Forum & Blog – ของคนไทยในสวีเดน

สวัสดีค่ะ ก็เห็นบล็อกของคนไทยในสวีเดนหลายๆ คนน่าสนใจ เค้าได้เล่าประสบการณ์ มุมมองในเรื่องการใช้ชีวิตในสวีเดน และเรื่องอื่นๆ ก็ได้ตามไปอ่านมาแล้วคิดว่าดีมากๆ ก็เลยนึกอยากเอามารวบรวมไว้ เผื่อใครแวะไปมาแล้วเจอจะได้ตามไปอ่านประสบการณ์ในแต่ละมุุมกัน ลองมาดูกันค่ะว่ามีของใครบ้าง

 

Forum

* Thai community in Sweden — เวบบ้านไทย

* ::Arunsawat ::อรุณสวัสดิ์ :: | คนไทยในต่างแดน

* Ladyinter Club – สะใภ้ สวีเดน / Sweden

 

Blog

* ลูกสาวตาสูน: วิถีชีวิต ความนึกคิด และความใฝ่ฝัน ของฉันของใคร อีกหลายๆ คน

* บล็อกสาวใหม ชีวิตไทยๆ อยู่สวีเดน

* Mellitus

* Louisson

* A-Chee

* MY LITTLE LUND – ประสบการณ์ใหญ่ในเมืองเล็ก

* Life in Sweden

 

In Swedish

* Maipenrai

* Soi sixten

 

.:: Other Cool Links ::.

¤ Swedish4thai.com – ภาษาสวีดิชสำหรับคนไทย

¤ วัดสังฆบารมี เอสเหลิฟ สวีเดน

¤ วัดดอลาร์น่าวนาราม สวีเดน

¤ วัดป่า โกเธนเบิร์ก (สมาคมพุทธศรัทธาธรรม) สวีเดน

 

ถ้าใครมีบล็อก หรือ ฟอรั่มดีๆ จะแนะนำแบ่งปันเพิ่มเติมก็ยินดีนะคะ

 

 

ถึงแม้ไกลบ้าน… แต่สุขใจได้บุญเพราะอยู่ใกล้วัด

มาอยู่ต่างบ้านต่างเมืองในสังคมที่มีภาษาวัฒนธรรมประเพณีที่แปลกและแตกต่าง ต่างคนต่างอยู่ ห่างไกลญาติพี่น้องและสังคมวัฒนธรรมการเป็นอยู่ที่คุ้นเคย… แต่ว่ามีวัดไทย “วัดสังฆบารมี” อยู่ใกล้ๆ ก็อุ่นใจสุขใจเหลือหลายเกินกว่าจะบรรยายได้…

ทำไมน่ะหรอ? … ก็ “วัดสังฆบารมี” เป็นที่ที่เติมเต็มอะไรหลายๆ อย่างให้ฉันได้คลายคิดถึงบ้านเกิดเมืองนอน ให้ฉันได้ไปทำบุญฟังเทศน์ฟังธรรมในวันหยุดวันว่าง ได้ร่วมกิจกรรมในวันสำคัญต่างๆ ทางศาสนา ในวันต่างๆ ตามประเพณีไทย ได้ร่วมใจกันกับพี่น้องคนไทยสร้างคุณงามความดีต่างๆ ช่วยกันทำนุบำรุงศาสนา อุปถัมภ์พระสงฆ์ เผยแผ่ศาสนาอีกทั้งวัฒนธรรมอันดีงามของคนไทยให้แก่ชาวสวีเดนได้รับรู้และสัมผัส ได้บอกต่อเรื่องราวต่างๆ ของความเป็นไทยผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ไปยังเยาวชนไทยรุ่นใหม่ๆ ที่อยู่ในสวีเดน …

ณ “วัดสังฆบารมี” นี้ฉันได้พบปะกับคนไทย ได้แลกเปลี่ยนความรู้ชีวิตความเป็นอยู่ในสวีเดน เรื่องราวจิปาถะ นานาสาะระใกล้ตัว ได้แบ่งปันน้ำใจไมตรีซึ่งกันและกัน ได้ช่วยเหลือเกื้อกูลเพื่อนพี่น้องคนไทยอีกทั้งได้เติมเต็มให้กันและกันในบางเรื่องราวตามกำลัง คนละไม้คนละมือ… ทั้งหมดทั้งมวลนี้ทำให้มีเวลาว่างอันน้อยนิดของฉันมีคุณค่ายิ่งนัก

