เรื่องวุ่นๆ แต่ละวันในชั้นเอสเอฟอี (ตอนจบ)

© ซีรี่ส์ชีวิตนักเรียนคอมวุกซ์ © 

(ความเดิมตอนที่แล้ว คลิก!)

 

เรียนๆ ไปครูบอกว่า ฉันสังเกตุเห็นว่า เธอมีปัญหาเรื่องการออกเสียง ลองไปหาโลโก้เพียด เพื่อให้เค้าช่วยปรับช่วยแก้ไขให้มั๊ย? เราก็งงๆ ทำไม? เราบกพร่องตรงไหน? ครูบอกว่า เช่น ออกเสียงตัว R กับ L ไม่ชัด ภาษาของเธอไม่มีเสียงนี้หรอ? ฮ่าๆ ๆ ขำก่อนแล้วตอบว่า มีแต่ไม่พูดเอง ไม่ใช่นักข่าวในหน้าจอทีวีนี่ ถ้าจะให้ออกเสียงก็ได้ … แล้วก็ออกเสียง ร.เรือ ล.ลิง ให้ครูฟัง … ครูก็อ๊ะ อยากให้ไปลองดู เดี๋ยวจองเวลาให้

ครูส่งเรากับเพื่อนคนจีนไปเรียน ก็ตอนนั้นยุ้ยออกเสียงไม่ชัดและยิ่งเป็นคนพูดเสียงเบาๆ เอื่อยๆ ด้วย คำหลายๆ คำออกเสียงยาก ลิ้นมันไม่ไปอ่ะ เสียงตัว U เงีั้ย เสียงโน่นนี่อีก… บางทีถ้าให้พูดทั้งประโยคนี่ เมโลดีหายบ้าง แอ๊กเซ้นต์หายบ้าง หางเสียงหายบ้าง ไม่ใช่แค่ตัว ร หรือ ล เท่านั้น เหอๆ ก็เวลาพูดมัวแต่ใช้หัวนึกว่าจะต้องพูดอะไรยังไง จะโต้ตอบยังไง วุ่นวายไปหมดในหัว ก็เลยลืมเรื่องการออกเสียงให้ถูกต้องไปหมดสิ้น …

 

กับเพื่อนสนิทในห้องเดียวกัน

พยายามให้แฟนชั้นฝึกให้ละกัน พอรู้แนวแล้วว่าต้องอะไรยังไงน่ะ หลังจากนั้นก็ให้ซานต้าสั่งสอนเต็มที่… เน้นๆ กันไปทีละคำกันเลยทีเดียว ตัวไหนออกเสียงยากนักก็ต้องฝึกกันให้หนักๆ ให้คุ้นปาก

แป๊บๆ เรียนจบระดับซี … ไวเหมือนโกหก … วันๆ นึงเรียนไม่รู้กี่เรื่องต่อกี่เรื่อง เรียน สอบ เรียน สอบ … ในแต่ละครั้งใครที่สอบไม่ผ่านตามเกณฑ์ครูก็ให้ซ่อม เกณฑ์ที่ต้องผ่านในแต่ละครั้งคือต้องไม่ต่ำกว่า 80 หรือ 90 % อ่ะ สูงชะมัดเล้ยยย…

เรียนๆ ไปนี่ก็เครียดเหมือนกันนะคะ เรียนทุกวัน เสาร์อาทิตย์ยังได้การบ้านมาทำ วันๆ ไม่ได้ไปไหนเท่าไหร่ วนไปๆ มาๆ บ้านกับโรงเรียนเป็นส่วนใหญ่ เรียนเสร็จก็กลับบ้านพักผ่อนแล้วก็ทำการบ้าน อ่านทบทวน และก็ยังมีอื่นๆ ที่ซานต้าจัดพิเศษให้อีก ก็อดทน ขยัน อึดสู้ไป เพราะด้วยใจอยากได้ดีเหมือนพี่ๆ เพื่อนๆ คนอื่นๆ ที่เค้ามาอยู่ก่อน อยากได้งานดีๆ ทำ… ก็เชื่อคนที่เค้าอาบน้ำร้อนมาก่อนค่ะ …

