะแล้วไม่หาย ก็จะโทรไปจองเวลาพบหมอที่ Vårdcentralen ใกล้บ้านค่ะ ต้องโทรไปจองเวลาเท่านั้นน่ะ เท่าที่จำได้เค้าก็จะถามอาการคร่าวๆ ก่อน แล้วเค้าก็บอกว่าควรพบแพทย์ด้านไหน หรือไม่เค้าก็บอกว่า ไม่จำเป็นต้องพบแพทย์อาการแบบนี้หายาตามร้านขายยากิน ดูแลตัวเองก็หายได้

 

หรือโทรไปปรึกษาและเล่าอาการได้ที่ 1177 Sjukvårdsrådgivningen – Gratis råd om vård på telefon dygnet runt.
เค้ามีผู้เชี่ยวชาญรอตอบคำถามต่างๆ และให้คำแนะนำ ดีมากค่ะ ฟรีด้วย แต่ต้องรอคิวหน่อย ถ้าไม่อยากถือสายรอคิว เค้าก็มีบริการฝากเบอร์ แล้วเค้าจะโทรกลับมาหาเราค่ะ … บริการเป็นภาษาสวีเดนนะคะ … เคยโทรไปใช้บริการหลายครั้งแล้วค่ะ สะดวกดี ได้คำตอบและความช่วยเหลือที่ดี เป็นที่น่าพอใจค่ะ เราก็เล่าว่าเป็นอะไรยังไงตอนนี้ เค้าก็จะซักถามว่า เป็นมากี่วัน เป็นอันนั้นอันนี้ด้วยมั๊ย? ทำอันนั้นนี้ยั้ง? ถ้าอาการไม่น่าเป็นห่วงเค้าก็บอกว่า ระหว่างนี้ควรไปหาซื้ออันนั้นอันนี้มาทาน ควรรักษาตัวเองยังไงเพิ่มเติม คนที่ดูแลผู้ป่วยคนทำตัวอย่างไร เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยและดูแลระวังตัวเองไม่ให้ติดอาการนั้นมา (กรณีที่ติดต่อกันได้) และอื่นๆ … ถ้าเค้าเห็นว่า อาการแบบนี้ควรส่งโรงพยาบาลเค้าก็โทรเรียกรถพยาบาลให้ หรือถ้าเรายังไปไหวก็ให้ไปหาหมอที่ Akut ที่โรงพยาบาลเอง หรือให้โทรไป vårdcentralen ใกล้บ้านจองเวลาเพื่อพบแพทย์ เค้าจะแนะนำให้ละเอียดเรียบร้อยเลยค่ะ

ถ้าเป็นโรคทั่วๆ ไปที่เป็นกันตามฤดูกาลต่างๆ เช่น อ้วกและมีไข้ เป็นหวัด เป็นไข้หวัดใหญ่ เป็นต้น ก็สามารถค้นหาอ่านได้ในเวบไซต์ของ 1177 ค่ะ เค้าจะมีบอกวิธีการดูแลรักษาตัวเอง เป็นภาษาสวีเดนค่ะ เค้าทำหนังสือการดูแลตัวเองเบื้องต้นแจกด้วยนะคะ เคยหยิบจากโรงพยาบาลมาอ่านเล่นๆ ครั้งนึง

 

ถ้าเป็นอะไรที่ปัจจุบันทันด่วนหรือรุนแรงก็ Akut/ห้องฉุกเฉิน ของโรงพยาบาลใกล้บ้านค่ะ

ส่วนตัวเคยไปห้องฉุกเฉินนี่ 2-3 ครั้ง เท่าที่จำได้เป็นวันหยุดหรือนอกเวลาทำการของ Vårdcentralen นี่ล่ะ หรือเป็นตอนเย็นๆ ค่ำๆ ไรงี้ ปัจจุบันทันด่วน แต่ไม่ร้ายแรงมากไรหรอก อิอิ ก็เลยโทรไปห้องฉุกเฉิน บอกว่าเป็นแบบนี้ๆ จะไปหาหมอได้ป่าว เค้าก็บอกว่า มาได้ ก็ไปตามนั้นค่ะ นั่งรอนานมากๆ กว่าจะได้เรียกไปรับบัตรคิวก็ 3-4 ชม. พอเค้าเรียกเข้าไป กว่าหมอจะมาตรวจ นานมาก บางทีก็ข้ามวันข้ามคืนกันเลยทีเดียว เหอๆ เหนื่อยอ่ะ หนาวก็หนาว ไม่ชอบเลย นอนสบายๆ อยู่ที่บ้าน แล้วรอไปหาหมอที่ Vårdcentralen ดีกว่าเยอะอ่ะค่ะ