นั่นเป็นเพียงสิ่งหนึ่งนอกกายฉัน… นอกเหนือจากสิ่งอื่นใดแล้วนั้น

ณ “วัดสังฆบารมี” แห่งนี้ได้ให้ “อาหารใจ” แก่ฉันที่มิสามารถประเมินค่าได้ อาหารใจนี้หล่อเลี้ยงใจฉันให้มีกำลังต่อสู้และเข้าใจชีวิตเมื่อมีทุกข์ อาหารใจนี้ให้สติฉันเมื่อฉันหลงอยู่ในสุขที่มิควร ฉันได้ทำตามฉันได้คิดตามจึงทำให้ฉันได้ลิ้มรสของพระธรรมนั้นตามประสาสติปัญญาของปุถุชนคนธรรมดาจะรับรู้ได้

ฉันได้ฟังได้รับรู้และเข้าใจหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้ามากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัวนัก ที่ฉันไปวัดฟังเทศน์ปฏิบัติธรรมนั้น ได้ช่วยขัดเกลาจิตใจของฉัน จนทำให้ฉันรู้สึกได้ว่าฉันคนที่มาสวีเดนตอนแรกๆ ไม่เหมือนกับฉันคนเดิมแต่มาอยู่สวีเดนนานแล้ว… ฉันได้พบกับกัลยานิมิตรอันแสนประเสริฐที่บอกกล่าว และจูงมือฉันเดินไปสู่หนทางแห่งธรรม

ที่ว่าฉันได้เรียนรู้และเข้าใจมากขึ้นแล้วกับหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้านั้น ถึงแม้ไม่ได้ลึกซึ้ง แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของฉัน เป็นแนวทางเดินที่มีคุณค่าที่ฉันน้อมรับไว้อย่างสุดใจ… ณ ที่นี้เองทำให้ฉันได้ตั้งจิตอธิษฐานว่าจะ ละเว้นความชั่วทั้งหลาย ทำความดีให้ถึงพร้อม และพัฒนาขัดเกลาจิตใจตัวเองให้ยิ่งๆ ขึ้นไป

ขอก้มกราบพระพุทธเจ้าในพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ไพศาล… ขอก้มกราบในคุณของพระธรรมที่ผลได้ไม่จำกัดกาล… ขอกราบในคุณของพระสงฆ์ที่ได้บอกกล่าวอธิบายหลักธรรมคำสอนให้ฉันได้เข้าใจและใฝ่ปฏิบัติตาม ขอก้มกราบคุณพระสงฆ์ทั้งหลายที่มีส่วนกับการก่อตั้งอีกทั้งการเจริญเติบโตของวัดสังฆบารมี ขอบคุณทั้งเพื่อนพี่น้องชาวไทยและสวีเดนทุกๆ คนที่ร่วมกันก่อสร้างทำนุบำรุงวัดสังฆบารมีทั้งก่อนหน้านี้ ณ ปัจจุบัน และสืบต่อไป

และที่ขาดเสียมิได้…

กราบขอบพระคุณพ่อแม่ของฉันที่บอกเล่าหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าเสมอมา ลูกทำตามเพราะคำพ่อแม่ แต่ ณ ตอนนี้ลูกเห็นคุณค่าด้วยตัวเองมากขึ้นแล้ว และจะทำให้ทวีคูณ ขอบุญกุศลนี้จงมีแด่พ่อแม่ด้วยเถิด และท้ายที่สุดนี้…

กราบขอบคุณกัลยานิมิตรทางธรรมของฉัน ถ้าไม่มีเธอฉันคงไม่ได้เริ่มเดินในทางธรรมอย่างจริงจังตามกำลังของฉันสักที…

// ยุ้ย

การใช้อักษรตัวใหญ่ / Capital letters

@ Swedish Language @

Hej hej …ก็เก็บเรื่อง การใช้อักษรตัวใหญ่มาฝากกันค่ะ ทีแรกก็คิดว่า ในภาษาสวีเดนคงใช้เหมือนในภาษาอังกฤษ แต่ไม่เป็นเช่นนั้นซะทั้งหมดค่ะ ก็มาดูกันว่าเป็นยังไง…

ในภาษาสวีเดนอักษรตัวใหญ่ใช้เมื่อไหร่?

