ถือศีล 8 ณ วัดสังฆบารมี / 8-10 พฤษภาคม 2554 (ตอนจบ)

ไปหนนี้ป้าใบ(แม่บ้านประจำวัด)ไม่อยู่ เราตื่นเช้ามาตีห้ากว่าๆ ก็เข้าครัวเตรียมผลไม้ จัดโต๊ะอาหารให้หลวงพ่อ แล้วก็ไปนั่งสมาธิ สวดมนต์ … เสร็จแล้วก็ลงมาในครัว ไม่รู้จะทำไรถวายหลวงพ่อดี ก็กะต้มมาม่าทรงเครื่องแล้ว แต่พอดีมีพี่เค้าแวะนำอาหารมาถวาย อืม ก็ดีไป กินข้าวเช้าเสร็จก็ล้างจนชามแก้วช้อนเก็บ จากนั้นก็ทำงานของตัวเองต่อ (ถ้าป้าใบอยู่ก็ช่วยเป็นลูกมือหยิบจับนั่นนี่ แต่ส่วนใหญ่เช้าๆ ป้าก็จะทำเอง ให้เราไปนั่งสมาธิ สวดมนต์ ส่วนสายๆ ทำถวายเพลก็ช่วยเป็นลูกมือเต็มที่)

(วันจันทร์) 10 โมงก็ลงมาเตรียมหุงข้าว เตรียมของทำกับข้าว จัดโต๊ะอาหารให้หลวงพ่อ พอดีมีป้าแวะมาสมทบด้วยกับข้าวผลไม้เต็มมือ เราเตรียมจะผัดเห็ดเข็มทองใส่หมู แต่ป้าก็ใจดีบอกว่าเดี๋ยวจัดการให้ เรียบร้อยแล้วถวายเพลพระแล้วก็กินข้าวกินปลากัน ล้างถ้วยล้างชามแล้ว ยุ้ยก็ปลีกตัวไปทำงานจนกว่าจะได้เวลาทำวัตรเย็น เสร็จแล้วก็ทำงานต่อจนงอมได้ที่ก็นอนหลับสบายไป

เช้ามา(วันอังคาร)ก็มีพี่แวะเอากับข้าวมาถวาย แต่เราก็เอาล่ะ ตั้งใจจะทำมาม่าถวายหลวงพ่อแล้ว ก็ทำสักหน่อย มาม่าต้มใส่ไข่แล้วก็ผักบุ้ง ต้นหอม คงถูกใจหลวงพ่อ ท่านฉันหมดเลย ท่านว่า นานๆ ได้ฉันสักที … แบบว่าทำกับข้าวไม่เก่ง อิอิ … กินข้าวเช้าจัดการในครัวแล้วก็ทำงานต่อ พอ 10 โมงก็ลงมาเตรียมอาหารเพล … เมนูเด็ดต่อไปก็คือ ไข่เจียวหมูสับกับข้าวสวยร้อนๆ แฟนของพี่คนนึงเค้าแวะเอาอาหารมาถวายเพิ่มอีก ดีเลย

พี่ๆ ที่เค้าอยู่ใกล้ๆ เค้าก็จะแวะเอาอาหารมาถวายกัน ผลัดกันมา ถ้ามาเองไม่ได้ก็วานแฟนให้มาให้ สาธุบุญด้วยจริงๆ ปกติจะมีป้าใบอยู่ แต่บางทีแกก็อยากกลับไปดูบ้านบ้าง หรือว่าไปหาลูกบ้าง เราไปได้จังหวะเหมาะพอดี เลยได้ผลัดเวรกับป้าใบไป

หนไหนไปวัดถ้าไม่ได้ไปทำงานอะไรเป็นพิเศษที่วัด … พอทำงานในครัวเสร็จก็จะเก็บกวาดวัด ล้างห้องน้ำ ทำความสะอาดโน่นนี่จนได้เวลากินข้าว หรือได้เวลาสวดมนต์ อยู่นิ่งๆ ไม่ได้ หลับแน่ๆ เหอๆ ก็ไปแล้วก็อยากทำตัวให้เป็นประโยชน์ ช่วยได้ในสิ่งที่เราช่วยได้ แต่ถ้าไปแล้วคนอยู่วัดเยอะเราก็ไม่ช่วยงานในครัว แต่หาอย่างอื่นทำแทน

ก็ไปวัดแล้วก็ได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่าง… รู้อะไรก็ไม่เท่ารู้จักตัวเอง เพิ่มขึ้นทีละเล็กละน้อย จัดการกับอารมณ์ความรู้สึกนึกคิดตัวเองได้ดีกว่าเก่า เข้าใจความเป็นไปต่างๆ รอบตัวและ/หรือทำใจยอมรับได้มากขึ้น ตั้งตัวรับกับสิ่งที่มากระทบหู ตา จมูก ลิ้น กาย ใจโดยใช้หลักธรรมเป็น ช่วยให้เราสบาย กาย ใจ … ไปวัดก็สำรวม กาย วาจา ใจ … ไปหยุดตัวเอง ปรับคลื่นสมอง พักผ่อน หลายๆ อย่างทำให้เราเข้มแข็งขึ้น ให้เรามีเวลาให้ตัวเอง ได้มองตัวเอง แล้วพัฒนาตัวเอง ปลีกตัวจากความวุ่นวายไป หอบความวุ่นวายที่มีอยู่ในกายใจไปวัด และกำจัดทิ้งเสีย ก่อนกลับมาสู่ความวุ่นวายอีกครั้ง

ทำให้เรามีสติ รู้จัก “คิดก่อนทำ คิดก่อนพูด คิดก่อนคิด” … ได้อะไรเยอะแยะมากมายหลายอย่าง ยากจะบอกเล่าให้เห็นชัดหรือพรรณาได้หมด “อาหารใจ” นี่วิเศษสุด … “ธรรมโอสถ” ถ้าได้ทานถูกเวลานาทีแล้ว รสอร่อยหอมหวานอย่าบอกใครเชียว … สิบปากว่า ไม่เท่าตาเห็น … ว่างหรือมีโอกาสเมื่อไหร่ ลองแวะไปเรียนรู้ มองดูตัวเองในวิธีทางทางพระพุทธศาสนากันค่ะ …. สาธุ

// ยุ้ย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s