เพื่อนๆ ในห้องก็ค่อยๆ หายไป เพราะว่าบางคนเค้าต้องการทำงานหาเงินเลี้ยงตัวเอง เรียนเยอะแล้วไม่มีเวลาทำงาน เวลาเรียนรบกวนเวลาทำงาน ก็หยุดเรียนไป บางคนเป็นเด็กเรียนมหาลัย ที่มหาลัยเรียนหนักขึ้นก็หายไป บางคนก็มาเรียนระหว่างรองาน พอได้งานก็หายไป บางคนเรียนไปด้วยทำงานพาร์ทไทม์ไปด้วยตามกำลัง ก็มีหลายคนที่เรียนอย่างเดียว

 

และใครที่อยากหางานทำก็บอกครูในห้องได้ แล้วครูจะพาไปรายงานตัวกับพนักงานอารเบียตฯ (Arbetsförmedlingen) ที่มาโรงเรียนคอมวุกซ์เป็นประจำ ใครโชคดีก็ได้งานไป ส่วนบางคนที่ยังไม่ได้งานนั้นบางทีอารเบียตฯ ก็จะส่งไปเข้าคอร์สอบรมนั่นนี่ให้ตามความเหมาะสม ได้ตังค์ด้วย

 

ทางจักรยาน… ปั่นจักรยานไปเรียน

เรียนๆ ไปแต่ในใจลึกๆ แล้วเบื่อ เครียด ท้อ เหนื่อย ไม่ชอบเรียนภาษา อยากทำงานใจจะขาด คนเคยทำงานมา มีชีวิตโลดแล่นตามประสา… แต่จู่ ๆ ก็ต้องไปเรียนหนังสือ อยากได้อะไรก็ต้องขอเงินซานต้า อยากทำไรก็ไม่ได้ทำตามใจชอบ

ซานต้าบอกว่า ขอเหอะนะ ตั้งใจเรียนภาษาให้จบก่อนเพื่องานการที่ดีในอนาคต เชื่อฉันซิ ไงตอนนี้ก็ทำตัวเป็นเด็กนักเรียนสวีเดน ประหยัดไรได้ก็ประหยัด ใช้สอยแบบเด็กนักเรียนไป จะได้รู้ว่าชีวิตเด็กนักเรียนสวีเดนเป็นไง รอทำงานก่อนค่อยทำอยากที่ตัวเองต้องการ

ส่วนเพื่อนๆ พี่ๆ ที่รู้จักที่ได้คุยกันก็บอกให้เรียนภาษาก่อนเช่นกัน จะได้งานดีๆ และโอกาสดีๆ อื่นๆ … ไม่อยากให้เป็นแบบเค้าที่คิดทำงานไปเรียนไป ไปๆ มาๆ ก็ไม่ไหวก็เลือกที่จะทำงาน และก็ทิ้งการเรียนภาษาไปเลย ครั้นจะให้ทิ้งงานกลับมาเรียนภาษาก็ยากเต็มทน เลยตามเลยไป

นอกจากนี้ซานต้ายังบอกอีกว่า เรียนไปๆ ฉันจะเลี้ยงดูเธอเอง ไม่ต้องกังวล ฉันอยากให้เธอเรียนภาษาก่อน… จะได้งานดีๆ ทำ เงินเดือนเยอะๆ แล้วตอนเกษียรจะได้เงินในแต่ละเดือนเยอะพอใช้ ไม่ต้องลำบาก ก็ไว้เธอเรียนจบ ทำงานแล้วก็ค่อยมาเลี้ยงดูฉันกลับคืน… เง้อ ฮ่าๆ ๆ … เข้าใจคิดเน๊าะ

 

ยุ้ย

มีนาคม 2554

 

———————————————————————————————————————————————————–

 

สำหรับใครที่ต้องการเรียนเอสเอฟอีไปและทำงานไปด้วยก็ลองถามครูแนะแนวที่โรงเรียน หรือติดต่อกับ Arbetsförmedlingen เกี่ยวกับโครงการด้านล่างนี้ดูค่ะ