 

ถ้าได้ไปพบหมอก็ต้องมีค่าใช้จ่ายล่ะทีนี้ ตอนยุ้ยไปครั้งแรกพอจ่ายตังค์แล้วเค้าก็ให้ใบสะสมแต้มมา เค้าเรียกไรไม่รู้ แต่ขอเรียกแบบนี้ ไปรักษาแต่ละครั้งเค้าก็จะประทับตราและเขียนว่าเราจ่ายไปเท่าไหร่ และก็มีใบเสร็จให้เราด้วย (ควรเก็บใบเสร็จไว้ดีๆ นะคะ) ถ้าเราจ่ายครบ 1100 โครนแล้ว เราก็จะได้บัตรเหลือง (Fri kort) เวลาไปหาหมอครั้งต่อ ๆ ไปก็ไม่ต้องจ่ายไรแล้ว แค่แสดงบัตร … ฟรีจ้าฟรี … เจ้าบัตรเหลืองก็มีอายุการใช้งานหนึ่งปี (ขอเล่าคร่าวๆ นะคะ รายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆ ขอข้ามไปค่ะ) ส่วนค่ายาที่มีใบสั่งยาจากแพทย์เราก็จ่ายสูงสุด 2200 โครนค่ะ

 

ก็ลองพิจารณาดูค่ะว่า กรณีของคุณควรทำอย่างไรก่อน
หวังว่าคงช่วยได้ไม่มากก็น้อยค่ะ
ด้วยความปรารถนาดีค่ะ
// ยุ้ย

 

 

หาตำแหน่งที่ตั้งร้านขายยา สถานีอนามัย หรือโรงพยาบาลใกล้บ้าน

* ถามจากแฟนของคุณๆ ดูว่าเค้าไปที่ไหน หรือไม่ก็ถามจากคนแถวนั้น หรือไม่งั้นก็หาเองจากลิ้งค์ที่นำมาฝากข้างล่างนี้…
หาที่อยู่ของร้านขายยาใกล้บ้าน

* Sök apotek nära dig: http://www.xn--vrdcentralen-tcb.se/foretag/Apotek_+

 

หาที่อยู่ของ Vårdcentralen ใกล้บ้านและเบอร์โทรได้ที่นี่ค่ะ

* Sök vårdcentraler

* VårdCentral.net

* http://www.1177.se/
… [คลิกที่ Välj landsting/region บนสุดข้างๆ โลโก้ 1177 (สีแดงๆ) – เลือกเขตที่เราอยู่ เช่น Skåne – ดูที่รายการด้านขวามือ (ทางขวาของรูปในหน้าเวบ) เลือก Vårdcentral – จากนั้นเลือก คอมมูนที่เราอยู่และคลิก sök – รายการชื่อ Vårdcentral ก็จะขึ้นมาให้เราเลือก – เวบนี้เราสามารถเปรียบเทียบบริการต่างๆ ของแต่ละ Vårdcentral ได้ โดยคลิกที่คำว่า Jämför หลังชื่อ Vårdcentral ที่เราต้องการจะเปรียบเทียบ (ทดลองคลิกเลือกสัก 2-3 ที่ดูค่ะ) – จากนั้นดูที่แทบที่ฟ้าๆ ด้านขวามือ จะมีลิสต์รายชื่อ Vårdcentral ที่เราเลือก จากนั้นก็คลิกที่ Visa jämförelse – จากนั้นเราก็จะเห็นที่อยู่ เวลาเปิดทำการ เบอร์โทร ผลการเปรียบเทียบบริการต่างๆ ของแต่ละที่]

 

หาที่อยู่และเบอร์ติดต่อโรงพยาบาลใกล้บ้านได้ที่

* http://www.xn--vrdcentralen-tcb.se/foretag/Sjukhus_+

 

ถ้าต้องการพบแพทย์เฉพาะทาง นักกายภาพบำบัด หรืออื่นๆ ก็ลองหาข้อมูลได้ที่เวบนี้ค่ะ

* Vårdcentralen.se (คลิกเลือกได้ที่ลิสต์รายชื่อด้านล่างสุดของหน้าเวบค่ะ)

 

รายการค่ารักษาพยาบาลต่างๆ

* Patientavgifter

 

 

