การขอวีซ่าทำงานและอยู่อาศัย

Uppehållstillstånd (UT)
Residence permits (Work and live in Sweden)

 

การยื่นขอวีซ่าอยู่อาศัยผ่านระบบออนไลน์

ขณะนี้ ผู้ที่มีความประสงค์จะยื่นขอวีซ่าอยู่อาศัย ณ ประเทศสวีเดน สามารถยื่นขอวีซ่าผ่านระบบการสมัครแบบออนไลน์บนเว็บไซด์ของ Migration Board ซึ่งจะทำให้ระยะเวลาพิจรณาวีซ่าของคุณน้อยลง และทำให้คุณทราบผลวีซ่าได้เร็วขึ้น

ระบบการสมัครออนไลน์กำหนดให้เริ่มทดลองใช้วันที่ 4 กันยายน 2554 และจะครอบคุมผูสมัครใหม่ที่มีถิ่นพำนักอยู่ภายใต้การดูแลของสถานฑูตสวีเดน ณ กรุงมอสโก และกรุงเทพฯ ทั้งนี้ หากการดำเนินการเป็นไปได้ด้วยดี คาดว่าจะเริ่มใช้ได้จริงวันที่ 1 ธันวาคม 2554

 

วิธีการสมัครออนไลน์
ขั้นตอนการสมัครเริ่มต้นจากการกรอกแบฟอร์มพร้อมแนบเอกสารที่เกี่ยวข้องและทำ การชำระค่าธรรมเนียมผ่านระบบออนไลน์ เมื่อดำเนินการครบและถูกต้องตามขันตอนแล้ว ผู้สมัครสามารถส่งเอกสารยื่นขอวีซ่าอยู่อาศัยไปยัง Migration Board โดยตรง หลังจากเจ้าหน้าที่ของ Migration Board ได้รับเอกสารของคุณแล้ว เจ้าหน้าที่จะทำการติดต่อไปยังผู้รับรองของคุณ ณ ประเทศสวีเดนผ่านทางอีเมล ผู้รับรองจะต้องทำการกรอกแบบสอบถามและส่งกลับมายังเจ้าหน้าที่ Migration Board ให้เร็วที่สุด หลังจากนั้น จะมีการยื่นยันจากเจ้าหน้าที่ Migration Board เมื่อได้รับเอกสารของคุณและผู้รับรองครบถ้วน ทั้งนี้ ผู้สมัครจะต้องทำการนัดวันสัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่สถาฑูต หรือสถานกงศุลให้เรียบร้อยด้วย

เมื่อถึงวันนัดสัมภาษณ์ เจ้าหน้าที่สถานฑูต หรือสถานกงศุลจะทำการตรวจเอกสารของคุณและสัมภาษณ์ ในวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่จะทำการถ่ายรูป และเก็บลายนิ้วมือของคุณสำหรับการออกบัตร Residence Card ในกรณีที่วีซ่าของคุณผ่าน ข้อมูลของคุณจะถูกส่งไปยัง Migration Board เพื่อดำเนินขันตอนในการพิจรณาต่อไป

 

ระยะเวลาพิจรณาวีซ่า
การยื่นขอวีซ่าอยู่อาศัยผ่านระบบออนไลน์สามารถล่นระยะเวลาพิจรณาวีซ่าของคุณ ด้วยขันตอนที่ง่าย เร็ว และสดวกกว่าเดิม หากคุณตัดสินใจยื่นขอวีซ่าอยู่อาศัยผ่านระบบออนไลน์นี้ คุณจะสามารถทราบผลวีซ่าภายในระยะเวลา 3 เดือนเท่านั้น

ข้อความนี้คัดลอกมาจาก
http://www.swedenabroad.com/Page____128645.aspx หรือ http://www.swedenabroad.com/Page____128646.aspx

 

อ่านรายละเอียดทั้งหมดและสมัครออนไลน์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างนี้ค่ะ (มีให้สองภาษาค่ะ)

 

Ansök på webben
http://www.migrationsverket.se/info/4386.html

 