– ขึ้นต้นประโยคใช้อักษรตัวใหญ่เสมอ

ตัวอย่าง

Jag tycker mycket om somtam. (I like somtam very much.)

– ชื่อบุคคล และชื่อสถานที่ต่างๆ (ประเทศ ทะเลสาบ เมือง ถนน ฯลฯ )…อะไรก็ได้ที่เป็น “ชื่อ”

ตัวอย่าง-ชื่อบุคคล:

Jag heter Yui. (My name is Yui.)

ตัวอย่าง-ชื่อประเทศ:

Jag kommer från Thailand. (I come from Thailand.)

ตัวอย่าง-ชื่อถนนและเมือง:

Jag bor på Slåttervägen 2B i Lund. (I live on Slåttervägen 2B in Lund.)

ข้อควรระวัง! (สำหรับผู้มีพื้นฐานภาษาอังกฤษ)

ในภาษาสวีเดนจะมีข้อแตกต่างจากภาษาอังกฤษตรงที่ ภาษาสวีเดนจะไม่ใช้อักษรตัวใหญ่กับคำดังต่อไปนี้

– ชื่อที่บอก สัญชาติ ชื่อภาษา

ตัวอย่าง-สัญชาติ :

Jag är en thailändsk tjej. (I am a Thai girl.)

ตัวอย่าง-ภาษา:

Jag talar thailändska. (I speak Thai.) Jag kan talar svenska lite grann. (I can speak Swedish a little bit)

– วันในสัปดาห์ และ เดือน

ตัวอย่าง-วัน:

Jag tittar på TV varje söndag. (I watch TV every Sunday.)

ตัวอย่าง-เดือน :

Min födelsedag är den 1 juni. (My birthday is 1st of June.)

บางคนอาจสงสัยว่า เอ…ทำไมเราเขียนคำว่า “TV” เป็นแบบนี้ หุหุ ก็เห็นมาจากหนังสือที่อ่านน่ะ เลยเอามาบอกกัน ถ้าใช้ TV ในประโยคจะใช้อักษรตัวใหญ่ แต่ถ้าเป็น teve อยู่ในประโยคจะใช้ตัวเล็กจ๊ะ

ก็เรียนภาษาเน๊าะ เราก็เก็บเกี่ยวไปเรื่อยๆ พูด อ่าน เขียนบ่อยๆ ….เรียนรู้ by heart เด๋วก็ได้ไปเองแหละ …สู้ๆ จ้า

Yui in Lund

http://yuithaigirl.is-very-sweet.org/swedish/inThai/captitalLetter.html

เรื่องวุ่นๆ แต่ละวันในชั้นเอสเอฟอี

© ซีรี่ส์ขีวิตนักเรียนคอมวุกซ์ ©

——————————————————————–

 

หลักสูตรเรียนภาษาสวีเดนอันแรกสำหรับชาวต่างชาติน้องใหม่ในสวีเดนนั้นคือ SFI (Svenska för Invandrare) ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ระดับ A B C D

ยุ้ยได้เริ่มเรียนที่ระดับ ซี ค่ะ แต่เอ…ยังไม่เคยเรียนมาก่อนเลย ทำไมให้เราเริ่มซีเลยล่ะ จะดีหรอเนี่ย???… ข้าม เอ กับ บี ไปเลย เดี๋ยวเรียนไม่ไหวไม่ทันเค้าอ่ะ ยิ่งไม่มีทั้งพรสวรรค์ และพรแสวงทางภาษาอยู่ด้วย

อดไว้ไม่ไหวเลยไปถามครู ครูบอกว่า เพราะว่าเธอมีพื้นฐานภาษาอังกฤษมาแล้ว และมีการศึกษาระดับปริญญาตรีมาจากประเทศบ้านเกิดอีกด้วย เหมาะสมที่จะเริ่มระดับนี้ เรียนมาเยอะแล้วเชื่อว่าพวกเธอเรียนไปได้เร็ว … อ๊ะ ว่าไงว่ากัน

ไปโรงเรียนวันแรกคนแน่นห้องเลยค่ะ มีการเชคชื่อ ทำแบบทดสอบเล็กๆ เรื่องใกล้ตัว เค้าจะดูว่าเราเป็นภาษาสวีเดนมาแค่ไหนจะได้แบ่งย่อยห้องได้ถูก แล้วครูพาไปทำบัตรยืมหนังสือและก็ยืมหนังสือที่จะใช้เรียนที่ห้องสมุดโรงเรียน .. กลับมาห้องก็แจกตารางเรียน ต้องเรียนทุกวันจันทร์-ศุกร์แน่ะ สะใจกับการรอคอยเลยเป็นไงล่ะ …