*  Instegsjobb – en möjlighet för dig som är nyanländ invandrare

*  Nystartsjobb – Information för dig som är arbetssökande

*  Yrkessvenska

*  Svenska för företagare (SFF)

 

 

ถือศีล 8 ณ วัดสังฆบารมี / 8-10 พฤษภาคม 2554 (ตอนจบ)

ไปหนนี้ป้าใบ(แม่บ้านประจำวัด)ไม่อยู่ เราตื่นเช้ามาตีห้ากว่าๆ ก็เข้าครัวเตรียมผลไม้ จัดโต๊ะอาหารให้หลวงพ่อ แล้วก็ไปนั่งสมาธิ สวดมนต์ … เสร็จแล้วก็ลงมาในครัว ไม่รู้จะทำไรถวายหลวงพ่อดี ก็กะต้มมาม่าทรงเครื่องแล้ว แต่พอดีมีพี่เค้าแวะนำอาหารมาถวาย อืม ก็ดีไป กินข้าวเช้าเสร็จก็ล้างจนชามแก้วช้อนเก็บ จากนั้นก็ทำงานของตัวเองต่อ (ถ้าป้าใบอยู่ก็ช่วยเป็นลูกมือหยิบจับนั่นนี่ แต่ส่วนใหญ่เช้าๆ ป้าก็จะทำเอง ให้เราไปนั่งสมาธิ สวดมนต์ ส่วนสายๆ ทำถวายเพลก็ช่วยเป็นลูกมือเต็มที่)

(วันจันทร์) 10 โมงก็ลงมาเตรียมหุงข้าว เตรียมของทำกับข้าว จัดโต๊ะอาหารให้หลวงพ่อ พอดีมีป้าแวะมาสมทบด้วยกับข้าวผลไม้เต็มมือ เราเตรียมจะผัดเห็ดเข็มทองใส่หมู แต่ป้าก็ใจดีบอกว่าเดี๋ยวจัดการให้ เรียบร้อยแล้วถวายเพลพระแล้วก็กินข้าวกินปลากัน ล้างถ้วยล้างชามแล้ว ยุ้ยก็ปลีกตัวไปทำงานจนกว่าจะได้เวลาทำวัตรเย็น เสร็จแล้วก็ทำงานต่อจนงอมได้ที่ก็นอนหลับสบายไป

เช้ามา(วันอังคาร)ก็มีพี่แวะเอากับข้าวมาถวาย แต่เราก็เอาล่ะ ตั้งใจจะทำมาม่าถวายหลวงพ่อแล้ว ก็ทำสักหน่อย มาม่าต้มใส่ไข่แล้วก็ผักบุ้ง ต้นหอม คงถูกใจหลวงพ่อ ท่านฉันหมดเลย ท่านว่า นานๆ ได้ฉันสักที … แบบว่าทำกับข้าวไม่เก่ง อิอิ … กินข้าวเช้าจัดการในครัวแล้วก็ทำงานต่อ พอ 10 โมงก็ลงมาเตรียมอาหารเพล … เมนูเด็ดต่อไปก็คือ ไข่เจียวหมูสับกับข้าวสวยร้อนๆ แฟนของพี่คนนึงเค้าแวะเอาอาหารมาถวายเพิ่มอีก ดีเลย

พี่ๆ ที่เค้าอยู่ใกล้ๆ เค้าก็จะแวะเอาอาหารมาถวายกัน ผลัดกันมา ถ้ามาเองไม่ได้ก็วานแฟนให้มาให้ สาธุบุญด้วยจริงๆ ปกติจะมีป้าใบอยู่ แต่บางทีแกก็อยากกลับไปดูบ้านบ้าง หรือว่าไปหาลูกบ้าง เราไปได้จังหวะเหมาะพอดี เลยได้ผลัดเวรกับป้าใบไป

หนไหนไปวัดถ้าไม่ได้ไปทำงานอะไรเป็นพิเศษที่วัด … พอทำงานในครัวเสร็จก็จะเก็บกวาดวัด ล้างห้องน้ำ ทำความสะอาดโน่นนี่จนได้เวลากินข้าว หรือได้เวลาสวดมนต์ อยู่นิ่งๆ ไม่ได้ หลับแน่ๆ เหอๆ ก็ไปแล้วก็อยากทำตัวให้เป็นประโยชน์ ช่วยได้ในสิ่งที่เราช่วยได้ แต่ถ้าไปแล้วคนอยู่วัดเยอะเราก็ไม่ช่วยงานในครัว แต่หาอย่างอื่นทำแทน

