คิดหรอว่าสมัครงานครั้งแรกแล้วจะได้? ตอน 2

สวัสดีค่ะ เมื่อกี้ที่บอกว่าจะ โทรมานั่นแหละค่ะ

พ่อหนุ่มก็ใส่มาเป็นชุด ฟังได้บ้างไม่ได้บ้าง จับเอาที่สำคัญๆ อันไหนสำคัญแต่ฟังไม่ทัน ไม่ชัวร์ก็ถามซ้ำ พูดเสียงดังๆ ให้ซานต้าช่วยจำไว้ ฮ่าๆ ๆ

ไม่ทราบว่าจะสะดวกมาสัมภาษณ์วันไหนครับ?

วันไหนก็ได้ที่คุณสะดวก เพราะว่า อีชั้นว่างค่ะ?

งั้นเป็นพรุ่งนี้ บ่ายโมงได้ไหมครับ?

แอบคิดสองวิ … ได้ค่ะ

โอเค ครับ ดีมากเลย งั้นเราเจอกันพรุ่งนี้

… อีชั้นตบท้ายด้วย แบบว่า อยู่ข้างนอก ช่วยส่ง รายละเอียดทางอีเมล์อีกทีได้ไหมค่ะ? ….

ได้ครับ แล้วจะส่งไปตอนบ่ายๆ ครับ

ขอบคุณมากมายค่ะ

 

โอยยย… โล่ง อย่างน้อยฟังได้ไม่หมด ก็ไม่พลาดแล้วแหละว่ะ เค้าจะส่งเมล์มาให้ ฮ่าๆ ๆ

หันมาหาซานต้า….

ซานต้าๆ งานนั้นน่ะเค้าเรียกไปสัมภาษณ์พรุ่งนี้ ตื่นเต้น ไม่พร้อม ยังไม่ได้เตรียมไรเลย แต่เสือกตอบว่า ได้ ก็ไม่มีเหตุผลที่จะบอกว่าไม่ได้ แต่ก็ เอ…ทำไมตูใจง่ายจังว่ะ ไม่คิดที่จะเตรียมตัวเลยหรอ? วันนี้ทั้งวันก็ไปเที่ยว กว่าจะกลับก็ดึก เหนื่อย นอน ตื่นออกไปสัมภาษณ์เลย … จะเป็นไงเนี่ย?

ตาซานต้า … ก็ไม่ต้องเตรียมไร เป็นตัวของตัวเอง ทำตัวตามสบาย แค่ไปโชว์ตัวเฉยๆ ว่าไม่พิการ ปกติ แค่นั้นเอง เค้าเรียกมา ก็แสดงว่า เค้าชอบคุณสมบัติที่เราบอกไป เค้าอยากคุยด้วยก็แค่นั้น

หรอ? แต่ว่า ตอนที่ชั้นอยู่เมืองไทยน่ะ ชั้นต้องเตรียมตัวก่อน ต้องรู้หน้าที่งานการคร่าวๆ หาอ่านเกี่ยวกับบริษัทเค้าเล็กน้อยในเนตอ่ะ แต่ว่า นี่… อืม เราคงไม่ได้หรอก คนไทยที่นี่ก็เยอะแยะ เอาวะไปเล่นๆ ดู …ขนาดจะเล่นๆ อีชั้นก็ตื่นเต้นเป็นบ้าล่ะค่ะ อิอิ

 

 

พอกลับมาจากบ้านเจ้ยก็ค่ำๆ แล้ว เหนื่อยด้วย ถึงบ้านก็เชคเมล์ แล้วก็วางแผนการเดินทาง ปริ้นแผนที่ และอื่นๆ หอบไปด้วย แล้วก็หาเสื้อผ้าสุภาพดูดีๆ สักชุด แต่ว่า เสื้อผ้าก็มีแต่ที่เอาไว้เดินแฟชั่นทั้งนั้น เหอๆ … เลือกเป็นชั่วโมงเลยค่ะคุณ พยาพยามหามาปรับแต่ง มิกซ์แอนด์แมท ให้ดูไม่แฟชั่นมากเกิน ในที่สุดก็ได้ รองเท้าก็ไม่เข้ากะชุด กระเป๋าก็งั้นๆ เอาว่ะ แก้ขัดไปก่อน… หมดแรงแล้ว กระโดดขึ้นเตียงเลย

