เห็ดที่เป็นพิษมากที่สุดในสวีเดน!

 

เวบไซต์ที่เป็นประโยชน์ Svampkonsulenterna! และ SvampGuiden

 

ข้อมูลจากเวบไซต์ของ Giftinformationscentralen (GIC) / Swedish Poisons Information Centre

————————————————–

ขอเพิ่มเติมนะคะ…

ใบปลิวภาษาไทยเขียนว่า “หาหนังสือเกี่ยวกับเห็ดมาอ่าน!”

ก็ใช่ค่ะ แต่ว่าจากภาษาสวีเดนได้ความหมายครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด

Skaffa en “modern” svampbok!

– หาหนังสือเกี่ยวกับเห็ดเล่มปัจจุบันหรือเล่มใหม่ๆมาอ่าน

ท่านผู้เชี่ยวชาญบอกมาว่า ในหนังสือเก่าๆ บางเล่มอาจบอกว่าเห็ดบางอย่างกินได้
แต่หนังสือที่ออกมาใหม่อาจจะบอกว่ากินไม่ได้ก็ได้นะคะ
ท่านผู้เชี่ยวชาญเองยังต้องอัพเดทข้อมูลอยู่เรื่อยๆ เพราะว่าเห็ดบางตัวก่อนหน้านี้ยังไม่มีใครทำการศึกษา
กินแล้วไม่แสดงอาการน่ากลัวก็กินกันไป แต่สารพิษก็คือสารพิษ มันจะออกอาการเมื่อไหร่ไม่มีใครรู้
แต่พอมีผลการศึกษาออกมาว่าเห็ดนั้นๆ มีสารพิษ ก็ไม่ควรกิน เค้าก็ยกเลิกข้อมูลเก่า …
บางตัวที่ว่ากันต่อๆ มาว่ากินไม่ได้อย่างโน้นอย่างนี้ แต่พอศึกษาแล้วว่ากินได้กินอร่อยก็มีเหมือนกัน

ปล. ท่านผู้เชี่ยวชาญที่อ้างถึงนี้ คือ นักพฤษศาสตร์ชาวสวีเดนที่เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเห็ดค่ะ เจอกันในงานวันเห็ดแห่งชาติ

โปรดติดตามตอนต่อไป ที่นี่ เร็วๆ นี้ค่ะ

ยุ้ย

30 กันยายน 2554

มาพัฒนา “การพูด” กันค่ะ (ตอนจบ)

 

มาๆ ขอต่อเลยค่ะ… ก็ด้วยความอยากพูดอยากรู้ อยากถามเป็นภาษาสวีเดน ก็เลยไปค้นหาประโยคไว้สำหรับถามโดยเฉพาะ ที่ต้องได้ใช้บ่อยๆ แล้วก็รวบรวมไว้ที่ คำถามยอดฮิต / Useful Questions ได้มาแล้วก็นั่งท่องๆ ค่ะ เอาจริงเอาจังมาก 555+ แล้วก็ได้ใช้บ่อยจริงๆ โดยเฉพาะ 8 ประโยคสุดท้ายนี่ ช่วยให้พัฒนาภาษาเยอะนะ เอาไว้ใช้ถามเพื่อให้เค้าช่วยพูดซ้ำเวลาฟังไม่ทัน พูดอธิบายขยายความเวลาเค้าพูดมาแล้วไม่เข้าใจ ช่วยให้บอกว่าอันนั้นอันนี้เรียกว่าอะไรในภาษาสวีเดน …

คลิกรูปเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

 

การฟังและการอ่านภาษาสวีเดนบ่อยๆ ก็ช่วยได้เหมือนกันค่ะ เวลาอ่านอยู่บ้านก็จะอ่านออกเสียงให้ซานต้าฟัง แล้วให้แกช่วยแนะนำแก้ไข ถ้าแกว่างนะ … ก็จะฝึกฝนจากหลายๆ ทางสร้างความคุ้นเคยกับภาษาไปเรื่อยๆ ค่ะ

อีกแรงผลักดันหนึ่งที่ทำให้มุมานะฝึกฝนการพูดก็คือ เวลาเราพูดกับซานต้า เราออกเสียงพูดไปยังไงซานต้าแกก็ฟังรู้เรื่อง โต้ตอบกันได้ปกติ แต่พอไปพูดกับคนสวีเดนคนอื่นๆ เช่น เพื่อนซานต้า เวลาไปจับจ่ายซื้อของ หรืออื่นๆ มีหลายครั้งมากที่เค้าฟังเราไม่ค่อยออก … เง้อ ทำไมคนที่บ้านฟังได้อ่ะ งง … หรือเป็นอย่างที่เค้าว่ากันว่า ฝรั่งที่มีเมียไทยมีความสามารถพิเศษในการสื่อสารกับเมีย เมียพูดถูกไม่ถูกก็รู้เรื่อง 555+ เคยได้ยินมาก่อนหน้านี้ นี่ชั้นเจอกับตัวเองหรอเนี่ย? เอิ๊กๆ ๆ …

 