Apply on the web
http://www.migrationsverket.se/info/4386_en.html

พอคลิกเค้าไปแล้วเค้าก็จะบอกว่า ต้องทำอะไรยังไงบ้างเยอะแยะมากมาย
ด้านล่างสุดเป็นคำถาม ก็เลือกที่ลิงค์แดงๆ ว่าเราจะมาสวีเดนแบบไหน

– แต่งานแล้ว และจะย้ายมาสวีเดน

– ยังไม่ได้แต่ง แต่วางแผนว่าจะแต่งงานกัน หรือจะอยู่ด้วยกัน
– ย้ายมาอยูู่กับญาติ

เลือกแล้วก็ทำขั้นตอนอื่นๆ ต่อไปค่ะ

 

รายละเอียดเรื่องระยะเวลาการรอ มีสองภาษาให้เลือกอ่านเช่นกันค่ะ

 

Väntetider för att få beslut
อ่านใต้หัวข้อ Du som ansöker för första gången (สำหรับคนสมัคร UT)
http://www.migrationsverket.se/info/2246.html

 

Waiting times for a decision
อ่านใต้หัวข้อ First-time applications (สำหรับคนสมัคร UT)
http://www.migrationsverket.se/info/2246_en.html

โดยสรุป เค้าบอกว่า

– ถ้าสมัครออนไลน์จะได้รับผลภายใน 3 เดือนว่าได้หรือไม่
– แต่ถ้าสมัครทางอื่น ก็ต้องรอราวๆ 7-9 เดือน ถ้ามีเค้ามีเคสเร่งด่วนสำคัญกว่าของเราเค้าก็วางของเราไว้ก่อน เราก็ต้องรอนานไปอีก ถ้าเอกสารครบสมบูรณ์ก็อาจจะได้เร็วขึ้นถ้าเอกสารไม่สมบูรณ์ก็ต้องรอนานหน่อย

 

ในส่วนการสมัครออนไลน์นี้ยุ้ยไม่มีประสบการณ์ตรงนะคะ พอดีอ่านเจอก็เลยนำมาฝากกัน
ใครที่มีประสบการณ์ตรงแล้วอยากจะเล่าต่อ ก็สามารถเขียนแล้วส่งมาลงที่เวบไซต์นี้ได้ค่ะ

อ่อ ที่เวบไซต์ของอิมมิเกรชั่นเค้าเขียนไว้ว่า


“If you live in Thailand or Russia, or a neighbouring country that has no Swedish embassy, you can submit an online application.

อ่านแล้วก็นึกไปว่า This is Special for Thaigirls ^^

Thanks a lot The Swedish Migration Board!!! You are so nice!

—-

 

ลิ้งค์ที่น่าสนใจหลังจากสมัครออนไลน์ไปแล้ว

Check if your application or appeal has been registered by the Migration Board

… ตรวจสอบว่าอิมมิเกรชั่นได้รับเอกสารเราแล้วหรือยัง

 

Check your case – visas, passports, Swedish citizenship etc.

…. ตรวจสอบสถานะ วีซ่าต่างๆ สัญชาติสวีเดน และอื่นๆ

 

Skriv till oss- fråga om UT-kort

… ถ้ารอ UT-kort มานานแล้วยังไม่ได้รับ ส่งคำถามไปยังอิมมิเกรชั่น

 

 

 

เข้าไปพูดคุยสอบถามกับคนไทยในสวีเดนเรื่องวีซ่าต่างๆ เอกสารต่างๆ การสัมภาษณ์และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้ที่นี่ค่ะ

ห้องวีซ่า

https://www.facebook.com/groups/284445831667834/

 

 

แอดไปนะคะ ผู้มีประสบการณ์เยอะแยะค่ะ เผื่อช่วยตอบคำถามได้น่ะ

ยืดเส้นยืดสายให้หายปวด (ตอนจบ)

มาอ่านต่อจากตอนที่แล้วกันเลยค่ะ…

สาเหตุที่ “ปวดต้นขาด้านหลัง”