ไม่รู้ว่าใครจะเรื่องมากอย่างเราป่าว? ก็ติดมาจากตอนหางานที่เมืองไทยน่ะ ตอนจบมีสถาบันจอห์น โรเบิร์ต เพาเวอร์ มาสอนเทคนิคต่างๆ นาๆ เกี่ยวกับการหางาน ตั้งแต่เสื้อผ้า หน้า ผม รองเท้า กระเป๋า เครื่องประดับ กิริยาท่าทาง และเอกสาร ก็เลยติดมาแบบนั้น แบบว่า เล่นกันซะเว่อร์ไปเลยล่ะคุณ ฮ่าๆ ๆ … ก็เลยคิดไปเองว่า ที่สวีเดนเราก็ต้องทำแบบนี้บ้าง

 

เช้าวันต่อมาก็เดินทางไปสัมภาษณ์กับ Academic work ที่ Malmö นั่งรถเมล์รถไฟไป ไปถึงก่อนเวลาด้วย เข้าตึกไม่ได้ ยืนรอสักพักก็โทรให้เค้าเปิดประตูให้ ไปถึงก็นั่งรอแป๊บแล้วก็ได้สัมภาษณ์ เค้าถามก่อนเลยว่า วันนี้คุยภาษาอะไรกันดี ตอบอย่างไม่ลังเลภาษาสวีเดน เค้าก็ไม่ได้ถามไรมาก เพราะทุกอย่างมีในซีวีแล้ว แป๊บๆ เค้าก็บอกว่า งานที่จะต้องทำมีไรบ้าง จะได้ค่าจ้างเท่าไหร่ ทำนานแค่ไหน

นังยุ้ยก็ฟังได้บ้างไม่ได้บ้าง จำๆ จดๆ ไว้ เค้าบอกว่า จะส่งไปสัมภาษณ์กับบริษัทที่เราจะทำงานด้วยที่อยู่ในลุนด์ ก็นัดวันเวลากันไป เค้าบอกว่า จะได้ไม่ได้ยังไงก็ขึ้นอยู่กับบริษัทนั้นนะ อะคาเดมิค เวิร์คของเราแค่สแกนคนส่งไปให้ … ก่อนกลับก็ไม่ลืมที่จะให้เค้าส่งเมล์รายละเอียดต่างๆ ที่ได้คุยกันไปให้ทางเมล์ด้วย ฮ่าๆ ๆ ก็คงพอเดากันได้ว่าทำไม … ฉลาดเป็นกรดไว้ก่อน จะได้ไม่พลาด อิอิ

 

โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ

 

ยุ้ย

2551

คิดหรอว่าสมัครงานครั้งแรกแล้วจะได้?

(เขียนสะสมไว้นานแล้วนะคะ เพิ่งนำมาตีพิมพ์ออนไลน์)

 

นั่นเป็นคำของตาซานต้าเค้าล่ะ แล้วเป็นไงล่ะเชื่อซานต้าได้เรื่องเลยเรา….

ตอนนั้นเป็นปลายๆ เทอมฤดูใบไม้ผลิ เราก็จะสอบและก็ส่งงานตั้งสองวิชา ทั้ง Engelska A และ Svenska A หัวหมุน หัวซุกหัวซุน วันๆ ไม่ได้ทำอะไร ยังทำงานวิชานี้ไม่เสร็จเลย งานอีกวิชาก็มาจ่อคิวรอแล้ว ช่วงนั้นเครียดมาก อ่านหนังสือมากนอนน้อย ผมหงอก เหนื่อยมาก เรียนหนักมาก ทุกวี่วันก็มีแต่บ้านกับโรงเรียน ไหนต้องทำเวบที่เค้ามาจ้างให้เสร็จอีก แถมบวกกับสภาพอากาศที่พาเราแย่ไปอย่างไม่รู้ตัวอีกด้วย

(แต่ให้ตายซิอีฉันดันอวบขึ้น มิได้ผอมเลย ฮ่าๆ ๆ รู้แต่ว่า ทำงานมากก็ต้องการพลังงานมากก็กินมาก กินเกินมั้งเลยอวบ)