 

สมัยแรกๆ ชอบแปลค่ะ แปลไทยเป็นสวีดิช ก่อนจะพูดจะเขียนก็นึกเป็นภาษาไทยไว้ในหัวก่อน ซานต้าจับได้ เพราะแกรู้สไตล์คนไทย 555+ และก็เวลาฟังสวีดิชมาก็แปลเป็นไทยให้ตัวเอง ส่วนนี้ทำให้เราโต้ตอบได้ช้า หรือเขียนออกมาเป็นประโยคแปลกๆ ใช้คำฟุ่มเฟือย … ซานต้าบอกว่า จะพูดก็พูดไปเลย จะฟังก็ฟังให้เข้าใจในภาษาสวีเดนไปเลย ไม่ต้องนึกเป็นไทยก่อน ไม่ต้องแปลเป็นไทย ให้เข้าใจไปตามธรรมชาติ แบบเด็กๆ น่ะ เรียนตามธรรมชาติ… ก็พยายามทำตามแกบอกค่ะ เราได้ยินมาไงก็เข้าใจไปงั้น ฟังมาไงก็พูดไปงั้น อยากจะพูดไรก็พูดไปตามแบบธรรมชาติ ผลที่ตามมาก็คือ เวลาจะแปล แปลไม่ได้บ้าง หรือ หาคำแปลสวยๆ ไม่ได้บ้าง 555+ เข้าใจอยู่คนเดียว 555+

ก็ฝึกไปเรื่อยๆ ค่ะ วันเวลาช่วยได้ ค่อยๆ เป็นไปทีละเล็กละน้อย นานๆ ลิ้นเริ่มไปได้ พูดออกเสียงได้ถูกต้องมากขึ้น พูดเป็นมากขึ้น ความมั่นใจเริ่มมีมากขึ้น สนใจใฝ่รู้ สู้เค้าไว้ … หลังๆ ได้คำชมว่า พูดเก่งนะ มาอยู่ได้ไม่นานเนี่ย … ก็ตอบไปว่า ยกความดีความชอบให้ซานต้าจ้า เค้าช่วยชั้นมากเลย ไม่ได้เค้าก็คงพูดไม่ได้ขนาดนี้ ตาซานต้าก็ยิ้มแปร้ ยืดอกรับด้วยความภาคภูมิใจ แล้วก็อดไม่ได้ที่จะเล่าประวัติศาสต์แห่งความอดทน ความยากลำบากให้เพื่อนๆ ฟัง เหอๆ … ความภูมิใจเล็กๆ น้อยๆ เน๊าะ

ก็เล่ากันแบบหมดเปลือกกันเลยค่ะ ละเอียดยิบยาวยืด… ก็นะ…ฝึกมาเยอะก็จริง แต่ทุกวันนี้ก็ยังออกเสียงเดี้ยงๆ อยู่บ้างล่ะค่ะ ได้หน้าลืมหลัง คำไหนไม่ได้ใช้นานก็ลืมไปซะงั้น บางทีพูดได้ออกเสียงได้แต่ก็ขี้เกียจซะงั้น 555+ …. ก็ขอทิ้งท้ายไว้ว่า …

 

“หัวใจสำคัญก็ ต้องกล้าพูด ช่างพูด ขยันหมั่นฝึกฝน สนใจใฝ่รู้ค่ะ… แรกๆ พูดผิดๆ ถูกๆ ออกเสียงเดี้ยงๆ แปลกๆ ก็พูดไปก่อน ค่อยๆ ปรับปรุงแก้ไขไปตามกาลเวลา … ฟังและอ่านเยอะๆ จะได้คุ้นกับภาษาสวีเดนมากขึ้น… แหล่งฝึกพูดที่สำคัญและได้ผลดีอย่างมากก็คือ พูดภาษาสวีเดนกับคนที่บ้าน ญาติพี่น้องแฟน ตกลงขอความร่วมมือกับเค้า ขอให้เค้าช่วยแนะนำแก้ไข การพูด ทั้งการออกเสียง การเน้นเสียงในแต่ละคำ แก้ไขประโยคเวลาพูดผิด ในส่วนนี้ต้องใช้ความมานะอดทนกันทั้งตัวเราเอง และคนที่บ้านค่ะ”

สู้ๆ และโชคดีนะคะ

 

ยุ้ย

มกราคม 2554

 

มาพัฒนา “การพูด” กันค่ะ

สวัสดีค่ะ ก็นึกอยากเขียนเล่าเรื่องสมัยที่เรียนภาษาสวีเดนใหม่ๆ แล้วมีปัญหาเรื่องการพูด การออกเสียงค่ะ เผื่อเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยสำหรับผู้เริ่มเรียนภาษาสวีเดน