จากนั้นเวลายังเหลือก็เริ่มเรียนเลย ออ เบ เซ เด … (เคยเขียนไว้แบบละเอียดยิบที่นี่ เปิดเรียน SFI วันแรก 6 สิงหาคม 2007)

 

เรียนแรกๆ ก็สบายๆ เพราะหาอ่านเองเรียนเองมาก่อนล่วงหน้าแล้ว เรื่องคำศัพท์ก็มิใช่ปัญหา ท่องมาแยะก่อนแล้ว… ถามว่าฟังครูรู้เรื่องป่าวนั้น? รู้เรื่องนิดๆ หน่อยๆ ส่วนใหญ่เดาซะมากกว่า ฮ่าๆ ๆ ก็ครูเล่นพูดมาแต่ภาษาสวีเดน ส่วนภาษาอังกฤษขอกันแล้วขอกันอีกก็ไม่ยอมพูด นานๆ จะยอมสักที แต่ก็แค่คำสองคำ ใจแข็งจริงๆ

แรกๆ ครูก็พูดประโยคสั้นๆ ง่ายๆ พูดช้าๆ ซ้ำๆ ทำท่าใบ้อธิบาย ยกตัวอย่าง เขียนกระดาน บางทีฟังไม่ออก พอครูเขียนกระดานก็อ๋อ หรือไม่ก็เอ๋อหนักไปเลย ถ้าอันไหนไม่รู้เรื่องก็กะไว้ว่าจะค้นหาอ่านเพิ่มที่บ้าน… ใจนึกขอบคุณตัวเองที่ฟิตจัดขยันนั่งเรียนเองก่อนไปโรงเรียน ไม่งั้นสาหัสกว่านี้แน่ๆ… ส่วนเพื่อนๆ ก็ไม่ค่อยทันกัน บ่นกันใหญ่ เพราะว่ามันเยอะ อัดๆ เข้ามา ก็อัดเนื้อหาของระดับ เอ กับ บี ให้เราไง

 

ทัศนศึกษาเดินป่า – En naturlektion i Skrylle

พอนานๆ ไปเรียนไปถึงเรื่องที่ไม่เคยอ่านไม่เคยรู้มาก่อน เนื้อหายากขึ้นเรื่อยๆ ครูพูดฟังยากมากขึ้น มึนตึ๊บอยู่บ่อยๆ เอ๋อกันไปเลย เพื่อนก็บอกครูเขียนบนกระดาษซิ บ่อยๆ เข้าพอครูเห็นว่าหน้าเอ๋อกัน ครูก็เขียนกระดานอธิบายเลย จดๆ ๆ … รู้เรื่องหรือไม่รู้เรื่องก็จดไว้ก่อน ค่อยว่ากันที่บ้าน มีครูส่วนตัว… ดีอยู่ที่พอครูสอนเสร็จ ก็มีแบบฝึกหัดให้ทำ ณ ตรงนั้นเลย ทำเสร็จแล้วก็เฉลย อธิบาย นี่ช่วยให้เข้าใจได้ไปอีกเปราะนึง

กลับมาบ้านถ้าไหวหรือทำการบ้านเสร็จแล้วพอมีเวลาก็หาอ่าน หาทำแบบฝึกหัด ถามซานต้าจะได้เข้าใจมากขึ้น เพื่อนในห้องก็ฟิตกันจัง เด็กเรียนแทบทั้งนัน เราต้องตามให้ทัน ไม่ได้ๆ ยากกว่านี้ก็เรียนมาแล้ว เราต้องทำได้ ก็ขยันต่อไป…

จะบอกว่า ไม่ชอบเรียนภาษาอ่ะ ตั้งแต่ภาษาไทยแล่ว ฮ่าๆ ๆ อังกฤษก็เรียนๆ ไปงั้นโดนบังคับตามหลักสูตรนิ แล้วดันมาเจอภาษาสวีเดนอีก อร๊ายยย… อ๊ะ ไหนๆ ก็จะอยู่กิน จะทำงาน ตั้งหลักปักฐานที่สวีเดนแล้ว ขอเอาดีกับภาษาสวีเดนสักหน่อยละกัน เพื่ออนาคต ว่าแล้วก็บ้าเรียนภาษาไปตามกำลัง…