ก็กะว่า ปิดเทอมซัมเมอร์นี่จะบวชถือศีลสักพัก พักผ่อน เที่ยวตะลอนโลดแล่นตามประสาเด็กสาวให้สบายอุราซะหน่อย แต่ว่าเพื่อนๆ ในแก้งค์ SFI เค้าหางานกัน แล้วเวลามาบ้านเราเค้าก็คุยกันแต่เรื่องหางาน ตาซานต้าก็เลยของขึ้น บังคับให้เราหางานบ้าง … ฮ่วย ภาษายังไม่ไปถึงไหนเลย เลยทำให้เราไม่มีความมั่นใจที่จะทำงานอ่ะ ก็บอกตาซานต้าไป จั้งซี้ แกว่า …

“คิดหรอว่าเธอจะได้งานครั้งแรกที่เธอสมัครไปเลยน่ะ? บางคนเค้าหากันเป็นปีๆ โน่นถึงจะได้ สมัครทิ้งๆ ไปเหอะน่า รีบๆ ทำ CV เลย”

เราก็ไม่ได้หางานอะไรหรอก เพราะว่า จะสอบโน่นนี่ จะต้องส่งงานโน่นนี่ วุ่นวายไปหมด เครียด กดดัน ไหนจะกังวลเรื่องสอนภาษาไทยช่วงซัมเมอร์ที่วัดอีก ยังไม่ได้เตรียมอะไรเลยสักอย่าง ใกล้แล้ว อุปกรณ์ก็ไม่มี แนวทางที่จะสอนก็ยังไม่มี แบบว่า ไม่มีอะไรในมือ หรือในหัวสักกะอย่าง แต่ว่ารับมาแล้ว หลวงพ่อท่านไว้วางใจให้ทำแล้ว ท่านว่า เราทำได้ เราก็เอาว่ะลองดู ได้ไม่ได้ไม่รู้ตอนนี้ จะหมู่หรือจ่าก็รอดูกันต่อไปแล้วกัน

แล้ววันนึงเพื่อนสาว “กาบี้” ก็ส่งลิ้งค์งานอันนึงมาให้ เป็นงานที่ต้องการคนที่ใช้ภาษาไทยและอังกฤษได้ดี ก็เลยส่งไปให้ซานต้า ทีนี้ซานต้าก็เอาใหญ่เลย “สมัครเลยๆ ทำ CV ยั้ง?” ไอ้เราก็บ่ายเบี่ยง เลี่ยงไปเรื่อยๆ แหม่ … ต้องการคนเก่งไทย ไอ้เราน่ะสุดยอดอยู่แล้ว คนไทยเรียนมาก็แยะ แต่ว่า ได้ภาษาอังฤษนี่ดิ แม่ม โดนภาษาสวีเดนกลืนไปแยะแล้ว โง่อังฤษไปเยอะ ไม่มั่นใจในตัวเองก็ตรงเนี้ยแหละ ขนาดตอนเรียนภาษาอังฤษที่โรงเรียน ยังพูดอังกฤษปนสวีเดนให้น่าขันอยู่บ่อยๆ ไอ้ใช้สื่อสารประจำวันน่ะพอเอาตัวรอด แต่เอาไปทำงานเนี่ยดิ นึกสภาพตัวเองไม่ออกเลยว่าจะไปอีท่าไหนอ่ะ

ซานต้าถามทุกวัน ว่าทำ CV ยั้ง? ไอ้เราก็เครียดเรื่องสอบ เรื่องส่งงาน ก็เลยทำเป็นหูทวนลมไปเรื่อยๆ จนวันสุดท้ายของการเรียน แว้ปไปห้องสมุดกะว่าจะไปยืมหนังสือมาอ่านตอนปิดเทอม ก็ไปเจอหนังสือแนะนำการเขียน CV ก็เลยหอบมาบ้านด้วย แล้วก็มานั่งพลิกไป พลิกมา แล้วก็วางเก็บไป เหนื่อย ง่วง ไม่อยากทำอะไร อยากนอนพัก … แต่นึกได้ว่า เรามี CV ภาษาอังกฤษที่เคยใช้ที่เมืองไทยนี่หน่า ก็เลยไปขุดออกมา แก้ไขเพิ่มเติมเล็กน้อย แล้วก็ส่งไป แหม่… เอาใจสุดที่รักเค้าหน่อย จะได้เลิกพร่ามสักที เหอๆ