เหตุที่เริ่มคิดหาทางพัฒนาการพูดของตัวเองก็มาจากว่า เรียนไปได้สักพักแล้ว เห็นคนอื่นเค้าพูดโต้ตอบได้เยอะแล้ว เราเองยังโต้ตอบสู้เพื่อนๆ เค้าไม่ได้ ออกเสียงไม่ค่อยได้ ลิ้นไม่ไปให้ บางทีพูดไปแล้วเค้าฟังไม่รู้เรื่อง เพราะเหตุนี้ทำให้ขาดความมั่นใจในการพูด เลยไม่ค่อยพูด บางทีสงสัยอยากถามครูในห้องเรียนก็ไม่รู้ว่าจะถามยังไง ไม่กล้าด้วย ก็คิดว่าปล่อยไว้ไม่ได้แล้ว ไม่งั้นประวัติศาสต์ซ้ำรอย เดี้ยงๆ เช่นเดียวกับภาษาอังกฤษ ต้องสู้กันหน่อย ก็เลยพยายามหาวิธีทางพัฒนาปรับปรุงเรื่องการพูดของตัวเองค่ะ

ก็ไปปรึกษาครูผู้สอนว่าควรทำยังไงดี ครูบอกว่า…

“ถ้าอยากพูดได้เก่งๆ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่โรงเรียนก็ชวนเพื่อนๆ พูดภาษาสวีเดน เลิกใช้ภาษาอังกฤษอย่างที่เคยๆ กันซะ และที่บ้าน ก็หันไปพูดภาษาสวีเดนกัน ฝึกพูดโต้ตอบกับคนที่บ้าน ช่วยได้เยอะนะ”

ได้คำแนะนำมาแล้วก็เริ่มปฏิบัติการ… ที่โรงเรียนพอดีเพื่อนในกลุ่มที่ชอบๆ คุยกันก็ไปฟังครูแนะนำเรื่องนี้มาด้วยกัน ก็หันมาคุยภาษาสวีเดนกันหลังจากถามครูเสร็จเลย แล้วก็ขยายผลไปสู่เพื่อนคนอื่นๆ ด้วย แรกๆ ก็ทุลักทุเล ต่างคนก็ต่างไม่ค่อยได้ ก็ช่วยๆ กันไปตามประสาเด็กน้อย ใช้ความอดทนพอสมควรล่ะค่ะ รอฟังกันกว่าจะพูดสื่อสารกันได้แต่ละประโยค เพราะเพิ่งเรียนได้ไม่นาน แต่ดันอยากพูดเก่งเหมือนเพื่อนที่อยู่สวีเดนมานานแต่เพิ่งมาเรียน มีอยู่ไม่กี่คนในห้องน่ะ คนอื่นที่เค้าพูดภาษาอังกฤษได้เก่งๆ ก็พูดสวีเดนได้คล่องพอตัวเลย ไม่ค่อยมีปัญหามากเท่าไหร่

กลับมาถึงบ้านก็เล่าให้ซานต้าฟังว่า ต่อไปนี้นะจะพัฒนาทักษะการพูด เธอต้องช่วยชั้นน่ะ เธอนั้นสำคัญมากมายต่อการเรียนภาษาสวีเดนของชั้น จะเก่งไม่เก่งก็ขึ้นอยู่กับเธอด้วยนะ ไม่ใช่แค่แต่ที่โรงเรียนเท่านั้น ก็เกริ่นไปพอหอมปากหอมคอ แล้วก็บอกว่า ช่วยแนะนำเวลาพูดด้วยนะ เรื่องการออกเสียง สำเนียง การเน้นคำ การเรียงประโยค ตรงไหนตกหล่นผิดพลาดก็แก้ไขบอกกล่าวกันด้วย … พอบอกเสร็จก็เริ่มพูดภาษาสวีเดนเลยค่ะ …

 

 

โอย… จะบอกว่า ยากเย็นเข็ญใจ เด็กน้อยหัดพูด ศัพท์ในหัวก็น้อย แต่อยากพูดหลายอย่าง บอกคำอังกฤษเค้าไป ให้เค้าบอกมาเป็นสวีดิช แล้วก็เรียงประโยคตามประสา มือไม้จะพันคอตายวุ่นวายไปหมด กว่าจะสื่อสารกันได้เรื่องก็เหงื่อตกกันไปทั้งคู่ พูดได้ไม่นานก็หมดความอดทนกันทั้ง 2 ฝ่าย ก็หันไปพูดภาษาอังกฤษเหมือนเดิม 555+ ง่ายกว่ากันเยอะ ไม่ต้องเสียเวลา เสียพลังงาน