ก็ไปวัดแล้วก็ได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่าง… รู้อะไรก็ไม่เท่ารู้จักตัวเอง เพิ่มขึ้นทีละเล็กละน้อย จัดการกับอารมณ์ความรู้สึกนึกคิดตัวเองได้ดีกว่าเก่า เข้าใจความเป็นไปต่างๆ รอบตัวและ/หรือทำใจยอมรับได้มากขึ้น ตั้งตัวรับกับสิ่งที่มากระทบหู ตา จมูก ลิ้น กาย ใจโดยใช้หลักธรรมเป็น ช่วยให้เราสบาย กาย ใจ … ไปวัดก็สำรวม กาย วาจา ใจ … ไปหยุดตัวเอง ปรับคลื่นสมอง พักผ่อน หลายๆ อย่างทำให้เราเข้มแข็งขึ้น ให้เรามีเวลาให้ตัวเอง ได้มองตัวเอง แล้วพัฒนาตัวเอง ปลีกตัวจากความวุ่นวายไป หอบความวุ่นวายที่มีอยู่ในกายใจไปวัด และกำจัดทิ้งเสีย ก่อนกลับมาสู่ความวุ่นวายอีกครั้ง

ทำให้เรามีสติ รู้จัก “คิดก่อนทำ คิดก่อนพูด คิดก่อนคิด” … ได้อะไรเยอะแยะมากมายหลายอย่าง ยากจะบอกเล่าให้เห็นชัดหรือพรรณาได้หมด “อาหารใจ” นี่วิเศษสุด … “ธรรมโอสถ” ถ้าได้ทานถูกเวลานาทีแล้ว รสอร่อยหอมหวานอย่าบอกใครเชียว … สิบปากว่า ไม่เท่าตาเห็น … ว่างหรือมีโอกาสเมื่อไหร่ ลองแวะไปเรียนรู้ มองดูตัวเองในวิธีทางทางพระพุทธศาสนากันค่ะ …. สาธุ

// ยุ้ย

ถือศีล 8 ณ วัดสังฆบารมี / 8-10 พฤษภาคม 2554

สวัสดีค่ะ ช่วงนี้ตารางเรียนสบายๆ ไม่ต้องไปนั่งเรียน แต่ก็มีทำงานส่งเยอะ โหมหนักทำกัน พอส่งงานแต่ละชิ้นเสร็จก็จะเป็นช่วงเบรกของพวกเรา เบรกกันเองล่ะ เหนื่อย ใครอยากไปทำไรก็ไป แล้วพอถึงเวลาอันควรก็นัดเจอกันทำงานชิ้นต่อไป ก็พอดีว่าต้องไปทำงานและนอนค้างที่วัด ก็เลยถือโอกาสรับศีล 8 ด้วยซะเลย

ไปวัดสังฆบารมี… ก็นั่งรถเมล์ออกจากบ้าน (8.46 น.) แล้วไปต่อรถไฟ (9.00 น.) ไปลงเมือง Eslöv … จากนั้นก็ต่อสาย 241 รถเหลือง (9.28 น.)ไปลงป้าย Stamnäs (9.40 น.) … ก็ไปวัดอาทิตย์เน๊าะ บนรถเมล์ก็มีแต่คนขับกับเราแหละ คนขับใจดีอีก รู้ว่าหน้าตาอย่างนี้ไปวัดแน่ๆ จอดเทียบปากทางเข้าวัดเลย แหม่ วีไอพีสุด ๆ … เรื่องของเรื่องคือ วัดสังฆบารมี ดังในระแวกนั้นค่ะ … คนชับรถเมล์บางคนก็จอด บางคนก็ไม่จอด และก็แล้วแต่สถานการณ์ด้วย ถ้ามีรถตามมาข้างหลังเยอะๆ ก็ไม่จอด ถ้าถนนโล่งๆ ก็จอดให้ ก็ขอบคุณเค้าไป ส่วนตัวแล้วไม่เคยขอให้เค้าจอดให้หน้าวัด