ทีนี้เราก็วางแผนออกเที่ยวกับเพื่อนๆ วันธรรมดา ส่วนวันเสาร์กับอาทิตย์ก็สอนภาษาไทยที่วัด สบายๆ แล้วและทีนี้ … ก็หอบเอาหนังสือเรียนภาษาไทยของฝรั่งที่ซานต้ามีมากอง ก็เอาว่ะ เอาจากพวกเนี้ยแหละ แล้วก็นึกถึงคืนวันเก่าๆ สมัยเรียน SFI ก็คิดว่า เอาแนวแบบนี้มาปรับแต่งซะหน่อย ก็โอเชแล้วแหละ เฮ้อ… พอโล่งใจและมองเห็นแนวทางขึ้นมาบ้างแล้ว

 

 

ในหัวมีแต่เรื่องสอนไทย แล้วก็เที่ยวล่ะค่ะทีนี้ แล้ววันนึงมีนัดไปบุกบ้านใหม่เจ้ย เจ้ยมารับ แล้วเราก็ไปซื้อของไทยกันก่อน ระหว่างที่เม้าท์อยู่นั่น อีชั้นก็ได้รับโทรศัพท์จากชายหนุ่มแปลกหน้า อีชั้นก็คิดไปว่า โทร.ผิด เพราะเบอร์นี้ผิดกันบ่อย บางทีโทร.มาเบอร์เดิมนั่นแหละ แต่เปลี่ยนคนพูด เหอๆ จนเราชินไง แต่เค้ารู้จักชื่อจริงเรานี่ แปลกๆ แฮะ หรือว่า? …

พ่อหนุ่มว่าวอังฤษทักทายมาเลยแล้วก็ว่าจะให้คุยภาษาอะไรดีครับ?

อีชั้นก็ อังกฤษนี่ก็ได้ (ฟังๆ ห่วยๆ ฟังไม่ออกเฟ้ย พูดเร็วเกิ้นนน…)

ขอเปลี่ยนเป็นภาษาสวีเดนได้ป่าว? ….

แม่ม ตูก็ฟังไม่ค่อยจะรู้เรื่องอยู่ดีอ่ะ … ได้คร่าวๆ ว่าเกี่ยวกับงานที่สมัครไปนั่น … บวกกับอาการตื่นเต้นเลยครับท่าน ทีนี้เลยทำให้ฟังไม่ค่อยได้ไปอีก ฮ่าๆ ๆ …

เอ่อ แบบว่า ตอนนี้กำลังอยู่บนรถน่ะค่ะ ได้ยินไม่ค่อยชัดน่ะ เดี๋ยวอีกแป้บจะจอดรถ แล้วจะโทร. กลับไปเบอร์นี้นะคะ โอเคป่าวค่ะ?

ได้ครับ …

ซานต้า เค้าโทร.มาจะเรียกไปสัมภาษณ์งานอ่ะ ก็ไอ้ที่สมัครไว้นั่นแหละ

บอกเจ้ย บอกอ๋ำ … เราแอบตื่นเต้นเป็นบ้าอยู่ในใจ เอาแล้วตู เค้าโทร.มาก็สร้างความประทับใจด้วยการฟังไม่เค้าไม่รู้เรื่องซะแล้ว ฮ่าๆ ๆ

ก็กะว่าจะไปซื้ออาหารไทยซะหน่อย ตื่นเต้น งงๆ เจ้ยอาสาไปซื้อให้ เราก็นั่งคุยกะซานต้านิดหน่อย ซ้อมก่อน เหอๆ แล้วก็ สูดลมหายใจยาวๆ ก่อนที่จะโทรกลับไปหาเค้าตามคำมั่นที่ให้ไว้

โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ

ยุ้ย

2551

(ปล. เขียนไว้นานแล้วค่ะ แต่ไม่ได้เอามาลง)