แต่ว่าคำของครูก้องอยู่ในหัวว่า “พูดภาษาสวีเดนกับคนที่บ้าน ก็พยายามฝีนความรู้สึกกันต่อไป บอกตัวเองว่า ต้องอดทน ขอร้องซานต้าว่า เราต้องช่วยกัน ชั้นอยากได้ดี ไปโรงเรียนก็ไม่ค่อยได้พูดหรอก นั่งฟังครู พอจะพูดเพื่อนที่พูดได้มากๆ ก็แย่งพูดไปหมดแล้ว ขอเหอะนะ … เพื่อนคนอื่นๆ เค้าก็เจอปัญหาเดียวกัน กับคนที่บ้าน ก็ให้กำลังใจกันสู้ต่อไป … อึดอัดเกินจะบรรยายได้ค่ะ ทั้งที่โรงเรียนและที่บ้าน นอกจากภาษาอังกฤษจะไม่แตกฉาน สื่อสารได้ไม่เต็มที่เหมือนภาษาของตัวเองแล้ว ยังมาเจอความยากเย็นกับภาษาสวีเดนอีก … ท้อไปหลายหน แต่ก็อึดค่ะ ไม่ได้นะ ชั้นต้องทำให้ได้ ซานต้าแกก็ความอดทนสูงเหมือนกัน ก็ประคับประคองกันไป… เพื่อนคนนึงในกลุ่มเค้าเลิกพูดภาษาสวีเดนกับแฟนไป เพราะว่าฝืนอดทนกันต่อไปไม่ไหวแล้ว

ฝึกออกเสียงกันทุกวัน เจอคำใหม่ๆ ก็จำไว้ว่าออกเสียงยังไง คำยาวๆ นี่ยิ่งมีปัญหา ลิ้นไม่ไปให้อ่ะ 555+ ก็ฝึกซ้ำๆ จนคุ้นปาก บางทีก็ออกเสียงไม่ครบ คำควบกล้ำ ร หรือ ล ก็ไม่ชัด หรือไม่มีเลย หางเสียงในแต่ละคำก็ไม่มี … พอเปิดโอกาสให้ติติงซานต้าก็ได้ที เต็มที่ ติหมด … เครียดนะคะ เยอะแยะมากมายหลั่งไหลเข้ามา พูดไรก็ไม่ถูก ผิดๆ เพี้ยนๆ … ฝืนๆ ทนๆ อยู่นานพอควร ก็เริ่มเห็นว่าตัวเองดีขึ้นมากทั้งการพูดและการฟังด้วย บวกไปถึงการเขียน เพราะว่า เราพูดยังไงเราก็เขียนแบบนั้น … เลยมีกำลังใจสู้ต่อ

ที่ซานต้าติงก็เสียงควบกล้ำ ร หรือ ล … ก็ละเลยตั้งแต่ในภาษาไทยแล้ว คำควบกล้ำสองตัวเนี้ย 555+ ก็ต้องฝึกกันให้คุ้นเคยไว้ ส่วนเรื่องของหางเสียง เช่น katt ก็ออกเสียงว่า คัท ไร้หางเสียงตามแบบไทยๆ ตามประสาของอีชั้นล่ะค่ะ ซานต้าก็บอกว่า ไม่ได้ สำคัญนะ เพราะว่า บางคำแค่หางเสียงต่างกัน ความหมายก็ไม่เหมือนกันแล้ว ต้องออกเสียงว่า คัททึ มี ทึ เบาๆ เป็นหางเสียงด้วย

คำกิริยาที่มีตัว r ลงท้ายก็ต้องมีหางเสียงด้วย เช่น sover ก็ให้ออกเสียงว่า โซฟเว่อรึ มี รึ เบาๆ ด้วย อีกอย่างในแต่ละคำต้องออกเสียงตัวอักษรให้ครบ ถ้าออกเสียงครบก็จะช่วยให้สะกดได้ถูกต้องตอนเขียนด้วย เช่น svenskt ให้ออกเสียงให้ครบว่า สเว้นสึคึทึ … โอยๆ นังยุ้ยจะบ้าค่ะ ลิ้นไม่ไป ทำไมไม่รู้นะ อาจจะเป็นแบบนี้คนเดียว หรือไง? คนอื่นเป็นหรือเปล่าไม่ทราบนะคะ … และอีกเรื่องก็เวลาพูดก็พูดให้ชัดถ้อยชัดคำ เสียงดังฟังชัด มั่นใจหน่อย … อดทนอดกลั้น ให้ซานต้าติติงไป ด้วยใจหวังอยากได้ดีกะเค้า…

 

อ๊ะ… เรื่องนี้ยังไม่จบแค่นี้ค่ะ มีเคล็ด(ไม่)ลับกับคำถามเด็ดๆ ที่ควรรู้ไว้ใช้เพื่อพัฒนาทักษะการพูดค่ะอีก

 

โปรดติตามตอนต่อไปค่ะ…

 

ยุ้ย

มกราคม 2554

ในที่สุดก็ได้ไปเริงร่าใน “ป่าเห็ดสุดโปรด”

กิจกรรมประจำปีสำหรับช่วงนี้ค่ะ พอถึงเวลาก็เกิดอยากซะงั้น ของเคยๆ กัน มีความรู้สึกในใจลีกๆ ว่าต้องไป ยิ่งเห็นคนอื่นเค้าไปเก็บก็ยิ่งอยาก ไม่ได้อยากกินเห็ดกะเค้าสักเท่าไหร่หรอกนะคะ อยากไปเดินสำรวจ ไปทดสอบความรู้ ไปถ่ายรูปเล่นแล้วเอามาอวดชาวบ้านเค้า ฮ่าๆ ๆ ความสุขเล็กๆ น้อยๆ แก้เครียดๆ