นั่งมากนั่นแหละค่ะ อีชั้นอวบซะด้วยซิ น้ำหนักก็เลยกดทับมากมั้ง พอปวดต้นขาด้านหลังแล้วก็พาให้นอนไม่หลับค่ะ เหมือนเส้นมันตึงยึด ทรมาณกว่าปวดสะบักก็ตรงที่ทำให้เรานอนหลับไม่สนิทนี่แหละ พักผ่อนไม่เพียงพออยู่บ่อยๆ เรียนหนักด้วย ก็พาให้ร่างกายอ่อนล้า สุขภาพจิตเสื่อม ทั้งต้นขาทั้งสะบักหลังซ้ายทีนี้ก็ไปกันใหญ่ นั่งเรียนไปขยับขาไป บิดๆ ยืดๆ ทั้งแขนและขา วันไหนหนาวๆ ก็ทรมาณสุดๆ

ที่นึกได้อย่างแรกเลยก็คือ นวดแผนไทยค่ะ … ก็เหมือนเดิม คือทำให้ดีขึ้นได้ระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น จากนั้นก็กลับสู่สภาพเดิม นวดไปนานๆ ซานต้าเริ่มบ่นว่า ไม่ไหวแล้ว ค่าใช้จ่ายสูง และเธอก็ไม่ได้หาย ก็ไม่รู้จะเอาไงดี เพราะว่า ทำให้ไม่มีสมาธิเรียน หรืออ่านหนังสือค่ะ นั่งเรียนไปขยับตัวไป เกรงใจเพื่อนๆ ที่นั่งข้างๆ ด้วย …

ห้องเรียน

ปวดๆ เมื่อยๆ บอกไม่ถูก ตึงขาแปลกๆ ไม่เคยเป็นมาก่อน อึดอัดรำคาญใจยิ่งนัก … บอกตัวเองว่าทนต่อไป มีคนบอกว่ารักษาแล้วไม่หายแบบนี้สงสัยเป็น “โรคกรรม” ก็สวดมนต์นั่งสมาธิอยู่บ่อยๆ ก็แผ่เมตตาให้เจ้ากรรมนายเวรช่วยอีกทางด้วยแน่ะ เผื่อหายอย่างที่เค้าว่ากัน … ไม่ลองไม่รู้ดิ๊ล่ะ

 

 

ยืดเส้นยืดสาย

แก้ปวดสะบัก

ก็บ่นกับเพื่อนคนสวีเดนว่า แปลกๆ ที่สะบักหลัง เรียนไม่ค่อยรู้เรื่อง เพราะรำคาญ ยิ่งวันไหนหนาวๆ น่ะ ต้องใช้พลังเยอะมากเพื่อรวบรวมสมาธิเรียน เพื่อนก็บอกว่า เคยได้ยินมาว่า คนที่เป็นแบบนี้เพราะว่านั่งหน้าคอมฯ มากหรือนั่งทำงานนานๆ เวลาทำงานมือทั้งสองข้างจะยื่นไปข้างหน้าตลอด ทำให้กล้ามเนื้อทำงานท่าเดิมซ้ำๆ นานๆ ไปก็เกิดปัญหาต่างๆ กันไป … เค้าแนะนำว่า ให้บริหารร่างกายด้วยการให้ทำไงก็ได้ให้แขนไปด้านหลังบ้าง
เพื่อนแนะนำให้ไปว่ายน้ำท่า ไม่รู้เค้าเรียกท่าอะไร ที่หงายท้องว่ายน้ำอ่ะ อิอิ ช่วยได้เยอะเชียว … อีชั้นแก่ป่านนี้แล้วแต่ว่ายน้ำไม่เป็นค่ะ เพราะว่ามีเรื่องฝังใจเลยไม่กล้าว่ายน้ำ … เอ… ทำไงดี

ปิ้ง… ยืนแล้วก็จินตนาการว่าจะว่ายน้ำ วาดแขนสลับกันไปด้านหลัง พอทำก็กระดูกลั่นกันกรุ๊บกรั๊บเลยค่ะ ทำวันละ 100 ครั้ง ตอนตื่นนอน และก่อนนอน วันสองวันต่อมาก็เพิ่งนึกได้ว่า อ้าวอาการนั้นหลายไปแล้วนี่!