สรุปเรื่องที่ต้องคำนึงถึงตอนย้ายบ้านสำหรับมือใหม่

ปรึกษาพูดคุยกับเพื่อนผู้มีประสบการณ์เกี่ยวกับการย้ายบ้าน ให้ละเอียด และครอบคลุมสุดๆ เท่าที่จะทำได้ เช่น เกี่ยวกับการเก็บของลงกล่อง การขนย้ายและอุปกรณ์ทุ่นแรง การทำความสะอาด (ต้องทำอะไรยังไง น้ำยาทำความสะอาด และอุปกรณ์) เป็นต้น

เก็บของทิ้ง แยกของให้เป็นหมวดหมู่ แยกตามห้องต่างๆ แยกตามความจำเป็นในการใช้สอย

หาซื้อกล่อง หรือหายืมจากเพื่อน หาซื้อถุงดำ ถุงขนาดปานกลางสำหรับใส่ของ กระดาษสีน้ำตาลปูรองพื้นกรณีฝนตก

ถ้าเก็บลองกล่องไว้ก่อนไม่ได้ ก็ต้องเคลียร์ให้พร้อมโยนลงกล่องหรือถุงได้ทันทีในวันที่จะย้าย เตรียมถุงกับกล่องเปล่าไว้ให้พร้อม

สำรวจวันเวลาที่ย้าย ถ้าได้เสาร์อาทิตย์ นัดเพื่อนฝูงล่วงหน้านานๆ หน่อย เตรียมการเรื่องอาหารไว้เลี้ยงต้อนรับ

วางแผนว่าจะยกอะไรไปวางตรงไหน จะย้ายอะไรไปก่อนหลัง

ติดต่อขอยืมอุปกรณ์ทุ่นแรงสำหรับขนย้ายของ

ติดต่อแจ้งขอย้ายที่อยู่ และเมล์หรือโทรบอกบริษัทหรือองกรค์ที่สำคัญๆ ที่เราติดต่อ หรือรับเอกสาร หรือนิตยสารจากเค้าอยู่

 

จัดบ้านยังไม่เสร็จดี ก็แอบฉลองคริสมาสตร์ก่อนเลยค่ะ หุหุ

 

ติดต่อหาบริษัทที่ให้บริการเกี่ยวกับโทรศัพท์บ้าน อินเตอร์เนต และทีวี

ติดต่อบริษัทขนย้าย สอบถามราคา นัดวันเวลา แจ้งว่าจะให้มายกอะไร อยู่ชั้นไหน มีลิฟท์หรือไม่ ประเมินเวลาที่จะใช้ในขนย้ายคร่าวๆ แจ้งเค้าไปด้วย

การทำความสะอาด เตรียมหาอุปกรณ์ และน้ำยาที่เหมาะสม พร้อมศึกษาวิธีการทำความสะอาด และเชคเอกสารที่เค้าแจกมาให้ว่าต้องทำไรบ้างด้วย

พยายามทยอยทำความสะอาดส่วนต่างๆ ก่อนย้ายเท่าที่ทำได้

เจอปัญหาอะไรในห้องใหม่ถ่ายรูปเก็บไว้ร้องเรียน

ขอเบอร์ติดต่อ หรืออีเมล์คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องและเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในพื้นที่ของตึกที่ พักอาศัยที่เราจะย้ายเข้า เผื่อกรณีต้องการความช่วยเหลือ หรือมีปัญหาเร่งด่วน

ไม่ซื้อเฟอร์นิเจอร์หรือของอื่นๆ ที่คิดว่าน่าจะซื้อก่อนได้ย้ายเข้าห้องใหม่ เพราะเสี่ยงต่อการไม่มีที่วาง สำหรับกรณีคนที่มีของเยอะ และย้ายเข้าห้องที่เล็กกว่าเดิม

ต้นไม้เวลาเคลื่อนย้าย ถ้าหาอะไรคลุมไว้หรือใส่ถุงให้เค้าอุ่นๆ ก็จะดีกว่า ไม่งั้นอาจเสี่ยงตาย กะเพรายุ้ยตายไปลายต้นเลยค่ะ คงหนาวเกิน ต้นไม้บางต้นก็เพี้ยนๆ ไป

ซื้ออาหารจานด่วน ขนม ผลไม้ กักตุนไว้ กรณียุ่ง หิว ครัวไม่พร้อมทำกับข้าวจะได้มีไรกินประทังชีวิต

หลอดไฟและโคมไฟแขวนเพดานในห้องเดิม ถ้าเป็นไปได้ให้เหลือทิ้งไว้บ้าง จะได้มีแสงสว่างตอนทำความสะอาด ถ้าต้องย้ายไปหมดก็ควรมีโคมไฟสำรองสว่างๆ แบบตั้งพื้น หรืออื่นๆ ไว้ด้วย

 

// ยุ้ย

22 ธันวาคม 2554