ถือตะกร้าใบโตไป มีดพร้อม น้ำพร้อม กล้องก็พร้อม พกหนังสือเห็ดที่เพิ่งซื้อมาใหม่ไปด้วย อยากมานานขอเต็มยศเลย … ก่อนออกจากบ้านมีทาเบบี้ออยตามตัวด้วยนะ ทำตามที่พี่เค้าบอกมา เห็บจะได้ไม่กัด … ซานต้าบอกว่า สงสัยเห็บคงมัวแต่เดินลื่นอยู่ ฮ่าๆ ๆ

 

ก็ไม่ได้ไปกับใครคนอื่น … “เจ้ย” ค่ะ …

เลิกเรียนแล้วก็กลับมาบ้านแต่งตัวเตรียมของรอเจ้ยมารับ แล้วก็มุ่งหน้าไปป่าลับสุดยอดของเราสอง จากนั้นก็เดินไปตามจุดเกิดเห็ด

 

จุดมุ่งหมายของเจ้ยคือ Silkesmusseron l Tricholoma columbetta (Fr.) P. Kumm.

ตามคาดหมายพิกัดเดิม กำลังน่ากินเลย เจ้ยบอกว่า เอาไปใส่ไข่เจียวอร่อย …

ท่านผู้รู้ก็แนะนำว่า วิธีสังเกต เจ้า Silkesmusseron ตัวนี้ก็ให้ดูที่โคนขาจะมีจุุดสีเขียวอ่อนๆ อยู่ และเห็ดนี้จะขึ้นอยู่กับต้น Björk เพื่อความปลอดภัยอย่าไปเก็บเองเลยดีกว่า เพราะว่าอาจเก็บผิด อาจจะเก็บเห็ดพิษปนไปได้ ในป่ามีเห็ดพิษสีขาวๆ คล้ายๆ เห็ดนี้เยอะด้วย

 

ส่วนยุ้ยจุดมุ่งหมายอยู่ที่ Karljohan และ Brunsop แต่ผิดคาด จุดเกิดเห็ดเงียบสงบ …


ได้ (1) Karljohan มาดอกเดียวเอง ที่เหลือก็เป็น
(2)(4) Björksopp (3) Kantarell และ (5) Tegelsop 
และก็มี Fläcksopp (Leccinum variicolor) มาด้วย …

ส่วนตัวไม่ชอบเจ้าตระกูลขาลายค่ะ ผัดกินกับเนยไม่อร่อยถูกปาก เอาไปทำแกงลาวอร่อยกว่า แต่ทำกินไม่เป็น แง่มๆ
(คนที่เค้าแกงเป็นแนะนำว่า ก่อนแกงก็ลอกๆ เอาจุดดำๆ ออกก่อน ล้างน้ำ ฝานชิ้นพอคำ ต้มแล้วรินน้ำทิ้ง แล้วก็แกงลาวสูตรใครก็สูตรใครได้เลยค่ะ)

 

ปีนี้สภาพป่าแตกต่างแปลกตาไปจากเดิม เดินไปก็งงๆ ป่าโล่งผิดปกติ สภาพแห้งแล้ง ทั้งๆ ที่ฝนก็ตก ว่าไปแล้วป่าแห้งก็ดีนิดนึงที่เห็ดเนื้อแน่นดี แต่ข้อเสียเยอะกว่ามากมายมหาศาลนั่นคือเห็ดไม่ขึ้น … เห็ดชอบชื้นๆ

บางจุดที่เคยเดินผ่านได้แต่ก่อนนั้นตอนนี้ก็มีน้ำเจิ่งนองเดินไปไม่ได้เลย สะพานหาย ทางเก่าเดินไม่ได้ ก็มีรอยคนเดินอ้อมซะเห็นเป็นทางใหม่ไป แต่เราก็มานะพยายามไปยังพิกัดสำคัญๆ จนครบถ้วนทั่วจนได้ เก่งมั่กๆ

เห็ดกินได้ตามพิกัดสำคัญๆ ก็มีน้อยมากจนถึงไม่มีเลย พิกัดที่เคยมีเห็ดพิษเยอะแยะก็บางตาไม่ท่วมท้นเหมือนก่อน

ฮืม … สงสัยว่าเกิดไรขึ้น? เห็ดไปไหน? ป่าเป็นอะไร? … หรือว่าคนมาเก็บเห็ดกันเยอะจนสภาพเปลี่ยนไป เห็ดประชดงดออกดอก หรือว่าเค้ามาถางป่า พื้นที่ป่าสงวนเค้าไม่น่าจะทำนะ หรือว่าสภาพอากาศแปลกๆ ปกติช่วงนี้ต้องหนาวเย็นแล้ว วันนี้ยังร้อนๆ เหมือนซัมเมอร์อยู่เลย เห็ดโปรดที่ยุ้ยหมายตาเค้าชอบขึ้นตอนอากาศเย็น ๆ ซะด้วยซิ

 