นอกจากนี้ก็มีอีกท่าได้มาด้วยความบังเอิญ คือ ยกแขนขึ้นเหนือศรีษะ แขนเหยียดตรง แล้วทำท่ารำวง จีบแล้วหมุนข้อมือเข้าหาลำตัว แล้วปล่อยออกด้วยท่าตั้งวง (อธิบายยากจัง) พอทำก็กรุ๊บกรั๊บๆ อีกแล้วค่ะ พอแขนอ่อนแรงก็ลดแขนลง พักสักแป๊บ แล้วทำอีก แต่หมุนข้อมือออกนอกลำตัว ทำจนแขนอ่อนแรง ก็ทำเช้า และ เย็นค่ะ บางทีก็ทำอยู่บนเตียงนั่นแหละ นอนหงายแล้วก็รำๆ

เท่านี้แหละ อาการดีขึ้นอย่างน่าประหลาดใจตั้งแต่สองสามวันแรกที่ทำเล้ยยยยยย… อาการขัดๆ แปลกๆ ที่กวนใจหายไป ทำไปนานๆ วันเข้า แขนซ้ายเริ่มมีกำลังมากขึ้น … ดีใจมากๆ ค่ะพี่น้องทั้งหลาย ได้นั่งเรียนนั่งอ่านหนังสือทำการบ้านอย่างสบายใจสักที … ทีนี้ก็เลยทำใหญ่เลยค่ะ พอมีอาการอย่างว่ากลับมาอีกก็ทำให้เยอะกว่าเดิมหน่อย ส่วนใหญ่จะกลับมานิดๆ หน่อยๆ ตอนต้องนั่งมาราธอนเพื่ออ่านหนังสือสอบและปั่นรายงานส่งเยอะๆ

แก้ปวดต้นขาด้านหลัง

บังเอิญว่าเป็นเจ๊ขาใหญ่ค่ะ จู่ๆ ก็อยากลดขา อยากใส่ยีนส์ให้สวยเหมือนสาวๆ สวีเดนบ้าง ฮ่าๆ ๆ … ตอนตื่นนอนก็เลย นอนหงาย ยกขาขั้น-ลง ทำทีละข้าง ข้างละ 20 พอทำแล้ว อ้าว ที่ตึงขามันดีขึ้นทันตาเห็นเลยอ่ะ ทีนี้ก็ทำใหญ่เลยค่ะ เช้า-เย็นเป็นประจำ หรือเวลาที่อาการมันกลับมาอีก เพิ่มเติมด้วยการนอนตะแคงแล้วก็ยกขาขึ้น-ลงอีกข้างละ 20 รอบ

ง่ายๆ ประหยัดๆ แบบนี้ชอบเลย ที่เหลือก็อาศัยความขยันหมั่นเพียรส่วนตัวแล้วววว … ก็ทำต่อเนื่องไปค่ะ เพื่ออนาคตที่สดใส อีกอย่างกันไว้ดีกว่าแก้ แย่แล้วจะแก้ไม่ทัน … ร่างกายมีอยู่แค่หนึ่งเดียวก็ต้องดูแลกันหน่อย ดูแลดีก็สบายใจมีใช้ได้นาน … เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้แล ^^

// ยุ้ย

——————

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

* เคยเป็น Nackspärr กันป่าว? / 13 ตุลาคม 2551

* สุดแสนจะทรมานกับ Nackspärr / 13 ตุลาคม 2551

ยืดเส้นยืดสายให้หายปวด

ปวดสะบักหลังด้านซ้ายมานานแล้วค่ะ เรื้อรังมาได้ 2 ปีกว่าๆ แล้ว รักษามาหลากรูปแบบแต่ไม่หาย หลังๆ มาปวดขาอีก น่าเบื่อหน่ายรำคาญใจยิ่งนัก แต่จู่ๆ ก็หายเพราะท่ายืดเส้นยืดสายง่ายๆ นี่เอ๊งงงง