ไปวัดแต่ละครั้งก็มีพวกดอกไม้ ขนม ผลไม้ ข้าวสวย กับข้าว 1-2 อย่าง ไปถวายเพลพระ และก็มีเสื้อผ้าอีก 2 ชุด คือ ชุดขาว และชุดใส่นอน และก็พวกแปรงสีฟัน หวี ยาสีฟัน ของจำเป็นๆ อื่นๆ อีกเล็กน้อย ไปแบบสบายๆ ไปถือศีลไม่ต้องมีไรมาก … วันไหนหอบของไปถวายเยอะก็จะมีรถลากประจำตำแหน่งไปได้วย แขนกับไหล่ไม่ค่อยดี ลากรถแบบนี้สบายสุดๆ แต่ก็จะตกเป็นเป้าสายตาของประชาชนผู้พบเห็น เพราะว่า ปกติคนแก่ๆ เค้าจะใช้กัน … แต่ก็ ช่างมันฉันไม่แคร์

ไปถึงก็จัดแจงเปลี่ยนเสื้อผ้า นิมนต์หลวงพ่อมาให้ศีล จากนั้นก็ได้เวลาสวดมนต์ทำวัตรเช้า (10.30 น.) นั่งสมาธิ 10 นาทีแล้วก็ใส่บาตร ถวายสังฆทาน กรวดน้ำ-รับพร แล้วก็กินข้าวกลางวัน (11.30 น.) แล้วก็ช่วยกันล้างจานชามเก็บเข้าที่เข้าทาง … เสาร์และอาทิตย์ก็จะมีคนแวะมาเยอะพอสมควร … แต่อาทิตย์นี้เงียบๆ ไงก็ไม่รู้ สงสัยอากาศดีแดดจ้า ฟ้าใส ไม่มีลม เค้าก็เลยไปเที่ยวไหนต่อไหนกับครอบครัวกัน ได้ข่าวว่าหลายคนกลับไปไทยด้วย

ยุ้ยไปครานี้ก็ทำงานๆ มุ่งทำงานของตัวเองอย่างเดียว ไม่สนใจผู้ใด … พอ 19.00 น. ก็เริ่มขยับตัว ดื่มน้ำ เข้าห้องน้ำ พักผ่อนสบายๆ ก่อนเริ่มสวดมนต์ทำวัตรเย็นตอน 19.30 น. … ก็พอสวดมนต์แล้วก็จะนั่งสมาธิ 1 ชม. จากนั้นปิดท้ายด้วยการสวดอุทิศส่วนกุศล ส่วนใหญ่จะเสร็จตอนราว ๆ 21.00 น. … ถ้าข้อธรรมอะไรที่สงสัยก็จะถามหลวงพ่อ… ไปครานี้ต้องทำงาน ก็นั่งทำงานจนงอมง่วงแล้วถึงจะล้มตัวนอน แต่ครั้งไหนไปวัดแล้วถ้าไม่มีอะไรทำก็จะเข้านอนเลย เพราะต้องตื่นตี 5 มาเตรียมตัวโน่นนี่แล้วก็ไปนั่งสมาธิตอน 5.30 – 6.30 น. จบแล้วก็สวดมนต์ทำวัตรเช้า แล้วลงไปกินข้าวเช้า ราวๆ 7 โมงเช้า

ไปวัดปกติจะนอนนิดเดียว ไม่รู้เป็นไร ล้มตัวนอนราวๆ ไม่เกิน 4 ทุ่ม ราวๆ ตี 2 ก็ตื่นแล่ว ฮ่วย คนอื่นเค้ายังนอนอยู่เลย ก็นอนภาวนาไปเรื่อยเปื่อย สวดมนต์ในใจมั่งไรมั่ง รอจนคนอื่นตื่น แต่ว่าครานี้ทำงานเยอะและนอนน้อยมาเป็นเดือนๆ แล้ว ล้มปุ๊บหลับยาวถึงเช้าเลย เหอๆ

โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ

// ยุ้ย