สงสัยไปมาก็เปิดหน้ากล้องส่องเห็ดพิษแก้เงงซะเลย …

เป็นพิษ กินไม่ได้
1) c. eucaeruleus Rob Henry, very rare in Sweden,
(2) Röd flugsvamp – Amanita muscaria (L.: Fr.) Pers.,
(3) Gammal vårtig röksvamp – Lycoperdon perlatum Pers.: Pers.
ส่วนกอเหลืองๆ รูปสุดท้าย ยังไม่ทราบชื่อค่ะ สวยเลยเก็บภาพมาเล่นๆ

อ๊ะ ไม่เป็นไรถือซะว่าไม่ใช่วันของเรา … ไงก็ได้ไปสำรวจตรวจตราให้หายข้องใจ และได้ถ่ายรูปงามๆ สมอยากแล้วก็เป็นสุขใจ …

ขอบใจเจ้ยมากที่ทำให้ฝันของฉันเป็นจริง ^^

 

// ยุ้ย

16 กันยายน 2554

 

 

สวยสมกับสภาพอากาศ

เป็นคนชอบแต่งตัวค่ะ ตามแฟชั่นในแบบของตัวเองไปเรื่อย ก็ไม่ได้ออกงานอะไรกะเค้า … หาเรื่องแต่งตัวไปเรียนไปวันๆ ไปงั้นแหละ อิอิ เพิ่งไปเมืองไทยมาก็ได้เสื้อผ้าใหม่มาเพียบ แถมยังมาช้อปต่อที่สวีเดนอีก ก็เลยหาเรื่องมิกซ์แอนด์แมทให้เหมาะสมตามสภาพอากาศในแต่ละวัน จะได้พาเสื้อผ้าใหม่ๆ ออกสู่สายตาประชาชนอันเป็นที่รัก ฮ่าๆ ๆ

ก็ง่ายๆ ไม่มีอะไรมากค่ะ ก่อนแต่งตัวสวยออกจากบ้านก็เชคสภาพอากาศของวันนั้นก่อนว่าจะเป็นไง … ก็เชคจาก

#  http://www.vackertvader.se หรือ

#  http://www.yr.no/

ส่วนใหญ่ก็จะชอบเชคจากลิ้งค์แรกค่ะ เพราะบอกละเอียดดีว่าตอนไหนฝนตกแดดออก ลมแรง และอื่นๆ … ก็ตรงดีนะคะ

จริงๆ แล้วไม่ได้ห่วงเรื่องสวยเหนือสิ่งอื่นใดนะคะ แต่ห่วงเรื่องความอยู่รอดปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินซะมากกว่าค่ะ

เพราะบางวันตอนเช้าอากาศดี๊ดี ก็เต็มที่ค่ะ แต่งตัวไปซะเปรี้ยวปรี้สสส ประมาทเลินเล่อ สวยได้สบายใจในช่วงเช้า พอบ่ายๆ เย็นๆ ปั่นจักรยานกลับบ้าน ก็หนาวสะท้านสั่นระริก หรือไม่ก็เปียกปอนกลับมาเลย เข็ดค่ะเข็ดขอบอก … เรื่องหนาวที่สวีเดนนี่ไม่เข้าใครออกใคร วันไหนลมแรงเพิ่มเข้าไปด้วยนี่ … โอย อย่าบอกใครเชียว กว่าจะปั่นจักรยานต้านลมถึงบ้านได้ แทบจะขาดใจกันเลยล่ะค่ะ

บางวันก่อนออกจากบ้านก็หนาวได้ใจ หมอกลงปกคลุมทาง แต่พอสายๆ บ่ายๆ ก็ร้อน ๆ ๆ ก็ต้องถอดออกทีละชิ้นๆ แล้วก็หอบพลุงพลังเป็นอีบ้าหอบฝาง บางทีก็ถอดไม่ได้ เพราะเกรงใจตัวเอง ฮ่าๆ ๆ ก็ได้แต่แอบอาย เพราะว่าอย่างร้อนแต่อีชั้นแต่งเหมือนหนาวจับใจอยู่คนเดียว ตกเป็นเป้าสายตาประชาชีไปอีก

 

วันไหนฝนตกปรอยๆ แล้วลมแรงนิดๆ ก็ใส่เสื้อกันฝนแบบมีหมวก เสริมเพิ่มด้วยผ้าพันคอ รองเท้าต้องกันน้ำ ถุงมือจะบางหรือหนาแล้วแต่อุณหภูมิ วันไหนฝนตกแต่ลมไม่แรงและไม่หนาวมากก็จะไม่หอบถุงมือกับผ้าพันคอและอื่นๆ ไปให้เป็นภาระชีวิต … ถ้าตอนออกจากบ้านฝนตกหนักแต่ลมไม่แรงก็จะกลางร่มปั่นจักรยานพจญภัยไปเรียน พร้อมด้วยถุงพลาสติกคลุมกระเป๋าไว้ ถ้าวันไหนฝนตกแรงลมแรงก็กระโดดขึ้นรถเมล์ไปล่ะค่ะ ไม่สู้ๆ .. กลัวฝนค่ะ เดี๋ยวความสวยละลายน้ำหายไปหมด ฮ่าๆ ๆ

