ทำยังไงให้เขียนได้เก่งๆ ? – ตอนจบ

การรู้เทคนิคการเขียนในรูปแบบต่างๆ ก็สำคัญค่ะ เช่น เขียนจดหมายถึงคนแต่ละประเภท เขียนถึงเพื่อน เขียนสมัครงาน การเขียนบทความ เขียนเรียงความ เป็นต้น จดหมายก็จำคำขึ้นต้นลงท้าย โครงร่างว่าต้องมีส่วนไหนบ้าง เขียนบทความก็ศึกษาไว้ว่าบทความแต่ละแบบเค้ามีโครงร่างเป็นยังไง เนื้อหาต้องประมาณไหน พวกนี้ช่วยให้เราเขียนได้ดีขึ้นเยอะค่ะ

เรื่องการฝึกเขียนยุ้ยฝึกเองด้วยการเขียนเมล์คุยกับพี่สาวซานต้า คุยกับเพื่อนๆ ของซานต้า เขียนไปคุยเล่นๆ ไปงั้นล่ะ พวกเพื่อนๆ กับพี่สาวเค้าก็รู้ว่าเราอยากฝึกภาษา และเราก็ขอให้เค้าแก้ให้ถ้าเขียนผิด เค้าไม่ทำกันหรอก 555+ เราก็อาศัยเรียนรู้จากการตอบของเค้าน่ะ และพอดีซานต้าไปเมืองไทย แต่ว่าเราตามไปไม่ได้ เพราะไม่อยากเสียเวลาเรียน … ก็เมล์คุยกัน แชทกัน ก็ส่วนใหญ่เขียนเมล์คุยกับซานต้าค่ะ เขียนเล่าว่าวันๆ ไปเจอไรบ้าง สงสัยไร อยากถามไร ก็เขียนไปสารพัด… ซานต้าแกก็ใจดีมากมาย อ่านแล้วก็นั่งแก้ไขให้ แดงเถือกมาเลย แก้เสร็จแล้ว แกก็ตอบกลับมา ขยันจริงๆ รักตายเลยแบบนี้เน๊อะ

ตอนแชทเขียนไปผิดแกยังแก้ไขให้ด้วย 555+ น่ารักที่สุด ทำงานได้ดีมากๆ … พอหลังๆ สีแดงๆ ในเมล์ก็เริ่มลดลงๆ … ได้ฝึกเขียนฝึกอ่านไปในตัว ว่าไปแล้วครูที่ ร.ร. ให้ทักษะต่างๆ ในเบื้องต้นกับพื้นฐานไวยากรณ์ ส่วนการฝึกฝนโดยส่วนใหญ่แล้วได้จากคนที่บ้านนี่แหละค่ะ แกทำหน้าที่ได้ดีมากๆ … ขอบคุณซานต้ามากมายเลยเนี่ย

ทักษะเรื่องการอ่าน พูด เขียน ฟัง นี้ไปด้วยกันช่วยเสริมซึ่งกันและกันค่ะ ยุ้ยก็ฝึกทุกอย่าง เพราะอยากจบไวๆ อยากหางานทำแล่ว อยู่เมืองไทยเรียนมาเยอะแล้ว ไม่อยากมานั่งเรียนหยั่งกะเด็กน้อยนานอ่ะ… ถีบตัวเองเต็มที่ ขยันเรียนสุดๆ เรียนอย่างเดียว แฟนบอกว่า เรียนไปก่อน เรื่องงานไว้หลังเรียนภาษาจบแล้ว ภาษาดีจะได้มีโอกาสหางานดีๆ สบายๆ ได้เงินเดือนดีๆ …