สาเหตุที่ “ปวดสะบักหลังด้านซ้าย”

ก็เพราะว่านั่งหน้าคอมฯ อย่างมากมายค่ะ แต่ก่อนทั้งเรียนทั้งทำเวบไซต์หาเงินค่าขนม ต่อมาเรียนมหาวิทยาลัยก็ทั้งนั่งหน้าคอมฯ เพื่ออ่านหนังสือ ทำการบ้าน ทำงานกลุ่ม ไหนจะต้องไปนั่งเรียนในห้องเรียนวันละหลายๆ ชั่วโมงอีก ชีวิตนี้มี “นั่ง” ลูกเดียว … ยืน หรือ เดิน นี่น้อยมากๆ สั่งสมไปๆ มาๆ จนทำให้เกิดอาการสาหัส จู่ๆ ก็ปวดมาก กึ๊กเดียว ขยับตัวไม่ได้เลย ร้องโอดโอย ลุกจากเตียงไม่ได้ พอเกร็งจะยกตัวขึ้นปุ๊บ ร้าวไปหมดค่ะ ต้องอาศัยไหลลงจากเตียงแล้วนั่งกับพื้นจากนั้นก็ค่อยๆ ลุกยืน ถึงทำแบบนี้ก็ยังปวดๆ อยู่ดี แต่น้อยกว่าหน่อย ขยับตัวเหมือนปกติไม่ได้ ทำตัวคล้ายๆ หุ่นยนต์ไปเลย เหอๆ

หลายๆ วันไปก็ดีขึ้น หายปวด แต่มีอาการอื่นมาแทน คือ รู้สึกเจ็บๆ ขัดๆ ที่สะบักหลัง ชาที่ปลายนิ้วมือ รู้สึกว่า แขนมีกำลังน้อยลง… รบกวนสมาธิค่ะ นั่งๆ เรียนไปก็รำคาญในหัวใจ เพราะอาการแปลกๆ ที่หลัง เหมือนอะไรมันขัดๆ มันฝังเป็นสิ่งแปลกปลอมอยู่ บรรยายไม่ถูกจริงๆ ค่ะ … พอหน้าหนาว อากาศเย็นๆ นี่อาการขัดๆ แปลกๆ นี่หนักเชียว ไม่เป็นอันเรียนหรือทำไรเลยอ่ะ อยากหายๆ ๆ ๆ …

 

ทำกายภาพบำบัดกับนักกายภาพบำบัด

หลังจากนั้นก็หาทางรักษา จะไปหาหมอ เค้าก็บอกว่า ไม่มีการรับรักษาอาการแบบนี้ ให้ไปหานักกายภาพบำบัด บริหารด้วยสารพัดท่า ต้องนัดเวลาไปกายบริหารครั้งละ 1 ชั่วโมง ทำอยู่ 6 เดือนเห็นจะได้ ก็ไม่มีวี่แววจะดีขึ้น เริ่มเบื่อ เหอๆ พอดีต่อมาไปเมืองไทยก็ไปรักษากับหมอที่เค้าว่าเก่งกันก็ไม่หายอีก คงเป็นเพราะรักษาไม่นานพอ เพราะต้องบินกลับสวีเดน

รักษาจากสองทางแล้วไม่หาย … ก็เลยหันมาดูแลตัวเองมากขึ้น ก็เลยพยายามหาทางเลี่ยงการนั่งหน้าคอมฯ แต่ก็เลี่ยงยากค่ะ เพราะว่าเรียนไอที งานการต่างๆ ต้องทำในคอมฯ เป็นหลัก … พยายามหาเทคนิคต่างๆ นาๆ แล้ว ได้มาจากเพื่อนบอกบ้าง หาในอินเตอร์เนตบ้าง นักกายภาพบำบัดบ้าง แล้วก็มาปรับใช้ักับตัวเอง