ถ้าตอนเช้าๆ หนาว ตอนบ่ายๆ ร้อน ก็ใส่ชุดสบายๆ แล้วก็ใส่เสื้อแจ๊คเก็ตหนาพอควรไปเท่านั้น พอร้อนจะได้แบกแจ๊คเก็ตตัวเดียว … บางทีก็ซ่าค่ะ ใส่เสื้อสบายๆ ใส่เสื้อหนัง ผ้าพันคอพองาม ปั่นจักรยานไปแอบหนาวไป … ปั่นแค่ 10-15 นาทีค่ะก็ถึงมหาลัย … แต่ถ้าวันไหนลมแรงล่ะก็ไม่เสี่ยงค่ะ ขอรัดกุม ลมทางใต้ของสวีเดนแรงมากเกินจะบรรยายได้ค่ะ

ปกติเวลาไปเรียนของเยอะแล้วหนักแล้ว หนังสือ สมุด โน๊ตบุ๊ค กล่องข้าวกลางวัน ขวดน้ำ เค้าไม่มีที่วางของเก็บของให้ ต้องเดินแบกตัวโย้เย้ไปมา แล้วถ้ามีสมบัติบ้าอื่นๆ อีกก็รำคาญค่ะ บางทีก็ลืมบ้าง หล่นร่วงหายบ้าง นอกจากนั้นแล้วส่วนใหญ่ก็ชอบปั่นจักรยานไปมหาลัยค่ะ ไม่ชอบนั่งรถเมล์อ้อมโลก ไม่ชอบรอรถต่อรถ ปั่นจักรยานได้ออกกำลังกาย สูดอากาศยามเช้า อีกทั้งยังประหยัดและถึงที่หมายไวกว่าด้วย ก็เลยเป็นอีกส่วนของที่มาให้คิดมากก่อนสวยออกจากบ้านค่ะ

นี่ยิ่งตอนไปเที่ยวนี่สำคัญต้องเชคอากาศให้แน่ให้ชัวร์ เพราะต้องอยู่ข้างนอกนานๆ อีกทั้งยังต้องสวยพร้อมสู้กล้องในทุกสถานการณ์อีก ฮ่าๆ ๆ …

อ่ะ ก็โม้ไป … สรุปว่า เราต้องสวยอย่างชาญฉลาดค่ะ ประสบการณ์สอนให้ปรับตัวเอาตัวรอด … ต้องพร้อม ดูดี และมีการวางแผนอย่างรัดกุม จะได้สวยได้อย่างสบายใจและไม่แคร์สื่อไปตราบนานเท่านาน ฮ่าๆ ๆ ๆ

// ยุ้ย

นักเก็บเห็ดมือใหม่ ต้องระวัง … !?!?

โดยส่วนตัว แล้วยุ้ยไม่ได้รู้มากเรื่องเห็ด แต่ก็เจ้ยคลุกคลีกับคนรักเห็ด คนชอบเก็บเห็ด ก็ไปนั่งฟังเค้าคุยกันแล้วก็ขอเล่าสู่กันฟังตรงนี้นะคะ….

เวลาไปเก็บเห็ด อย่าไปคิดว่า อุ๊ยยย… อันนี้หน้าตาเหมือนเห็ดบ้านเราเลย เด๊ะๆ

อย่าค่ะอย่า บ้านเรากับบ้านเค้าสภาพแวดล้อมและอากาศไม่เหมือนกัน ลองไปเปิดหาดูตามหนังสือเห็ด หรือตามเวบไซต์ก่อนว่ากินได้ป่าว

ถ้าดูแล้วเห็นว่าคล้ายๆ แต่ไม่แน่ใจก็อย่าไปกินค่ะ ไปถามผู้รู้ให้แน่ใจก่อนจะดีกว่า อย่าใช้ “ลองกินดู” การทดลองนี้อาจแรกด้วยชีวิตนะคะ

ที่เคย เห็นในหนังสือเห็ด หน้าตาเห็ดสวยงาม บางทีหน้าตาเหมือนเห็ดเมืองไทย แต่กินแล้วเข้าโบสถ์คริสต์นะคะ ตายยยย… อย่างเดียว ไม่มีคำแนะนำอื่นเลย

และได้ ยินป้าๆ เค้าบอกกันว่า ตอนอยู่อีสาน อยากรู้ว่าเห็ดไหนกินได้ไม่ได้ ก็ให้เอาไปแช่กับข้าวเหนียว ถ้าไม่เปลี่ยนสีก็กินได้ แสดงว่าไม่มีพิษ แต่อันนี้ใช้ไม่ได้ที่สวีเดนเสมอไปนะคะ … อย่างที่บอกไปแล้วสภาพแวดล้อม อากาศและอื่นๆ เราต่างกันมาก

 

หลวงพ่อที่วัดท่านบอกบ่อยๆ ว่า “เอ้ย ไอ้ยุ้ยอย่าไปกินกะเค้านะ ได้ยินมาว่า เซียนเห็ดตายมาเพราะเห็ดเยอะแล้ว”

โอยยย… ฟังแล้วขาอ่อน “เซียน” ยังมีโอกาสพลาด แล้ว “มือใหม่” โอกาสพลาดมิสูงลิบเลยหรือนี่?