“ฝึกพูดให้คล่องๆ ท่องจำศัพท์ให้ได้เยอะๆ อ่านให้บ่อยๆ ศึกษาเรื่องการใช้คำต่างๆ และไวยากรณ์ให้แม่นยำ สำนวนต่างๆ ควรรู้ไว้บ้าง… แล้วเอามาปรับประยุกต์ใช้ในการเขียน ฝึกเขียนเองบ่อยๆ … ถ้าชอบเขียนไดอารี่ก็แนะนำให้ลองเขียนเป็นภาษาสวีเดนดูค่ะ ก่อนสอบก็ลองหาข้อสอบเก่ามาทำมาลองเขียน หรือไม่ก็ตั้งโจทย์เองเกี่ยวกับเรื่องที่เรียน หรือทำแบบฝึกหัดเรื่องการเขียนตามหนังสือเรียน หรือตามเวบไซต์ต่างๆ ค่ะ … ขอคำแนะนำความร่วมมือกับคุณฝรั่งที่บ้าน ให้เค้าช่วยเป็นที่ปรึกษาด้วยก็จะดีมากๆ เลยค่ะ

หวังว่าที่เล่ามานี้จะเป็นประโยชน์ เป็นข้อคิด สะกิดใจหลายๆ คนนะคะ ลองหาเทคนิคที่เหมาะกับตัวเองดูค่ะ ฝึกๆ แล้วก็ฝึก … ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่นค่ะ … โชคดีค่ะ

ยุ้ย 

มีนาคม 2554

ทำยังไงให้เขียนได้เก่งๆ ?

สวัสดีค่ะ แวะมานำเสนอเรื่องการเขียนค่ะ… ตอนที่เรียนเอสเอฟอี ในห้องเรียนครูก็จะสอนการเขียนประโยคบอกเล่า ปฏิเสธ คำถาม ต้องเรียงลำดับคำยังไง ถ้าถามแบบนี้จะตอบยังไง สอนสำนวนแทรกไปด้วย… และก็สอนไวยากรณ์ สอนหลักการใช้คำประเภทต่างๆ บทสนทนาในสถานการณ์ต่างๆ คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง และก็อื่นๆ เกี่ยวกับประเทศสวีเดน

แรกๆ นั้น เรียนๆ อยู่ครูก็บอกว่า อ๊ะ เดี๋ยวเรามาเขียนเรื่องนั้นเรื่องนี้ส่งครูกัน ให้เวลาราวๆ 15-20 นาทีท้ายชั่วโมงเรียน เขียนแล้วส่งเลย… เขียนไม่ค่อยได้อ่ะ ไม่รู้จะเขียนไร และยังมีปัญหาเรื่องการสะกดไม่ถูกอีกด้วย… วันต่อมาครูส่งคืน ครูก็แก้มาแดงเถือก น่าตกใจชะมัด เหอๆ … ก็กลับมาบ่นๆ กับซานต้าว่า เขียนไม่ได้เรื่องเลยทำไงดี ซานต้าบอกว่า…

 ต้องอ่านเยอะๆ ฟังเยอะๆ แล้วก็เอามาใช้ เอาที่ได้อ่านได้ฟังมาพูด ฝึกพูดเยอะๆ แล้วจะเขียนได้ดีเอง เพราะเราพูดอย่างไรก็จะเขียนอย่างนั้น คิดจะพูดยังไงก็คิดจะเขียนอย่างนั้น พูดถูกก็เขียนถูก พูดผิดก็เขียนผิด พูดเก่งก็เขียนได้เก่ง พูดไม่เก่งก็เขียนไม่ออก เวลาพูดแต่ละคำต้องออกเสียงให้ชัดเจน ออกเสียงให้ครบทุกตัวอักษร เสียงควบกล้ำ ร.เรือ (r) ล.ลิง (l) หางเสียงของแต่ละคำ … เวลานึกจะเขียนจะได้รู้ว่า อ่อ เราออกเสียงแบบนี้ ตัวสะกดต้องมีประมาณนี้… อ่านบ่อยๆ คำไหนเจอบ่อยๆ ก็จะจำได้ไปเองว่าสะกดยังไง

ยุ้ยทำตามที่แกแนะนำ ก็จริงของแกค่ะ ส่วนเรื่องการสะกดคำก็ได้อานิสงส์มาจากห้องเรียนค่ะ ครูมีให้เขียนตามคำบอกก่อนเริ่มเรียนทุกๆ วัน ท่องศัพท์วันละเป็นสิบๆ คำ หรือมากกว่า นอกจากนี้ก็ได้มาจากตอนทำการบ้าน เจอบ่อยๆ เห็นบ่อยๆ ก็จำได้เอง… ก็ได้ฝึกเขียนบ่อยค่ะ ทั้งในห้องเรียน และเวลาว่างๆ ก็ฝึกเขียนเองไปเรื่อยเปื่อย โม้เองว่างั้น