เช่นว่า ไม่นั่งด้วยท่าเดิมนานๆ เปลี่ยนไปนั่งตรงโน้นตรงนี้บ้าง เต้นอารบิกออกกำลังกาย ไปออกกำลังกายที่โรงยิม ปรับเปลี่ยนที่นั่งหน้าคอมฯ ให้ถูกต้อง ลงทุนไปถอยเก้าอี้นั่งทำงานราคาแพงๆ มา เปลี่ยนจากเม้าท์แบบปกติทั่วไปมาเป็นปากกาอิเลคทรอนิกส์ที่ใช้แทนเม้าส์ได้ และอื่นๆ อีกจิปาถะ แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น

Wacom tablet, CTF-420 ปากกาอิเลคทรอนิกส์ที่ใช้แทนเม้าส์ได้

ต่อมาก็ลองไปหา Kiropraktor (ชีโรพรัคทู ร) กดจุดรักษาอาการปวดที่คลีนิคในลุนด์เค้าเนี่ยแหละ รู้สึกดีขึ้นหลังจากที่กด พอได้สักอาทิตย์นึงก็กลับมาอีกแล้ว ต้องนัดไปกดเรื่อยๆ … นี่จึงไม่ใช่การรักษาระยะยาวอีกแล้ว เลยหาทางอื่น หันไปหานวดแผนไทยบ้าง แรกๆ ไม่ได้ไปนวดเพราะว่า นวดแผนไทยที่สวีเดนแพงค่ะ นักเรียนอย่างเราไม่มีเงินเดือน ไม่สามารถ แต่สุดท้ายก็ไปลองดู ต้องลองต้องลงทุนกันหน่อย อยากหายนิ ก็เจ็บตัวไป หายไปพักแล้วก็กลับมาแบบเดิมอีก แพ้งแพง บ่อยๆ เข้านักเรียนกระเป๋าจะฉีก ฮ่าๆ ๆ

“สวัสดิการ ค่ารักษาพยาบาล … พบนักกายภาพบำบัดจ่ายครั้งละ 100 โครนต่อครั้ง จะได้บัตรสะสมแต้ม สะสมครบ 900 โครน จะได้บัตรทอง จากนั้นก็ไม่ต้องเสียค่ารักษาพยาบาล”

ไม่รู้จะทำไงแล้วก็ปล่อยมันไป รำคาญจนชินซะแล้ว ฮ่าๆ ๆ … แต่ก็ยังไม่ได้ปล่อยปะละเลยไปเลยทีเดียว พอมีเวลาก็เต้นแร้งเต้นกา ออกกำลังกาย เปิดเพลงแล้วก็ส่ายๆ ทำท่าโน้นท่านี้ไปตามที่นึกได้ มันไม่ได้ทำให้หายให้ดีขึ้นแต่ก็ดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย ในใจนึกหวังว่าจะช่วยให้หายปวดสะบักหลัง แต่ก็นะ … ถือว่าบริหารร่างกายตามปกติไป

โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ

// ยุ้ย

เห็ดที่เป็นพิษมากที่สุดในสวีเดน! 2

ข้อสันนิษฐาน

ทำไมถึงมีคนเก็บเห็ดเหล่านี้ไปกิน?

คำตอบก็คือ เห็ดพิษพวกนี้มีคู่เหมือนที่กินได้กินอร่อย มือใหม่หัดเก็บอาจพลาดได้ … เห็ดพวกนี้ก็จะขึ้นในพื้นที่เดียวกัตาดีได้ ตาร้ายเสียชีวิต!

ก็จะยกเห็ดคู่เหมือนของเจ้าพวกนี้มาให้ดูพอสังเขปค่ะ

#Toppig giftspindling

— > Cortinarius rubellus (C. speciosissimus)

จะพลาดในหมู่มือใหม่หัดเก็บเห็ด เพราะเค้าว่ากันว่า คล้ายเจ้าคันตาเรลแสนอร่อยนั่นค่ะ
ยังมีเห็ดพิษหน้าตาคล้ายๆ เจ้านี่ที่ควรรู้จักไว้ค่ะ
Orangebrun giftspindling – förekommer främst i södra Sverige, mycket giftig.
Gulbandad spindling– spensligare, misstänkt giftig.
Eldspindling – med ljusare och tätare skivor, misstänkt giftig.
ลองคลิกลิ้งค์ไปดูหน้าตากันได้
เจ้าพวกนี้ก็ยังมีคู่เหมือน (Förväxlingssvampar) อีกหลายตัว ก็ดูกันดีๆ นะคะว่ามี “หัวกะโหลกไขว้” หรือป่าวน่ะ?