บางคนได้ยินข่าวแล้วกลัวก็เลยคิดว่า จะเก็บ คันตาเรลดีกว่า ชัวร์กว่า แต่ป้าที่เคารพรักและเก็บคันตาเรลมานานแสนนานบอกว่า

มีเห็ด อีกอย่างที่หน้าตาเหมือนคันตาเรลด้วย เป็นเห็ดพิษด้วย เวลาไปเก็บเห็ด ถ้ามีเด็กใหม่ๆ ไปด้วย ป้าๆ จะนั่งเลือกเห็ดอีกทีเพื่อความชัวร์

ป๊าดดดด… อะไรกันนี่… ฝรั่งและหลายคนบอกว่า เห็ดแต่ละอย่างจะมีคู่เหมือน ซึ่งคู่เหมือนนี้ก็มีทั้งมีพิษและที่กินได้

ได้เทคนิคมาว่า ถ้าฉีกเอาเห็ดสดๆ มาแตะลิ้นหน่อยนึง แล้วรสชาติบาดลิ้น รสชาติแรงๆ ซ่า ๆ … นั่นเป็นเห็ดพิษ

อย่าแตะมากเกินไปนะ อันตราย เหอๆ ทางที่ดี เทียบเอากับหนังสือดีก่า

ไปเก็บเห็ดก็พก หนังสือแนะนำการเก็บเห็ดไปด้วยจะดีมากเลยค่ะ แต่ต้องดูละเอียดๆ นะคะ ไม่แน่ใจ ก็ทิ้งไปค่ะ

ก็เล่าสู่กันฟังจากที่เคยได้เห็นได้ยินมาค่ะ ไม่ได้มาขู่ให้กลัวหรือมุ่งหวังอะไรนะคะ ก็แค่อยากเล่าสู่กันฟังนะคะ

อีกอย่างที่พึงระวัง “เห็บ” มันเป็นพาหะนำโรคที่น่ากลัวทีเดียว

เวลาไปเก็บเห็ดก็ใส่กางเกงขายาว เสื้อแขนยาว รองเท้าผ้าใบ

พอกลับมาบ้านก็อาบน้ำ สระผม แล้วก็อย่าลืมสำรวจตรวจตราตามร่างกายด้วยว่ามีเห็บแอบเกาะอยู่หรือเปล่า?

ยุ้ยเคยมาแล้ว ถูสบู่ด้วยไยขัดตัวสองรอบ พอมาเชค โอ้ …มายบุดดา เห็บยังเกาะอยู่ที่ขาพับ กรี๊ดดด …สลบ

ถ้าโดนเห็บกัด เค้าให้ใช้แนบดึงออกตรงๆ …

แล้วจากนั้นก็ให้สังเกตุดู ถ้าเป็นวงแดงใหญ่ขึ้นๆ จนเส้นผ่าศูนย์กลางราวๆ สองเซนติเมตรเนี่ย ให้รีบไปหาหมอ

เพราะนั่นเป็นสัญญาณของการติดเชื้อบางอย่างค่ะ

ที่ยุ้ยเคยโดนมาก็แค่เป็นตุ่มแดงๆ คันมากมาย เกายิกๆ เหมือนแมวเลย ฮ่าๆ ๆ

ก็ไปร้านขายยา บอกเค้าว่า เห็บกัด คัน อยากได้ยาทา เค้าก็ให้ Xylocain 5 % : Smärtstillande salva för t ex sår och insektsbett.

ใช้ดีอยู่ หายคัน… โดนกัดมาทั้งสามครั้งที่ไปป่า ทีแรกไม่ได้ทายา เกาซะขาเป็นแผลเป็นเลยอ่ะ

 

เอาล่ะ ยาวเลย … หวังว่าคงเป็นประโยชน์กับผู้อ่านนะคะ โชคดีๆ ค่ะ

 

Yui


http://yuithaigirl.is-very-sweet.org/diary/2008/september/6.html

 

คำบุพบท / Prepositions

ในเรื่องของคำบุพบทนี้จะขอนำเสนอเฉพาะพื้นฐานง่ายๆ นะคะ คำบุพบทที่ยกมาฝากนี่จะเป็นพวกที่วางอยู่หน้าคำนามเพื่อแสดงความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งที่ถูกกล่าวถึงในประโยคนั้นๆ ค่ะ มาดูกันเลยค่ะว่าจะมีอะไรบ้าง…

(คลิกเพื่อดูรูปขนาดใหญ่)

เท่านี้ก่อนเด้อค่า… ไว้ว่างๆ แล้วจะเขียนเรื่อง “คำบุพบทที่ใชักับเวลา” ค่ะ… สุขสันต์กับทุกวันที่เรียนภาษาสวีเดนค่ะ

ยุ้ย

มีนาคม 2554