ก็เรียนทุกวัน การบ้านก็มีทุกวัน วันศุกร์ก็ยังให้มาทำเสาร์อาทิตย์ วันๆ นึงตื่นเช้ามากินข้าวกินปลา อาบน้ำอาบท่าแต่งตัวสวยๆ เสร็จแล้วก็ปั่นจักรยานหรือนั่งรถเมล์ไปโรงเรียน เรียนๆ หมดชม.แล้วก็มีพักเบรก ยืดเส้นยืดสาย ดื่มกาแฟ ตั้งวงเม้าท์กันเป็นภาษาอังกฤษ ครูเดินผ่านก็ ทำไมไม่พูดสวีดิชกันล่ะ ก็ยิ้มๆ ให้ครูแล้วก็เม้าท์อังกฤษต่อ ครูก็บอกว่า ฝึกพูดกันจะได้เก่งๆ บางทีก็บ้าจึ้พูดตามครูบอก พูดสวีดิชได้สักพักก็ล่ม อึดอัด อ้อๆ แอ้ๆ กัน ไม่สะใจอ่ะ ต่างคนต่างไม่ได้ ไม่รู้จะช่วยกันยังไง

 

เนื้อหาที่เรียนก็เริ่มจากท่องเอเบเซ… เรื่องศัพท์ต่างๆ ไวยากรณ์ต่างๆ สำนวน หลักการใช้ต่างๆ และอื่นๆ จิปาถะ เรียนเสร็จก็ทำแบบฝึกหัดกันในห้อง เปิดพจนานุกรมกันมือหงิก 555+ และก็มีเรียนเรื่องการสทนาในสถานการณ์ต่างๆ เช่น คุยโทรศัพท์ ไปหาหมอ เป็นต้น เทศกาลต่างๆ และอื่นๆ ที่ควรรู้ในสวีเดน เช่น มิดซัมเมอร์ คริสมาสต์ เป็นต้น พอครูสอนเสร็จก็ให้จับกลุ่มลองสนทนากัน ปรับประยุกต์ใช้จากที่เรียนมาเมื่อกี้ หรือไม่ก็ทำแบบฝึกหัด

 

ไปบ้านพักคนชราแถวๆ โรงเรียน

บางครั้งครูพาอ่านข่าวบ้าง พาออกไปนอกสถานที่ บางครั้งเรานี่แหละก็ออกไปรายงานหน้าห้อง ก็แล้วแต่หัวข้อเรื่องที่ครูกำหนดมา ยากดีอันนี้ ก็เขียนสรุปแล้วก็ท่องๆ ไปพูดหน้าห้อง อิอิ บางทีก็ตั้งวงกันในห้องแล้วก็สนทนาแสดงความคิดเห็นกัน บางทีครูก็บอกก่อนว่า อ๊ะ พรุ่งนี้เราจะมาตั้งวงคุยกันเรื่องนั้นเรื่องนี้ไปเตรียมตัวมา มาบ้านก็จับซานต้ามานั่งคุยด้วย ทดสอบก่อนลงสนามจริง… บางครั้งก็มีเล่นเกมส์ด้วย ก็สนุกดี

 

เรียนในแต่ละบทหรือแต่ละเรื่องจบก็จะมีสอบเก็บคะแนน สอบฟังบ้าง สอบข้อเขียนบ้าง สอบคำศัพท์ สอบเขียน…

ก่อนสอบก็จะอ่านทวนเรื่องที่เรียนมาทั้งหมด นอกจากนี้แล้วก็จะหาแบบฝึกหัดในเรื่องที่เกี่ยวข้องจากแหล่งอื่นๆ มาทำเยอะๆ จุดไหนไม่เข้าใจก็ต้องทำให้เข้าใจให้ได้ หาอ่านหาทำในอินเตอร์เนตบ้าง ไปยืมหนังสือในห้องสมุดโรงเรียนมาฝึกเพิ่มบ้าง ถามซานต้าบ้าง …

 

ส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้ถามครูหรอก ไม่อยากไปทำหน้าเอ๋อใส่ครูรอบสอง ฮ่าๆ ๆ

 

โปรดติดตามตอนจบค่ะ

 

ยุ้ย

มีนาคม 2554