# Stenmurkla
–> Gyromitra esculenta

เจ้าตัวนี้มีคู่เหมือนที่กินได้และกินไม่ได้คือ
Blek stenmurkla – luktlös, hattkant oftast ej fästad vid foten, oätlig.
Toppmurkla – hatt annorlunda vindlad, god matsvamp.
Rund toppmurkla – hatt annorlunda vindlad, god matsvamp.

# Vit flugsvamp
Amanita virosa

มือใหม่มักพลาดเพราะเค้าว่าหน้าตาคล้ายเห็ดแชมปินยอน
แชมปินยอนใต้หมวกจะเทาๆ ไม่ขาวจั๊วะเหมือนเจ้าเห็ดพิษนี้ค่ะ
ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับแชมปินยอนชนิดต่างๆ ได้ที่
Champinjoner Agaricus

คู่เหมือนของเจ้า Vit flugsvamp ที่กินได้กินอร่อย
snöbollschampinjon – har ej vita skivor, ej volva.
silkesmusseron – har ej ring eller strumpa.
vårmusseron – har ej ring eller strumpa.

ไม่รู้จริงไม่เชี่ยวจริงก็มองข้ามเห็ดสีขาวๆ ไปซะเถอะค่ะ อันตรายถึงชีวิต!

ประโยคนี้ผู้เชี่ยวชาญ มือโปรเก็บเห็ด ย้ำนักย้ำหนา … ก้องอยู่ในหู … พอเห็นเห็ดสีขาวๆ ก็พาลเสียวตับ

# Lömsk flugsvamp
Amanita phalloides

ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า ตอนเห็ดตัวนี้ยังละอ่อนๆ นั้นคนเอเชียคิดว่ามันคือ “เห็ดโคน” แต่แท้จริงแล้วมิใช่เลยค่ะ
ตามไปอ่านที่ป้าไก่เขียนไว้แล้วก็จะกระจ่างแจ้ง
“เห็ดโคนพิษ!?!?!?” – ป้าไก่

คู่เหมือนแถมกินได้กินอร่อยของเจ้านี่ก็คือ
grönkremla – har ej ring eller volva.

จากรูปคล้ายมากๆ ดูให้ดีๆ นะคะ ไม่เช่นนั้น อันตรายถึงชีวิต!

อ่านๆ เขียนๆ ดูรูป ไปๆ มาๆ เริ่มเสียวตับไตไส้พุงค่ะ ขอพักยกก่อนแล้วจะมาเล่าต่อ

ยุ้ย

30 กันยายน 2554

ต่อนะคะ อีกหน่อยนึง

# Röd flugsvamp

Amanita Muscaria

เจ้านี่ถ้าจุดขาวๆ ร่วงหมดก็จะมีหน้าตาคล้ายๆ เห็ดกินได้ที่ชื่อ
Storkremla – saknar ring och hyllerester, matsvamp.

# Panterflugsvamp
Amanita Pantherina

และ

# Brun flugsvamp
Amanita Regalis

เค้าว่าเจ้า 2 ตัวนี้หน้าตาคล้ายกัน และยังไปมีหน้าตาคล้ายเห็ดภูมิใจที่กินได้แถมอร่อยมากมาย
Stolt fjällskivling – har mörka hattfjäll, brunvattrad fot, matsvamp.

ที่เขียนๆ มาก็อาศัยประสมประสานระหว่าง อ่านๆ จากที่โน่นที่นี่ ประสบการณ์ตรง และก็ฟังจากผู้เชี่ยวชาญรวมถึงมือโปรเก็บเห็ดมาน่ะค่ะ

สนุกสนานกับการเก็บเห็ดกันถ้วนหน้าค่า

ยุ้ย

1 ตุลาคม 2554