บางทีครูให้เขียนแสดงความคิดเห็นเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นการบ้านแล้วส่งวันต่อไป ก็ให้ซานต้าช่วยสอนให้ว่า ถ้าจะบอกอย่างงี้เค้าเขียนยังไง แบบว่า ศัพท์ในหัวน้อย แต่ว่าขี้โม้ อยากเขียนโน่นนี่เยอะแยะไปหมด … ครูจับได้อีกแน่ะว่าแอบให้คนที่บ้านช่วย 555+ ก็แบบว่า ผิดน้อยอ่ะ ตรวจแล้วมันไม่แดงเถือกเหมือนตอนเขียนที่โรงเรียน ครูบอกว่า อย่าให้แฟนช่วยอีกนะ…

อ้าว ถ้าไม่ถามแฟนแล้วจะเอาไรมาเขียนอ่ะ ก็ไม่เป็นน่ะ ก็แค่ปรึษาจะได้สื่อความหมายให้ถูกต้อง ได้เรียนรู้หลายๆ อย่างไปด้วยในตัว … แอบเถียงครูในใจนะคะนั่น … คราต่อไปก็ทำอีกค่ะ ฮ่าๆ ๆ เพราะว่าพอปรึกษาซานต้าแล้ว แกอธิบายโน่นนี่ ทำให้รู้เรื่องเข้าใจการใช้คำต่างๆ หรือสำนวนต่างๆ มากขึ้น ถือเป็นข้อดีไป เพราะว่าที่โรงเรียนครูไม่ได้สอนละเอียดแบบนี้นี่หน่า …

ตอนเขียนแรกๆ ก็เริ่มต้นประโยคด้วย jag… อยู่นั่นล่ะ มันดูน่าเบื่ออ่ะ ก็เลยหาดูจากตัวอย่างในหนังสือ และก็ถามซานต้าว่าจะเริ่มต้นประโยคแบบอื่นๆ ทำไง … บางทีก็เริ่มด้วยคำที่บอกวันเวลาก่อน เช่นเริ่มด้วย På måndag, idag, igår, nu, sen เป็นต้น ไปๆ มาๆ รูปแบบก็เริ่มซ้ำอีกและ ความอยากไม่มีสิ้นสุดและความเบื่อง่ายก็แยะค่ะ ก็เลยต้องหาวิธีเพิ่มอีก ก็หันไปใช้พวก dessutom, därefter, efter det เป็นต้น อ๊ะ ดูหรูมาอีกหน่อยและ

พอเรียนสูงๆ ขึ้นก็ยังเขียนประโยคง่ายๆ อยู่คือประโยคเดียวโดดๆ สั้นๆ แบบว่า มันง่ายและชัวร์ ไม่ค่อยผิด เลยติดใจ… แต่แหม่…วันนึงก็รู้สึกว่ามันไม่สมกับระดับที่เรียนเลย 555+ คิดไปเองทั้งเพค่ะ … ก็เลยหาฝึกเขียนให้ดูหะรูหะรากว่าเก่า ด้วยการใช้คำเชื่อมประโยค ทำให้ประโยคดูยาวๆ ซับซ้อนขึ้นมาอีก สลับสับเปลี่ยนกันไปกับที่บอกมาแล้วข้างต้น และก็ผสมกับอะไรอื่นๆ ที่เคยได้เห็นได้เรียนมาอีก… แหม่ ทีนี้ดูเท่ห์เป็นบ้า เหมือนจะเขียนเก่ง … ของงี้ต้องอาศัยลูกเล่นลูกฝึกฝนกันหน่อยล่ะ

เรื่องของไวยากรณ์ภาษาสวีเดน การใช้สำนวน หรือคำต่างๆ นี่ถ้าแม่น และนำมาใช้ในการเขียนได้ถูกต้องแล้วก็ทำให้การเขียนของเราดูดีได้อย่างไม่น่าเชื่อเช่นกันค่ะ 

โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ

ยุ้ย 

มีนาคม 2554